การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ kppurai

ให้นักเรียนเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์  ราคางบประมาณมีไว้ 30,000 บาท พร้อมบอกรายละเอียดของราคาแต่ละชนิด

(5 คะแนน)

รูปภาพของ KPP3062

รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่

แบบบัส (Bus Network)

          
เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้งระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ 50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป

 

ข้อดี
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
สามารถขยายระบบได้ง่าย
เสียค่าใช้จ่ายน้อย

ข้อเสีย
อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
แบบวงแหวน (Ring Network)

          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ข้อดี
ใช้เคเบิลและเนื้อที่ในการติดตั้งน้อย
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน
ข้อเสีย
หากโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นจะค้นหาได้ยากว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน และวงแหวนจะขาดออก
แบบดาว (Star Network)

          เป็นลักษณะของการต่อเครือข่ายที่ Work station แต่ละตัวต่อรวมเข้าสู่ศูนย์กลางสวิตซ์ เพื่อสลับตำแหน่งของเส้นทางของข้อมูลใด ๆ ในระบบ ดังนั้นใน โทโปโลยี แบบดาว คอมพิวเตอร์จะติดต่อกันได้ใน 1 ครั้ง ต่อ 1 คู่สถานีเท่านั้น เมื่อสถานีใดต้องการส่งข้องมูลมันจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางสวิทซ์
ก่อน เพื่อบอกให้ศูนย์กลาง สวิตซ์มันสลับตำแหน่งของคู่สถานีไปยังสถานีที่ต้องการติดต่อด้วย ดังนั้นข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง ทำให้การสื่อสารได้รวดเร็ว เมื่อสถานีใดสถานีหนึ่งเสีย ทั้งระบบจึงยังคงใช้งานได้ ในการค้นหาข้อบกพร่องจุดเสียต่างๆ จึงหาได้ง่ายตามไปด้วย แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าต้องใช้งบประมาณสูง ในการติดตั้งครั้งแรก ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป
 
ข้อดี
ติดตั้งและดูแลง่าย
แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนดที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ
การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง
เครือข่ายแบบเมซ (Mesh Network)
  เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ที่มา : http://www.chakkham.ac.th/krusuriya/index.php?option=com

รูปภาพของ kpp3104

รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่

แบบบัส (Bus Network)

          
เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้งระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ 50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป
 
ข้อดี
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
สามารถขยายระบบได้ง่าย
เสียค่าใช้จ่ายน้อย

ข้อเสีย
อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
แบบวงแหวน (Ring Network)


          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ข้อดี
ติดตั้งและดูแลง่าย
แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนดที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ
การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง

เครือข่ายแบบเมซ (Mesh Network)  เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ที่มา:http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network01.html 

 

รูปภาพของ kpp3134

รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่

แบบบัส (Bus Network)


          เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้งระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ 50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป

ข้อดี
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
สามารถขยายระบบได้ง่าย
เสียค่าใช้จ่ายน้อย

ข้อเสีย
อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
แบบวงแหวน (Ring Network)


          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป


ข้อดี
ใช้เคเบิลและเนื้อที่ในการติดตั้งน้อย
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน
ข้อเสีย
หากโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นจะค้นหาได้ยากว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน และวงแหวนจะขาดออก

แบบดาว (Star Network)


          เป็นลักษณะของการต่อเครือข่ายที่ Work station แต่ละตัวต่อรวมเข้าสู่ศูนย์กลางสวิตซ์ เพื่อสลับตำแหน่งของเส้นทางของข้อมูลใด ๆ ในระบบ ดังนั้นใน โทโปโลยี แบบดาว คอมพิวเตอร์จะติดต่อกันได้ใน 1 ครั้ง ต่อ 1 คู่สถานีเท่านั้น เมื่อสถานีใดต้องการส่งข้องมูลมันจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางสวิทซ์
ก่อน เพื่อบอกให้ศูนย์กลาง สวิตซ์มันสลับตำแหน่งของคู่สถานีไปยังสถานีที่ต้องการติดต่อด้วย ดังนั้นข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง ทำให้การสื่อสารได้รวดเร็ว เมื่อสถานีใดสถานีหนึ่งเสีย ทั้งระบบจึงยังคงใช้งานได้ ในการค้นหาข้อบกพร่องจุดเสียต่างๆ จึงหาได้ง่ายตามไปด้วย แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าต้องใช้งบประมาณสูง ในการติดตั้งครั้งแรก ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ข้อดี
ติดตั้งและดูแลง่าย
แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนดที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ 
                                                                                                                                                                                                               การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง
เครือข่ายแบบเมซ (Mesh Network)

    เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม  ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ที่มา:http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network01.html 

รูปภาพของ kpp3048

รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่

แบบบัส (Bus Network)

          
เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้งระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ 50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป
ข้อดี
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
สามารถขยายระบบได้ง่าย
เสียค่าใช้จ่ายน้อย

ข้อเสีย
อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
แบบวงแหวน (Ring Network)


          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป


ข้อดี
ใช้เคเบิลและเนื้อที่ในการติดตั้งน้อย
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน
ข้อเสีย
หากโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นจะค้นหาได้ยากว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน และวงแหวนจะขาดออก
แบบดาว (Star Network)

          เป็นลักษณะของการต่อเครือข่ายที่ Work station แต่ละตัวต่อรวมเข้าสู่ศูนย์กลางสวิตซ์ เพื่อสลับตำแหน่งของเส้นทางของข้อมูลใด ๆ ในระบบ ดังนั้นใน โทโปโลยี แบบดาว คอมพิวเตอร์จะติดต่อกันได้ใน 1 ครั้ง ต่อ 1 คู่สถานีเท่านั้น เมื่อสถานีใดต้องการส่งข้องมูลมันจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางสวิทซ์
ก่อน เพื่อบอกให้ศูนย์กลาง สวิตซ์มันสลับตำแหน่งของคู่สถานีไปยังสถานีที่ต้องการติดต่อด้วย ดังนั้นข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง ทำให้การสื่อสารได้รวดเร็ว เมื่อสถานีใดสถานีหนึ่งเสีย ทั้งระบบจึงยังคงใช้งานได้ ในการค้นหาข้อบกพร่องจุดเสียต่างๆ จึงหาได้ง่ายตามไปด้วย แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าต้องใช้งบประมาณสูง ในการติดตั้งครั้งแรก ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ข้อดี
ติดตั้งและดูแลง่าย
แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนดที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ
การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง

เครือข่ายแบบเมซ (Mesh Network)

      เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไป   เชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

                                                   ที่มา:http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network01.html 

รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่

แบบบัส (Bus Network)

      เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้งระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ 50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป

ข้อดี
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
สามารถขยายระบบได้ง่าย
เสียค่าใช้จ่ายน้อย

ข้อเสีย
อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
แบบวงแหวน (Ring Network)


          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป


ข้อดี
ใช้เคเบิลและเนื้อที่ในการติดตั้งน้อย
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน
ข้อเสีย
หากโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นจะค้นหาได้ยากว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน และวงแหวนจะขาดออก

แบบดาว (Star Network)

          เป็นลักษณะของการต่อเครือข่ายที่ Work station แต่ละตัวต่อรวมเข้าสู่ศูนย์กลางสวิตซ์ เพื่อสลับตำแหน่งของเส้นทางของข้อมูลใด ๆ ในระบบ ดังนั้นใน โทโปโลยี แบบดาว คอมพิวเตอร์จะติดต่อกันได้ใน 1 ครั้ง ต่อ 1 คู่สถานีเท่านั้น เมื่อสถานีใดต้องการส่งข้องมูลมันจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางสวิทซ์
ก่อน เพื่อบอกให้ศูนย์กลาง สวิตซ์มันสลับตำแหน่งของคู่สถานีไปยังสถานีที่ต้องการติดต่อด้วย ดังนั้นข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง ทำให้การสื่อสารได้รวดเร็ว เมื่อสถานีใดสถานีหนึ่งเสีย ทั้งระบบจึงยังคงใช้งานได้ ในการค้นหาข้อบกพร่องจุดเสียต่างๆ จึงหาได้ง่ายตามไปด้วย แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าต้องใช้งบประมาณสูง ในการติดตั้งครั้งแรก ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ข้อดี
ติดตั้งและดูแลง่าย
แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนดที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ
การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง

