0404 วิวัฒนาการของวิทยุไทย 3

วิวัฒนาการของวิทยุไทย 3

ที่มาของภาพ : http://i688.photobucket.com/albums/vv242/ajarnice/chart.jpg

       จากบทบัญญัติในมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปสื่อวิทยุกระจายเสียง ให้มีความเป็นอิสระ มีเสรีภาพ มีความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งต่อมาก็ได้มี “พระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2543” เพิ่มขึ้นมาอีก โดยในมาตรา 26 เขียนไว้ว่า “ให้คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กสช.) เป็นผู้จัดสรรคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ให้กับผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามสัดส่วนที่กำหนด โดยจะต้องให้ภาคประชาชนอย่างน้อย 20% เพื่อใช้ในการทำประโยชน์สาธารณะ และไม่แสวงหาผลกำไร และถ้าหากประชาชนยังไม่พร้อม กสช.ต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้ภาคประชาชนเกิดความพร้อมด้วย” ซึ่งจากบทบัญญัติที่ว่านี้ ที่ทำให้เกิดความกังวลกับหน่วยงานที่มีสถานีวิทยุกระจายเสียงอยู่ในความครอบครองจำนวนมาก เกรงว่าจะถูกยึดคลื่นหรือสถานีคืนเพื่อนำไปแบ่งให้ภาคประชาชนจึงเกิดกระแสการต่อต้านขึ้น (ซึ่งที่มีปัญหาในขณะนี้เฉพาะคลื่นวิทยุกระจายเสียงเท่านั้น เพราะการตั้งสถานีวิทยุลงทุนไม่มาก ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ซับซ้อน ใครที่มีความรู้เรื่องช่าง ก็สามารถที่จะผลิตเครื่องส่งเองได้) ส่วนสถานีโทรทัศน์ ต้องลงทุนสูง เชื่อว่าภาคเประชาชนยังไม่มีความพร้อม ไม่มีกำลังพอที่จะดำเนินการได้
                 ส่วนภาคเอกชน หรือ นายทุนที่เคยทำธุรกิจเหมาเวลาของสถานีวิทยุกระจายเสียงทั่วประเทศ มาจัดสรรขายช่วงต่อ ก็เกรงว่าถ้าแบ่งให้ภาคประชาชน และภาครัฐส่วนหนึ่งแล้ว จะเหลือสถานีที่ภาคเอกชนสามารถทำธุรกิจได้ไม่ถึง 50% จากที่เคยได้ประโยชน์ สร้างกำไรมหาศาล ก็ลดลง ย่อมเกิดผลกระทบต่อรายได้และอาชีพ กระทั่งเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่มีส่วนได้เสียอย่างชัดเจน
                ในการคัดเลือกคณะกรรมการ กสช. ซึ่งจะมีอำนาจคับฟ้าในอนาคตกับการตัดสินใจเด็ดขาดในวงการวิทยุโทรทัศน์ ที่ผ่านมาจึงถูกมองว่าได้มีการที่ผ่านมาจึงถูกมองว่าได้มีการวางแผนอย่างแยบยล จากบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่เสนอชื่อพวกพ้องเข้ามาเพื่อรับการคัดเลือก ทั้งนี้ก็เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของอีกกลุ่มที่มาจากภาคประชาชน จึงได้มีการยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสช. และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการสรรหา กสช.ที่เสนอชื่อบุคคล จำนวน 14 คน ให้วุฒิสภาพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสช. และขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา ให้คณะกรรมการสรรหา ระงับการส่งรายชื่อไปยังวุฒิสภา และศาลปกครองก็มีคำสั่งให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการสรรหา กสช. เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2544 เนื่องจากพบว่ามีคณะกรรมการสรรหาฯ หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและมีผลประโยชน์ในทางธุรกิจ ซึ่งผิดพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และให้ยกฟ้องสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากใช้เวลาในการพิจารณา ถึง 8 เดือน 

 

http://espuc.east.spu.ac.th/eoffice/spuradio/radio.gif

 

 


                 ในกระบวนการเรียกร้องสิทธิของภาคประชาชน ก็ยังคงดำเนินการต่อไป เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2545 องค์กรพัฒนาเอกชน และสมาคมวิชาชีพ เปิดแถลงข่าวขอให้คณะกรรมการสรรหาฯ ลาออก และขอให้คณะกรรมการชุดใหม่ดำเนินการสรรหาด้วยความเป็นธรรม มีหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ส่วนกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งเพิกถอน คำสั่งของคณะกรรมการสรรหา กสช. ที่ว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสช. ที่ผ่านกระบวนการสรรหามาแล้ว โดยศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการสรรหาไม่โปร่งใส และมีการเอื้อประโยชน์ระหว่างคณะกรรมการสรรหากับผู้สมัคร กสช. โดยหนึ่งในคณะกรรมการสรรหา เปิดใจว่าการนำเรื่องสรรหา กสช. เข้าร้องทุกข์ต่อศาลปกครอง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม ก่อนที่จะมีการร้องเรียน ได้สอบถามถึงความไม่โปร่งใสในขั้นตอนแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบ เพียงแต่ระบุว่าไม่ชอบคณะกรรมการที่ถูกสรรหามาแล้ว แต่ไม่มีเหตุผล ทำให้จนถึงวันนี้ การผลักดันตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ ยังคงมีแต่ความเงียบเฉยของรัฐบาลและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงแนวทางการปฏิรูปสื่อ เพื่อให้สื่อเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
                 มาถึงจุดนี้ความหวังที่จะได้เห็น กสช.ชุดใหม่ คงต้องรออีกนาน ไม่แน่ว่าภายใน 5 ปีจะเสร็จสิ้นหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากจะเสนอให้ประชาชนคนไทย ร่วมกันสร้างพลังขับเคลื่อน เพื่อจะเป็นแรงผลักดัน ให้การร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฏีกา ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อเป็นการกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนของ กสช.ที่จะได้มา แต่ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปใดก็ตาม บุคคลเหล่านี้ก็ต้องปฏิบัติตามกรอบของกฏหมายที่ได้วางเอาไว้ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไป ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทยตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

 

แหล่งที่มาของข้อมูล

 

/files/u1197/reply-00000028359_0.gif

สร้างโดย: 
ปราญชลี ศาศวัตเตชะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 1 คน กำลังออนไลน์