เครือข่ายแบบเมซ (Mesh Network)  เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ที่มา:http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network01.html 

รูปภาพของ kpp3119
รหัสสินค้า PSMQ3L-009005
ซีพียู : Core i5-2410M 2.30 Turbo Boost 2.9GHz
กราฟฟิก : GeForce GT525M (Ext 1GB)
หน่วยความจำ RAM : 4GB(4096MBx1) 1333
ฮาร์ดดิสก์ : 640GB
จอภาพ : 14.0WXGA HD LED
ดิสไดร์ว : DVD RW/RAM
ระบบเนตเวิร์ค : 1 Gbps LAN/V3.0+HS/802.11(b/g/n)WB195+BT
ระบบปฎิบัติการ : Windows® 7 Home Premium
รายละเอียดเพิ่มเติม :
Warranty : 1Year International

 

 

 

รูปภาพของ kpp3069
  • i5-2410M (2.3GHz with up to 2.9GHz 1333 MHz    
  • 4GB DDR3/750GB HDD/DVD-Super Multi    
  • 15.6 HD (1366 x 768 pixel) Acer CineCrystal    
  • NVIDIA GeForce GT 540M 2GB/Camera 1.3M    
  • Multi-in-1/GLAN/WLAN/Bluetooth/USB 3.0/ Num    
  • Linpus 1 year/insurance

ที่มา http://www.bigitshop.com/shopping/asus-notebook/

รูปภาพของ kpp3119
รูปภาพของ kpp3099

   เครือข่ายคอมพิวเตอร์

                 การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทและความสำคัญเพิ่มขึ้น เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกับเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้น เพิ่มการใช้งานด้านต่าง ๆ และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง มีการแบ่งใช้งานอุปกรณ์และข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกันได้สิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบข้อมูลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น คือ การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกัน และการเชื่อมต่อหรือการสื่อสาร การโอนย้ายข้อมูลหมายถึงการนำข้อมูลมาแบ่งกันใช้งาน หรือการนำข้อมูลไปใช้ประมวลผลในลักษณะแบ่งกันใช้ทรัพยากร เช่น แบ่งกันใช้ซีพียู แบ่งกันใช้ฮาร์ดดิสก์ แบ่งกันใช้โปรแกรม และแบ่งกันใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีราคาแพงหรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคนได้ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายจึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กว้างขวางและมากขึ้นจากเดิมการเชื่อมต่อในความหมายของระบบเครือข่ายท้องถิ่น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้าง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การทำงานเฉพาะมีขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น มีการใช้เครื่องบริการแฟ้มข้อมูลเป็นที่เก็บรวบควมแฟ้มข้อมูลต่างๆ มีการทำฐานข้อมูลกลาง มีหน่วยจัดการระบบสือสารหน่วยบริการใช้เครื่องพิมพ์ หน่วยบริการการใช้ซีดี หน่วยบริการปลายทาง และอุปกรณ์ประกอบสำหรับต่อเข้าในระบบเครือข่ายเพื่อจะทำงานเฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่ง ในรูป เป็นตัวอย่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดกลุ่มเชื่อมโยงเป็นระบบ

1. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา

2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย

รูปภาพของ kpp3459

แลน (อังกฤษ: Local Area Network หรือ LAN) หรือ ข่ายงานบริเวณเฉพาะที่ เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถึงกันทั้งหมดโดยอาศัยสื่อกลาง มีการแบ่งแยกเครือข่ายออกเป็น 2 รูปแบบการเชื่อมโยงคือ การเชื่อมโยงภายในพื้นที่ระยะใกล้หรือ แลน (LAN) และการเชื่อมโยงระยะไกลหรือแวน (WAN) โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบแลน มี 3 รูปแบบ คือ

  1. Bus มีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 10-100 MB/sจะเชื่อมต่อกันบนสายสัญญาณเส้นเดียวกัน โดยจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า T-Connector เป็นตัวแปลงสัญญาณข้อมูลเพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และ Terminator ในการปิดหัวท้ายของสายในระบบเครือข่ายเพื่อดูดซับข้อมูลไม่ให้เกิดการสะท้อนกลับของสัญญาณ
  2. Star เป็นระบบที่มีเป็นการต่อแบบรวมศูนย์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต่อสายเข้าไปที่อุปกรณ์ที่เรียกว่า Hub หรือ Switch โดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hub หรือ Switch จะทำหน้าที่เปรียบศูนย์กลางที่ทำหน้าที่กระจายข้อมูล โดยข้อดีของการต่อในรูปแบบนี้คือ หากสายสัญญาณเกิดขาดในคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆจะสามารถใช้งานได้ปรกติ แต่หากศูนย์กลางคือ Hub หรือ Switch เกิดเสียจะทำให้ระบบทั้งระบบไม่สามารถทำงานได้ทั้งระบบ
  3. Ring เป็นระบบที่มีการส่งข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะมีเครื่อง Server หรือ Switch ในการปล่อย Token เพื่อตรวจสอบว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ใดต้องการส่งข้อมูลหรือไม่และระหว่างการส่งข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆที่ต้องการส่งข้อมูลจะต้องทำการรอให้ข้อมูลก่อนหน้านั้นถูกส่งให้สำเร็จเสียก่อน

ข้อดีของระบบ LAN

  1. เนื่องจาผู้ใช้คอมพิเตอร์ในวง LAN เดียวกันสามารถใช้ทรัพยากรที่มีในวง LAN ร่วมกันได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสำหรับอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ หรือสแกนเนอร์ เป็นต้น
  2. การขนย้ายข้อมูลระหว่างเครื่องต่อเครื่องในระบบ ทำได้รวดเร็วกว่าการขนย้ายข้อมูลด้วยแผ่นดิสเก็ต
  3. เป็นระบบพื้นฐานในการเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต

ข้อเสียของระบบ LAN

  1. ถ้าสายขาดจะไม่สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้

แวน หรือ ข่ายงานบริเวณกว้าง (อังกฤษ: Wide area network หรือ WAN) คือ ข่ายงานที่อยู่ห่างไกลกันมาก อาจจะอยู่ระหว่างเมือง หรือระหว่างประเทศ เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายของสำนักงานสาขาย่อยเข้ากับเครือข่ายของสำนักงานใหญ่ที่อยู่ห่างกันไกล อาจจะอยู่กันคนละที่หรือคนละเมืองกัน แต่ติดต่อกันด้วยระบบการสื่อสารทางไกลความเร็วสูง หรือโดยการใช้การส่งสัญญาณ ผ่านดาวเทียมเพื่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ให้ติดต่อถึงกันได้ ข่ายงานแต่ละข่ายงานจะอยู่ห่างกันประมาณ 2 ไมล์ซึ่งไกลกว่า ข่ายงานบริเวณเฉพาะที่ แลน ที่อาจอยู่ภายในอาคารหรือบริเวณมหาวิทยาลัยเดียวกัน แวนไร้สาย (wireless wide area network) ข่ายงานบริเวณกว้างไร้สาย

ผู้รับผิดชอบทางด้านเครือข่ายขององค์การต้องขอใช้บริการต่างๆ เช่น บริการเชื่อมต่อผ่านทางเฟรมรีเลย์ (Frame Relay) คู่สายวงจรเช่า (Leased Line) หรือ ISDN ผู้ให้บริการในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่เหมือนกันที่สามารถให้บริการได้เช่น บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), ดาต้าเน็ด, องค์การโทรศัพท์, บริษัทคอม, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

เทคโนโลยีแวน แตกต่างจากแลนมาก แลนส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานรองรับส่วนเทคโนโลยีแวน จะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่สร้างมาจากหลายบริษัทบางส่วนก็มีมาตรฐาน บางส่วนก็เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบริษัทนั้นๆ ก็แตกต่างกันไปทางด้านลักษณะ ด้านคุณภาพ ด้านประสิทธิภาพ และก็ราคาด้วย สิ่งที่คิดว่ายากที่สุดในการสร้างเครือข่ายแวน ก็คือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถทำงานร่วมกันได้ และสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจต่างๆ ในปัจจุบันได้

ข่ายงานวิทยุสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเครื่องรับที่ใช้ในการรับและส่งข้อความไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การกระจายเสียงข่าว และแฟ้มข้อมูล ถึงแม้ในขณะนี้ข่ายงานลักษณะนี้จะมีการทำงานได้ในวงจรจำกัด เพียงในเนื้อที่เมืองหลวงก็ตาม แต่ในอนาคตเมื่อมีการนำระบบการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมเข้ามาใช้ ก็จะทำให้ข่ายงานบริเวณกว้างไร้สายนี้สามารถสื่อสารข้อมูลได้ครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีแวน มีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้

  1. ระบบส่งสัญญาณ (Transmission Facility)
  2. อุปกรณ์เครือข่าย เช่น Switch, Router, CSU/DSU (Channel Dervice Unit/Data Service Unit)
  3. ระบบจัดการที่อยู่ (Internet work Addressing)
  4. โพรโทคอลจัดเส้นทาง (Routing Protocol)

เครือข่ายครอบคลุมบริเวณเมืองใหญ่ หรือ แมน (อังกฤษ: Metropolitan Area Networks, MANs) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มากจะมีขนาดครอบคลุมเมืองหรือบริเวณมหาวิทยาลัย ระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยปกติแล้วจะเป็นระบบไร้สายเช่นการใช้คลื่นไมโครเวฟหรือใช้ใยแก้วนำแสง เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ต่างๆเข้าด้วยกัน

ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น ภายในมหาวิทยาลัยหรือในสถานศึกษา จะมีระบบแมนเพื่อเชื่อมต่อระบบแลนของแต่ละคณะวิชาเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียวกันในวงกว้าง

เทคโนโลยีที่ใช้ในเครือข่ายแมนได้แก่ ATM, FDDI และ SMDS

ระบบเครือข่ายแมนที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้ คือระบบที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ภายในเมืองเข้าด้วยกันโดยผ่านเทคโนโลยี Wi-Max

Pan- as a คำนำหน้า ที่มาจากภาษากรีก πᾶν ที่แปลว่า "ทั้งหมด" "ของทุกอย่าง" "เกี่ยวกับทุกคน" หรือ "เกี่ยวกับทุกกลุ่ม":

  • ขบวนการแพนเยอรมัน (Pan-Germanism) - ขบวนการในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่มีจุดประสงค์ในการสร้างความอันหนึ่งอันเดียวกันในบรรดาผู้พูดภาษาเยอรมันในยุโรป หรือที่เรียกว่า "Volksdeutsche"
  • ขบวนการแพนสลาฟ (Pan-Slavism) - ขบวนการในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่มีจุดประสงค์ในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในบรรดาผู้มีเชื้อสายสลาฟ
  • ขบวนการแพนอาหรับ (Pan-Arabism) - ขบวนการในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในบรรดาประชาชนและชาติต่างในโลกอาหรับ (Arab World)
  • ขบวนการแพนแอฟริกา (Pan-Africanism) - ขบวนการทางทัศนคติทางสังคม-การเมืองและปรัชญาของกลุ่มผู้มีเชื้อสายแอฟริกาที่เป็นแอฟริกันพลัดถิ่น (African diaspora) หรือผู้ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่นอกทวีปแอฟริกา ในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็น "สังคมแอฟริกาโลก"
  • บทสดุดี (panegyric) - บทปาฐกถาต่อสาธารณะหรือบทเขียนในการสดุดีบุคคลหรือสิ่งของ
  • เทพทั้งปวง (Pantheon (gods)) - หมายถึงกลุ่มเทพทั้งหมด หรือ พระเจ้าในตำนานเทพหรือศาสนา
  • ตึกแพนธีอัน (Pantheon, Rome) - เทวสถาน
รูปภาพของ kpp3045

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก (อังกฤษ: computer network) คือ ระบบการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป

การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกัน เพื่อเพิ่มความสามารถของระบบให้สูงขึ้น และลดต้นทุนของระบบโดยรวมลง

การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันในเครือข่าย ทำให้ระบบมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น การแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ, หน่วยจัดเก็บข้อมูล, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีราคาแพงและไม่สามารถจัดหามาให้ทุกคนได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกราดภาพ (scanner) ทำให้ลดต้นทุนของระบบลงได้

 ชนิดของเครือข่าย

เครือข่าย เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเข้าด้วยกัน เพื่อสะดวกต่อการร่วมใช้ข้อมูล, โปรแกรม หรือเครื่องพิมพ์ และยังสามารถอำนวยความสะดวกในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้ตลอดเวลา ระบบเครือข่ายจะถูกแบ่งออกตามขนาดของเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายที่รู้จักกันดีมีอยู่ 3 แบบ ได้แก่

  • เครือข่ายภายใน หรือ แลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ เชื่อมโยงกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เช่นอยู่ในห้อง หรือภายในอาคารเดียวกัน
  • เครือข่ายวงกว้าง หรือ แวน (Wide Area Network: WAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ เชื่อมโยงกัน ในระยะทางที่ห่างไกล อาจจะเป็น กิโลเมตร หรือ หลาย ๆ กิโลเมตร
  • เครือข่ายงานบริเวณนครหลวง หรือ แมน (Metropolitan area network : MAN)

และยังมีอีกสองเครือข่ายที่ยังมีเพิ่มเติมอีกคือ

  • เครือข่ายของการติดต่อระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือ แคน (Controller area network) : CAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ติดต่อกันระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro Controller unit: MCU)
  • เครือข่ายส่วนบุคคล หรือ แพน (Personal area network) : PAN) เป็นเครือข่ายไร้สาย

อุปกรณ์เครือข่าย

  • เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครืองแม่ข่าย เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในเครือข่าย ที่ทำหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆ กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ใน เครือข่าย โดยปกติคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูง และ

มีฮาร์ดดิกส์ความจำสูงกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ในเครือข่าย .

  • ไคลเอนต์ (Client) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอ บริการและเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้แต่ละคนในระบบเครือข่าย
  • ฮับ (HUB) หรือ เรียก รีพีทเตอร์ (Repeater) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮับ มีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังพอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับฮับจะแชร์แบนด์วิธหรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย เพราะฉะนั้นถ้ามีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากจะทำให้อัตราการส่งข้อมูลลดลง
  • สวิตซ์ (Switch) คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่ในเรเยอร์ที่ 2 และทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตเฉพาะที่เป็นปลายทางเท่านั้น และทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือส่งข้อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธจึงไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนิยมเชื่อมต่อแบบนี้มากกว่าฮับเพราะลดปัญหาการชนการของข้อมูล
  • เราเตอร์ (Router)เป็นอุปรณ์ที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ของสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header) ข้อแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อที่จะกำหนดและส่งแพ็กเก็ตต่อไป เราท์เตอร์จะมีตัวจัดเส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ์ล (Routing Table) หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้ยังส่งข้อมูลไปยังเครือาข่ายที่ให้โพรโทคอลต่างกันได้ เช่น IP (Internet Protocol) , IPX (Internet Package Exchange) และ AppleTalk นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นได้ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • บริดจ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน (LAN Segments) เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได้เรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ ไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่าน ไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่น และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในระดับ Data Link Layer จึงทำให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับ Physical และ Data Link ได้ เช่น ระหว่าง Eternet กับ Token Ring เป็นต้น

บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่ เพียงเครือข่ายเดียว เพื่อให้เครือข่ายย่อยๆ เหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นๆ ได้

  • เกตเวย์ (Gateway) เกตเวย์ เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น การใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC) เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช (MAC) เป็นต้น

 อ้างอิง

รูปภาพของ kpp3068

การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์

การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาประกอบเองนั้น ควรเริ่มจากที่ซีพียูก่อนเป็นอันดับแรกสุด เนื่องจากจะทำให้ง่ายต่อการเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างอื่นต่อไปสมมุติว่าเริ่มจากซีพียู AMD Athlon XP 2100+ เมื่อได้ซีพียูแล้วต่อไปก็ไปดูเมนบอร์ด เมนบอร์ดที่ใช้สำหรับ AMD คือ เมนบอร์ด Socket A

เมนบอร์ดแต่ละรุ่นก็จะมีชนิดของแรมที่ใช้ มี Sound on Board ด้วยไหม มี VGA on Board ด้วยไหม ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นที่มี Sound และ VGA อยู่แล้ว ก็ทำให้คุณไม่ต้องซื้อซาวนด์การ์ด ไม่ต้องซื้อการ์ดจอเพิ่ม นอกจากนี้เมนบอร์ดบางรุ่นก็มี HDD Raid มีคอนเน็คเตอร์แบบ SCSI เอาไว้สำหรับต่อฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัว มีพอร์ต FireWire เอาไว้ต่อกล้องดิจิตอลวิดีโอ เมนบอร์ดที่มีอุปกรณ์เยอะ ก็จะมีราคาแพงขึ้นไปด้วย

หลังจากที่ได้เมนบอร์ดแล้วต่อไปก็ไปดูที่แรม อย่าลืมดูว่าเมนบอร์ดที่คุณเลือกมาต้องใช้แรมชนิดไหน เป็น SDRAM หรือว่า DDR ซึ่งดูได้จากสล็อตแรมในตารางราคา สำหรับแรมก็ควรเลือกระดับ 256 เมกะไบต์ขึ้นไปได้แล้ว สำหรับเครื่องทุกวันนี้ เนื่องจาก OS และโปรแกรมส่วนใหญ่ใช้แรมเยอะ

ต่อไปก็ดูฮาร์ดดิสก์ ความจุ ความเร็วรอบ ก็ดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เอามาใช้งานด้านไหน หากเป็นเพียงดูหนัง เล่นเกมส์ พิมพ์งานบ้างเล็กน้อย ความจุฮาร์ดดิสก์ 40 - 60 กิกะไบต์ก็รับมือได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นงานกราฟิกก็อาจเพิ่มขึ้น

เสร็จจากฮาร์ดดิสก์ก็ดูที่จอ สำหรับจอขนาด 17 นิ้วในปัจจุบันมีราคาถูกลงมาก ใกล้เคียงกับจอ 15 นิ้ว จอ 17 นิ้วจะเหมาะกับโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ๆ ทุกวันนี้ที่มีเครื่องมือ มีอินเทอร์เฟสขนาดใหญ่ แล้วก็ควรเลือกเป็นจอแบบจอแบน (ไม่ใช่จอแอลซีดี) ข้อดีของจอแบนก็คือมีแสงสะท้อนจากจอน้อย ทำให้สบายตาเมื่อใช้งานานๆ

การ์ดจอและการ์ดเสียง สำหรับคนที่ต้องการการ์ดจอและการ์ดเสียงที่มีประสิทธิภาพดีกว่าประเภท On Board ก็ควรเลือกซื้อเพิ่ม ต้องดูการใช้งานเป็นหลัก หากเน้นเล่นเกมสามมิติ ก็ต้องการ์ดพวก Geforce 3, Geforce 4 หรือ ATI Radeon 9800 เป็นต้น ส่วนการ์ดเสียงก็มีให้เลือกหลายรุ่น ที่ขึ้นชื่อก็ของ Sound Blaster ของ Yamaha

ลำโพงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรมี หากต้องการลำโพงที่เสียงดีๆ หน่อยก็ควรเลือกลำโพงที่มี Subwoofer ด้วย ราคาก็ตั้งแต่สองพันเศษๆ ไปจนถึงเป็นหมื่น ลองฟังเสียงว่าชอบรุ่นไหน ลำโพงที่ราคาสูงมากๆ อย่าลืมเลือกซาวนด์การ์ดดีด้วย

ไดรฟ์ DVD, CD-RW, CD-ROM หากต้องการดูหนังจากแผ่นดีวีดี เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีไดรฟ์ดีวีดี ราคาได้ก็ประมาณ 3 พันบาท หากต้องการบันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดีได้ด้วย เช่น ทำซีดีเพลง ทำวิดีโอซีดี แบ็คอัพงาน ไดรฟ์ CD-RW น่าใช้งานกว่า และสุดท้ายก็เป็นไดรฟ์ CD-ROM ไดรฟ์นี้ก็เอาไว้ฟังเพลง เอาไว้ติดตั้งโปรแกรมจากแผ่นซีดี เลือกดูว่าชอบอย่างไหน

อุปกรณ์อื่นๆ พวกเม้าส์ คีย์บอร์ด อันนี้ก็เลือกตามความชอบ แต่ให้ดูที่ราคาสูงนิดนึง จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่าของที่ซื้อมาใช้งานได้ไม่คุ้มค่า

ก่อนจะซื้อก็ลองดูรายการจากตารางราคาก่อนก็ได้ จากนั้นก็ทำราคาออกมา ดูว่าราคาสูงกว่างบที่ตั้งเอาไว้หรือเปล่า ถ้าสูงเกินไปจะลดอุปกรณ์ตัวไหนได้ เช่น การ์ดจอรุ่นนี้แพงไป ก็เลือกที่ราคาถูกลง ร้านขายคอมพิวเตอร์หลายร้านยินดีที่จะประกอบเครื่องให้ตามสเป็คที่เราเลือกได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเลือกซื้อแล้วมานั่งประกอบเอง

แหล่งอ้างอิง
http://www.zabzaa.com/links/buying.htm

รูปภาพของ kpp3068

   เครือข่ายแวน  

      

เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ในระยะไกล  เช่น  เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด  ระหว่างประเทศ  การสร้างเครือข่ายระยะไกล จึงต้องอาศัยระบบบริการข่ายสายสาธารณะ  เช่น สายวงจรเช่าจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยหรือจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย   ใช้วงจรสื่อสารผ่านดาวเทียม  ใช้วงจรสื่อสารเฉพาะกิจที่มีให้บริการแบบสาธารณะ   เครือข่ายแวนจึงเป็นเครือข่าย ที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น  ธนาคารมีสาขาทั่วประเทศ มีบริการ รับฝากเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม  เครือข่ายแวนเชื่อมโยงระยะไกลมาก จึงมีความเร็วในการสื่อสารจึงไม่สูง เนื่องจาก มีสัญญาณรบกวนในสาย และการเชื่อมโยงระยะไกลจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษในการลดปัญหาข้อผิดพลาดของ การรับส่งข้อมูล      เครือข่ายแวน เป็นเครือข่ายที่ทำให้เครือข่ายแลนหลายๆ เครือข่ายเชื่อมถึงกันได้เช่นที่ทำการสาขาทุกแห่ง ของธนาคารแห่งหนึ่งมีเครือข่ายแลนเพื่อใช้ทำงานภายในสาขานั้นๆ  และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายแลน ของทุกสาขาให้เป็นระบบเดียวด้วยเครือข่ายแวน        ในอนาคตอันใกล้นี้ บทบาทของเครือข่ายแวนจะทำให้ทุกบริษัท ทุกองค์การทุกหน่วยงานเชื่อมโยงเครือข่าย คอมพิวเตอร์ของตนเองเข้าสู่เครือข่ายกลาง  เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน  และการทำงานร่วมกัน
 เครือข่ายแลน หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในท้องที่ บริเวณเดียวกันเข้าด้วยกัน  เช่น ภายในอาคาร  หรือภายในองค์การที่มีระยะทางไม่ไกลมากนัก  เครือข่ายแลนจัดได้ว่าเป็นเครือข่ายเฉพาะขององค์การ  การสร้างเครือข่ายแลนนี้องค์การสามารถดำเนินการทำเองได้  โดยวางสายสัญญาณสื่อสารภายในอาคารหรือภายในพื้นที่ของตนเอง  เครือข่ายแลน มีตั้งแต่เครือข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปภายในห้องเดียวกันจนเชื่อมโยงระหว่างห้อง หรือองค์การขนาดใหญ่เช่นมหาวิทยาลัย มีการวางเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างอาคารภายในมหาวิทยาลัย เครือข่ายแลนจึงเป็นเครือข่ายที่รับผิดชอบโดยองค์การที่เป็นเจ้าของ ลักษณะสำคัญของเครือข่ายแลน  คืออุปกรณ์ที่ประกอบภายในเครือข่ายสามารถรับส่งสัญญาณกันด้วยความเร็วสูงมาก  โดยทั่วไปมีความเร็วตั้งแต่ หลายสิบล้านบิตต่อวินาที จนถึงร้อยล้านบิตต่อวินาที   การสื่อสารในระยะใกล้จะมีความเร็วในการสื่อสารสูง ทำให้การรับส่งข้อมูลมีความผิดพลาดน้อยและสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากในเวลาจำกัดได้       

ข่ายแบบดาว (Star Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับอุปกรณ์ที่เป็น
จุดศูนย์กลางของเครือข่าย โดยการนำสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วย สลับสายกลาง
การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานี
จะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง
การทำงานของหน่วยสลับสายกลาง จึงเป็นศูนย์กลาง
ของการติดต่อ วงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานี
ต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน

เครือข่ายแบบบัส (Bus Network)  เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ
ด้วยสายเคเบิ้ลยาวต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยจะมีคอนเน็กเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์
เข้ากับสายเคเบิ้ลในการส่งข้อมูลจะมีคอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่สามารถส่งข้อมูลได้ในช่วง
เวลาหนึ่งๆ การจัดส่งข้อมูลวิธีนี้จะต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำ
ให้ข้อมูลชนกัน วิธีการที่ใช้อาจแบ่งเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่สัญญาณที่แตกต่างกัน การเซตอัป
เครื่องเครือข่ายแบบบัสนี้ ทำได้ไม่ยากเพราะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แต่ละชนิด ถูกเชื่อมต่อด้วยสาย
เคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวโดยส่วนใหญ่เครือข่ายแบบบัส  มักจะใช้ในเครือข่ายขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในองค์กรที่มี
คอมพิวเตอร์ใช้ไม่มากนัก

แหล่งอ้างอิงhttp://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%AA&hl=th&biw=1024&bih=571&tbm=isch&tbnid=eK3DtiZqwGhcGM:&imgrefurl=http://kneslovely.blogspot.com/2009/06/blog-post.html&docid=pj-xbgMaR59S1M&w=320&h=184&ei=FyBnTuqeCouurAfw8qX5Cg&zoom=1&iact=rc&dur=0&page=1&tbnh=110&tbnw=192&start=0&ndsp=12&ved=1t:429,r:8,s:0&tx=111&ty=55

 

รูปภาพของ kpp3045

ช่วงราคา < 20,000 บาท

                    สำหรับในช่วงราคานี้ ทางด้านการพกพา ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะได้เครื่องที่มีราคาถูกกว่านี้ ก็อาจจะลองหันไปมองเครื่องจำพวก Netbook ก็ได้ครับ แต่เหตุผลที่ผมไม่แนะนำซะตั้งแต่ทีแรกนั้น เนื่องมาจากว่าตัวเครื่องประเภท Netbook นั้นมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างต่ำ ประกอบกับราคาของเครื่อง Notebook แบบประหยัดพลังงานจาก Acer ตัวนี้ ก็ถือว่าได้ว่าค่อนข้างถูกเลยทีเดียว หากเทียบกับ Brand อื่นๆ เพราะฉะนั้นจึงดูเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าครับ ในส่วนของ Notebook สำหรับกราฟิกนั้น แม้จะไม่ได้ใช้งาน CPU จากค่ายยอดฮิตอย่าง Intel แต่สำหรับ CPU ตัวใหม่จาก AMD นี้ ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่า Core Duo ครับ เมื่อรวมเข้ากับ GPU ที่แรงเกินราคาอย่าง ATI HD 4570 แล้วต้องถือว่าคุ้มที่สุดในงบนี้ครับ ส่วน Notebook ตัวสุดท้ายนั้น แค่เห็น CPU ก็คุ้มจนไม่ต้องบรรยายแล้วล่ะครับช่วงราคา < 25,000 บาท                สำหรับงบนี้ เครื่องสำหรับการพกพาดูจะไม่ค่อยแตกต่างจาก งบต่ำกว่า 20,000 บาท ซักเท่าไหร่ในเรื่องของประสิทธิภาพ เนื่องจากราคานี้ไม่สามารถที่จะมองหา CPU แบบ Core 2 Duo ได้ ต้องเพิ่มอีกประมาณ 1,000 บาท แต่หากมองในแง่ของ Platform ที่มาเป็น Set และ Windows แบบลิขสิทธิ์ ก็ถือว่าเป็นส่วนต่างที่น่าจ่ายเพิ่มไม่น้อยเลยล่ะครับ ในส่วนของ Notebook อีกสองประเภทที่เหลือนั้น ผมว่าคงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากมาย เพราะตัว CPU+ GPU ในด้านกราฟิกนั้นถือว่า แรงเกินราคาเลยที่เดียว เช่นเดียวกันกับทางด้านประสิทธิภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าราคานี้จะสามารถจับจอง CPU แบบ Core i5 ได้ครับ ช่วงราคา < 30,000 บาท                  สำหรับงบ 30,000 บาท ถือได้ว่าคุ้มสุดๆสำหรับ Lenovo ThinkPad ตัวนี้ เพราะนอกจากราคาจะไม่แพงแล้ว ยังได้ CPU แบบ Core 2 Duo + ตัวเครื่องที่สามารถรองรับเทคโนโลยี 3G ได้ในตัว อย่างนี้สิครับ ถึงจะเรียกได้ว่าสุดยอดแห่งการพกพาตัวจริง สำหรับทางด้านกราฟิกนั้น แม้ตัว CPU จาก Samsung จะเป็นเพียง Core i3 แต่เมื่อนำมารวมเข้ากับ GPU อย่าง GT330M แล้ว เครื่องเคยแรงอย่าง Lenovo Y450 ยังต้องกระเด็นไปชิดซ้ายเลยทีเดียว ในส่วนของทางด้านประสิทธิภาพนั้นจะเป็นเครื่องที่คล้ายๆกับในงบ ต่ำกว่า 25,000 บาท เนื่องจากไม่สามารถที่จะหา Core i5 รุ่นที่สูงกว่าในงบเท่านี้ได้ครับแหล่งอ้างอิง http://www.notebook888.com/tips/funthong-mar.html

 

รูปภาพของ kpp1310

เครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับงานประมวลผล  (จอขนาดไม่น้อยกว่า 18 นิ้ว) ราคา 30,000 บาท

คุณลักษณะพื้นฐาน

  - มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก (4 core) และมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา  ไม่น้อยกว่า 2.5 GHz จำนวน 1 หน่วย- มีแผงวงจรหลัก (Main board) ที่มีความเร็วบัส (FSB/HTT) ไม่น้อยกว่า 1,066 MHz จำนวน 1  หน่วย- มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 512  MB- มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด DDR3 หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า 4 GB- มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิด SATA หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 500 GB

  จำนวน 1 หน่วย

- มี DVD-RW หรือดีกว่า จำนวน 1 หน่วย- มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย แบบ 10/100/1,000 Mbps จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ช่อง

- มี Interface ไม่น้อยกว่า 1 x Serial Port และ 4 x USB 2.0

- มีจอภาพแบบ LCD รองรับความละเอียดไม่น้อยกว่า 1,440 X 900 Pixel, มี Contrast Ratio ไม่

  น้อยกว่า 600:1 และมีขนาดไม่น้อยกว่า 18 นิ้ว จำนวน 1 หน่วย

- แป้นพิมพ์ (Keyboard) มีอักษรทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ- มี Optical Mouse พร้อมแผ่นรอง Mouse

แหล่งอ้างอิง  http://www.dol.go.th/dol/index.php?option=com_content&task=view&id=1494

รูปภาพของ kpp3090

รายละเอียดสินค้า (Specification)

ซีพียู (CPU) Intel Core i7-2630M (2.0GHz turbo boost up to 2.90GHz)
แคช (Cache) 6MB L3 Cache  
ชิปเซต (Chipset) Mobile Intel HM65 Express chipset
ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) 640GB (5400rpm)
หน่วยความจำ (Memory) RAM 4GB (1x4GB) DDR3 1333MHz  
เครื่องอ่าน CD/DVD  DVD Super Multi Double Layer
กราฟฟิก (Graphics) nVidia GeForce GT540MB with 2GB DDR3 VRAM
เน็ตเวิร์ก (Network) การเชื่อมต่อ(Interface) Gigabit LAN 10/100/1000MbpsWireless LAN Wi-Fi 802.11 b/g/n1x Microphone-in jack
1x Headphone-out jack 
1x VGA port/Mini D-sub 15-pin for external monitor
3x USB 2.0 port
1x RJ45 LAN Jack for LAN insert 
1x HDMI
จอแสดงผล (Display) 14.0" 16:9 HD (1366x768) LED backlit Asus Splendid Video Intelligent Technology
กล้อง (Web Camera) 2.0 Mega Pixel Fixed web camera
ระบบเสียง (Audio) Built-in Speakers And Microphone
Bang & Olufsen ICEpower
SonicFocus
แบตเตอรี่ (Bettery) 6-Cell Lithium-ion Battery 
ระบบปฏิบัติการ (OS) DOS
น้ำหนัก (Weight) 2.9Kg
การรับประกัน (Warrant

2 Year International Warranty, 1 Year Insurance

 

 ราคา    28,900  บาทแหล่งที่มา  http://www.notebook-thailand.com/12-asus-notebook?orderby=price&orderway=asc&p=3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ราคา  28,900  บาท

แหล่งที่มา

http://www.notebook-thailand.com/12-asus-notebook?orderby=price&orderway=asc&p=3

 

 

รูปภาพของ kpp3099

การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์  การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาประกอบเองนั้น ควรเริ่มจากที่ซีพียูก่อนเป็นอันดับแรกสุด เนื่องจากจะทำให้ง่ายต่อการเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างอื่นต่อไปสมมุติว่าเริ่มจากซีพียู AMD Athlon XP 2100+ เมื่อได้ซีพียูแล้วต่อไปก็ไปดูเมนบอร์ด เมนบอร์ดที่ใช้สำหรับ AMD คือ เมนบอร์ด Socket A เมนบอร์ดแต่ละรุ่นก็จะมีชนิดของแรมที่ใช้ มี Sound on Board ด้วยไหม มี VGA on Board ด้วยไหม ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นที่มี Sound และ VGA อยู่แล้ว ก็ทำให้คุณไม่ต้องซื้อซาวนด์การ์ด ไม่ต้องซื้อการ์ดจอเพิ่ม นอกจากนี้เมนบอร์ดบางรุ่นก็มี HDD Raid มีคอนเน็คเตอร์แบบ SCSI เอาไว้สำหรับต่อฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัว มีพอร์ต FireWire เอาไว้ต่อกล้องดิจิตอลวิดีโอ เมนบอร์ดที่มีอุปกรณ์เยอะ ก็จะมีราคาแพงขึ้นไปด้วย หลังจากที่ได้เมนบอร์ดแล้วต่อไปก็ไปดูที่แรม อย่าลืมดูว่าเมนบอร์ดที่คุณเลือกมาต้องใช้แรมชนิดไหน เป็น SDRAM หรือว่า DDR ซึ่งดูได้จากสล็อตแรมในตารางราคา สำหรับแรมก็ควรเลือกระดับ 256 เมกะไบต์ขึ้นไปได้แล้ว สำหรับเครื่องทุกวันนี้ เนื่องจาก OS และโปรแกรมส่วนใหญ่ใช้แรมเยอะ ต่อไปก็ดูฮาร์ดดิสก์ ความจุ ความเร็วรอบ ก็ดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เอามาใช้งานด้านไหน หากเป็นเพียงดูหนัง เล่นเกมส์ พิมพ์งานบ้างเล็กน้อย ความจุฮาร์ดดิสก์ 40 - 60 กิกะไบต์ก็รับมือได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นงานกราฟิกก็อาจเพิ่มขึ้น เสร็จจากฮาร์ดดิสก์ก็ดูที่จอ สำหรับจอขนาด 17 นิ้วในปัจจุบันมีราคาถูกลงมาก ใกล้เคียงกับจอ 15 นิ้ว จอ 17 นิ้วจะเหมาะกับโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ๆ ทุกวันนี้ที่มีเครื่องมือ มีอินเทอร์เฟสขนาดใหญ่ แล้วก็ควรเลือกเป็นจอแบบจอแบน (ไม่ใช่จอแอลซีดี) ข้อดีของจอแบนก็คือมีแสงสะท้อนจากจอน้อย ทำให้สบายตาเมื่อใช้งานานๆ การ์ดจอและการ์ดเสียง สำหรับคนที่ต้องการการ์ดจอและการ์ดเสียงที่มีประสิทธิภาพดีกว่าประเภท On Board ก็ควรเลือกซื้อเพิ่ม ต้องดูการใช้งานเป็นหลัก หากเน้นเล่นเกมสามมิติ ก็ต้องการ์ดพวก Geforce 3, Geforce 4 หรือ ATI Radeon 9800 เป็นต้น ส่วนการ์ดเสียงก็มีให้เลือกหลายรุ่น ที่ขึ้นชื่อก็ของ Sound Blaster ของ Yamaha  

คุณสมบัติหลัก
รุ่นซีพียู Intel Atom ขนาดจอภาพ 10.1 นิ้ว
ความถี่ซีพียู 1.66 GHz ความละเอียด 1024x600
ฮาร์ดดิสก์ 320 GB (5400rpm) หน่วยความจำ 2048 MB
ชิปกราฟฟิค Intel GMA 3150 หน่วยความจำสูงสุด n/a
ไดร์ฟออฟติคัล Built-in แบตเตอรี่ n/a
ระบบปฏิบัติการ DOS รับประกัน 1 ปี
น้ำหนัก 1.31 กก. ขนาด 268 x 191 x 22.8/32 มม.

แหล่งที่มา  http://rarkar.com/th/product/1003057-HP-Mini-110-3716TU-Black-LZ767PA-AKL

 

 

 

แหล่งที่มาของภาพ  http://rarkar.com/images/product/s/1002422.jpg?1279598560

 

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ งบไม่เกิน 30000 บาท

P4 6xx ถ้ารอได้ =9000B ถ้าไม่รอก็P4 530J=7400B
Asus P5GPL=4200B(
รองรับDual Core เผื่ออนาคต)
PCIe Asus X300=2500B
HDD Seagate80GBSATA=2600B
DDR2 512/533x2Rox/Rambo=4800B
Combo LiteOn=1400B
Case700B
เอา PSUออกใส่ Enermax460w=2600B
17" itronCRT=2900B

 แหล่งอ้างอิงhttp://www.pantip.com/tech/hardware/topic/HP1819928/HP1819928.htm

รูปภาพของ kpp3113

CPU : Athlon 64 X2 5200+ (2.6 Ghz).....4,770 บาท
เมนบอร์ด: ASRock NF6G-VSTA
RAM : 1024/667 CORSAIR ''Dcom'' ไหม้เคลมได้ 750 ฺ฿ x2*****1500฿
GPU : Sapp HD3870 512MB DDR3*****7XXX ฿ (ไม่เเน่ใจ ไม่เกินประมาณนี้)
HD : Hitachi 160GB SATA2, 7200RPM, Buffer 8MB, 300MB/s *****1,710 ฿
PSU : Enermax "EG465P-VD FM" 460W, 20+4P*****2,140 ฿
Case: ATX CASE (KP-168/ 1862) B/S, No Power*****390 ฿
DVD : DVD-RW LITE-ON 20X [20A4P]_(BOX) *****1,070 ฿
Moniter: LCD 19'' BENQ G900WA*****5,990 ฿

รวม............27,700 บาท

 แหล่งอ้างอิง         http://www.beartai.com/webboard/index.php?topic=27427.0

 

 

A Touching Glow

SONY Notebook VAIO CS16 จะนำคุณไปสัมผัสกับสไตล์ที่โดดเด่นด้วยสีสันและเส้นสายที่โค้งมน ผสานกับพื้นผิวสีมันวาวสะท้อน แสง UV และเส้นขอบด้วยสีเงินหรูหราแต่งแต้มความรู้สึกให้เพลิดเพลินที่ควบคู่กับการทำงานที่รวดเร็ว ในขณะที่ไฟ LED หลากสีจะกระพริบและเรื่องแสงตอบสนองการทำงานไปพร้อมกัน โดยที่คุณสามารถเลือกสีเพื่อบงบอกสไตล์ของตัวเอง ได้อย่างลงตัวถึง 4 สีที่แสนโฉบเฉี่ยว

Make a Fashion Statement

มันง่ายมากที่จะนำแฟชั่นไปกับ SONY Notebook VAIO CS16 ด้วยความเรียบง่ายแต่มีสไตล์และเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สีสันที่โดดเด่น สะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นภายนอก ที่ทำให้ความรู้สึกที่หรูหราเฉพาะตัว ไปจนถึงกรอบที่เรืองแสงที่จะสะกดทุกสายตา คีย์บอร์ดลอยตัวพร้อมรูปแบบตัวอักษรที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้สะดวกต่อการพิมพ์ ยิ่งกว่านั้นยังมีเมาส์ และกระเป๋าพกพาที่มีสีสันเข้าชุด ให้คุณได้เลือกผสานความลงตัวเข้ากับสีสันของตัวโน้ตบุคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Experience the Fun Factor

ความสนุกจะเริ่มต้นทันทีที่ได้สัมผัส SONY Notebook VAIO CS16 ด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส และระบบการทำงานที่เรียบง่าย ช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับการรับชมวิดีโอได้อย่างเต็มอรรถรส หรือฟังเพลงผ่าน VAIO MusicBOX ซึ่งจะทำการเรียงเพลงตามอารมณ์ของคุณในขณะนั้นโดยอัตโนมัติ เพียงแค่กดปุ่ม AV Mode เพื่อเรียก VAIO Launcher แล้ว เข้าถึงข้อมูลเพลงและรูปภาพต่างๆ ด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส ไฟ LED ที่จะเรืองแสงทันทีที่คุณสัมผัสเครื่อง และจะเปลี่ยนสีไฟตามจังหวะที่คุณต้องการ นอกจากนี้ยังทีปุ่ม Capture เพื่อเรียกกล้องในตัวให้คุณสนธนา วิดีโอได้ตามต้องการ

Intelligent on the Inside

เบื้องหลังความงดงามของ Sony Notebook VAIO CS16 ถูกแฟงด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Intel Centrino 2 Processor Technology ที่จะให้คุณสนุกไปกับการสั่งงานไหลลื่น และฟังค์ชั่นค้นหารที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งระบบกราฟฟิคจาก NVDIA Geforce 9300M GS GPU ส่งผลให้การใช้งานคุณเต็มประสิทธิภาพทั้งด้านธุรกิจและความบันเทิง

   

ลักษณะเฉพาะ Sony Notebook VAIO CS16

ตัวเครื่องสีดำที่ดูภูมิฐาน และระบบการทำงานที่เรียบง่ายด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส ช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการใช้งานได้อย่างเต็มอรรถรส เมื่อเข้าถึงข้อมูลเพลงและรูปภาพต่างๆไฟ LED จะเรืองแสงทันทีที่คุณสัมผัสเครื่องและจะเปลี่ยนสีไฟตามจังหวะที่คุณต้องการ

คุณสมบัติ Sony Notebook VAIO CS16

- Intel® Core™2 Duo Processor P8400 (2.26 GHz)
- ลิขสิทธิ์แท้ Windows Vista® Home Premium ของแท้
- 14.1" WXGA display (1280 x 800)
- กล้องในตัวความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล : MOTION EYE
- Intuitive Operation: Touch Sensor
- Touch and Feel: Glowing Luminous LED

 

 

แหล่งที่มา 
http://www.thaisony.com/article/index.asp?ProductID=34305

   

 

 

 

 

แหล่งที่มาของภาพ  http://www.vmodtech.com/spaw/images/Northbridge/vaiopress/16.jpg

 

รูปภาพของ kpp3109

 

รายละเอียดสินค้า

HP Pavilion dv4-3113tx Entertainment Notebook PC (LZ733PA)

 

System features
Operating system
 
Genuine Windows® 7 Home Premium 64
 
Processor
 
Intel® Core™ i5-2410M
• 2.3 GHz
 
Chipset
 
Intel HM65
 
Memory
Standard memory
 
4 GB 1333 MHz DDR3 (1 x 4 GB)
 
Memory, maximum
 
Upgradeable to 8 GB DDR3
 
Memory slots
 
2 user accessible
 
Storage
Internal drives
 
640 GB SATA (5400 rpm)
 
Optical drive
 
SuperMulti DVD±R/RW with Double Layer Support
 
Graphics
Display size (diagonal)
 
14.0" High-Definition LED HP Brightview Display
 
Display resolution
 
1366 x 768
 
Graphics
 
AMD Radeon HD 6750M (1 GB GDDR5 dedicated)
 
Expansion features
Ports
 
1 VGA
1 HDMI
1 stereo headphone-out
1 headphone-out/microphone-in combo
2 USB 3.0
1 USB 2.0
1 RJ45
 
Slots
 
Multi-Format Digital Media Card Reader for Secure Digital cards, Multimedia cards
 
Media devices
Webcam
 
HP TrueVision HD Webcam with Integrated Digital Microphone (High Definition low-light)
 
Audio features
 
Altec Lansing speakers - Dolby Home Theater
 
Input devices
Pointing device
 
TouchPad supporting Multi-Touch gestures and On/Off button
 
Keyboard
 
Full size island-style keyboard with home roll keys
 
Communications
Network interface
 
Integrated 10/100/1000 Gigabit Ethernet LAN
 
Wireless
 
Intel 802.11 b/g/n
Bluetooth wireless networking
 
Dimensions and Weight
Weight
 
Starting at 2.22 kg
 
Dimensions (W x D x H)
 
23.8 x 34 x 3.64 cm
 
Power
Power supply type
 
90W AC Power Adapter
 
Energy efficiency
 
ENERGY STAR® qualified ; EPEAT Silver®
 
Security management
Security
 
Kensington® MicroSaver lock slot; Power-on password; Accepts 3rd party security lock devices
 
What's included
Warranty
 
1 year, parts and labour
 
Software included
 
Multimedia and Entertainment (Software may vary in different countries):
Cyberlink Youcam
Omnifone™ International Music Station (Available in certain countries)
Adobe Flash Player
Adobe Shockwave Player
Product Support (Software may vary in different countries):
HP Setup
HP Support Assistant
User Guide Documentation
HP ProtectSmart
Recovery Manager
Symantec™ Norton Internet Security™ 2011 (60-day trial)
Productivity and Lifestyle (Software may vary in different countries):
Adobe® Reader®
Evernote
Skype (Available in certain countries)
Windows® Live™ Essentials
Microsoft Office 2010 (Purchase a Product Key to activate a full Microsoft Office 2010 suite)
 
Color
 
Ruby Red, Dandelion Pattern

 

http://www.shop4thai.com/th/product/30542/

รูปภาพของ kpp3459

การเลือกซื้อคอมพิเตอร์      ทำความเข้าใจก่อน ก่อนการเลือกซื้อคงทำมาทำการบ้านกันสักนิดก่อนว่า เราต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ไปใช้งานในลักษณะใด เช่น การซื้อเพิ่มนำมาเสนอสินค้าหรือบริการ การซื้อเพื่อนำไปใช้ในสำนักงาน นอกจากนี้คงต้องคำนึงถึงโปรแกรมในการใช้งานว่าต้องการใช้งานในลักษณะใดเช่น การใช้งานในส่วน office เล่นเกมส์การใช้งานด้านกราฟฟิค การตัดต่อวีดีโอ เป็นต้น   ใช้ในสำนักงาน (ใช้โปรแกรม Office, และเล่นเน็ต)  1.หน่วยประมวลผล - CPU: Intel Celeron 2.หน่วยความจำ - RAM DDR SDRAM 128 หรือ 256 mb 3.ฮาร์ดดิสก์ - Harddisk 40 gb 4.ซีดีรอม - CD-ROM 52x 5.การ์ดเสียง - Sound Card on board 6.จอภาพ - Monitor 15" หรือ 17" 7.แลนการ์ด - LAN Card งานด้านกราฟฟิก ตัดต่อวีดีโอ  1.หน่วยประมวลผล - CPU: Intel Pentium IV ขึ้นไป 2.หน่วยความจำ - RAM DDR SDRAM 512 mb 3.ฮาร์ดดิสก์ - Harddisk 40 gb 4.ซีดีรอม - COMBO Drive (CD-RW, DVD) 5.จอภาพ - Monitor 17" 6.การ์ดจอ -VGA Card - RAM 128 mb 7.โมเด็ม - Modem 56 kbps v.90 ใช้ตามบ้าน และเล่นเกมส์1.หน่วยประมวลผล - CPU: Intel Celeron (ถ้าเน้นเกมส์ และดูหนังฟังเพลง แนะนำให้ใช้ Intel Pentium IV) 2.หน่วยความจำ - RAM DDR SDRAM 256 mb 3.ฮาร์ดดิสก์ - Harddisk 40 gb 4.ซีดีรอม - CD-ROM 52x 5.จอภาพ - Monitor 17" 6.การ์ดจอ - VGA Card (ถ้าเน้นเกมส์ ขั้นต่ำควรใช้ Geforce4)

7.โมเด็ม - Modem 56 kbps v.90

CPU (ซีพียู) : CORE i3 2100 (3.1GHz) – ราคา 3,670 บาท
Mainboard (เมนบอร์ด) :
ECS H61H2-M2  – ราคา 1,650 บาท
RAM (แรม) :
RENDITION 4GB/1333 DDR3 (2GBx2) – ราคา 1,060 บาท
HDD (ฮาร์ดดิส) :
WD 5000 AAKX  – ราคา 1,280 บาท
VGA (การ์ดจอ) :
Sparkle GT 440 512MB DDR5  – ราคา 2,100 บาท
DVD-RW (อ่าน-เขียนดีวีดี) :
LG 22X SATA  – ราคา 610 บาท
CASE + PSU580W (เคสและ Power Supply) :
Tsunami Drip  – ราคา 1,020 บาท
Monitor (จอภาพ) : LED 20 SAMSUNG S20A300B  – ราคา 3,480 บาท

ราคารวม 14,870 บาท

 

อ้างอิง    http://www.manacomputers.com/intel-computers-set-15000-baht/

 

 

 

 ที่มาของภาพ    http://www.manacomputers.com/wp-content/uploads/2011/07/intel-computer.jpg 

คุณสมบัติหลัก
รุ่นซีพียู Intel Core 2 Duo ประเภทของเคส Slim-Tower
ความถี่ซีพียู 2.83 GHz จอมอนิเตอร์ 17 นิ้ว LCD
ฮาร์ดดิสก์ 160 GB หน่วยความจำ 2048 MB
หน่วยความจำสูงสุด 8192 MB การ์ดกราฟฟิค Intel GMA 3100
ระบบปฏิบัติการ Windows Vista Business รับประกัน 3 ปี
น้ำหนัก n/a ขนาด n/a

อ้างอิง http://rarkar.com/th/product/13000015-Acer-Veriton-S661

 

 

 

 ที่มาของภาพ  http://203.111.10.69/acer/akc/rwpgslib.nsf/GraphicFiles/S661+top/$FILE/VeritonS661.jpg

รูปภาพของ kpp3056

LCD: 14” HD (1366x768) LED Backlight, Color Shine Glare-type
CPU: Intel® Core i3-2310M 2.1GHz
Memory: 2GB DDR3 1333MHz (2GB*1)
HDD: 500GB-5400RPM
VGA: nVidia GT520M
VRAM: 1GB DDR3
ODD: 8x DVD Super-Multi Double Layer/BD Combo
Wi-Fi, Bluetooth: 802.11b/g/N(ASUS)
OS: Dos
Battery: 6 Cell Battery
Webcam: 0.3 M Pixel CMOS camera
Warranty/ Insurance: 2 Years / 1 Year
Dimensions: 34.8 x 24.2 x 2.95-3.48 cm (WxDxH)
Weight: 2.44 kg

 

 

รูปภาพของ kpp3545

 

การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ งบไม่เกิน 30000 บาท

 

CPU : Athlon 64 X2 5200+ (2.6 Ghz).....4,770 บาท
เมนบอร์ด: ASRock NF6G-VSTA
RAM : 1024/667 CORSAIR ''Dcom'' ไหม้เคลมได้ 750 ฺ฿ x2*****1500฿
GPU : Sapp HD3870 512MB DDR3*****7XXX ฿ (ไม่เเน่ใจ ไม่เกินประมาณนี้)
HD : Hitachi 160GB SATA2, 7200RPM, Buffer 8MB, 300MB/s *****1,710 ฿
PSU : Enermax "EG465P-VD FM" 460W, 20+4P*****2,140 ฿
Case: ATX CASE (KP-168/ 1862) B/S, No Power*****390 ฿
DVD : DVD-RW LITE-ON 20X [20A4P]_(BOX) *****1,070 ฿
Moniter: LCD 19'' BENQ G900WA*****5,990 ฿

รวม............27,700 บาท

 แหล่งอ้างอิง         http://www.beartai.com/webboard/index.php?topic=27427.0

Notebook Education : Price 25,000 B.
สำหรับใช้เพื่อการศึกษาที่เน้นเพื่อการเรียนการศึกษาโดยเฉพาะ ที่มีความเร็วในการทำงานพร้อมระบบโพรเซสเซอร์ที่ดี เน้นที่ฮาร์ดดิสก์ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลหรือเอกสารรายงานต่างๆ
• CPU : แบบ Dual Core หรือสูงกว่าความเร็วสัญญาณ นาฬิกา ไม่น้อยกว่า 1.6GHz
• Ram : DDR2-533MHz หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า 1GB
• Hard Disk : ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 120 GB
• Monitor : 14.1" WXGA
• Graphics Card : Intel GMA X3100 หรือ nVIDIA GeForce 7000
• CD-Rom : DVD±RW
คุณสมบัติหลัก
รุ่นซีพียู Atom processor N550 ขนาดจอภาพ 10.1 นิ้ว
ความถี่ซีพียู 1.5 GHz ความละเอียด 1024x768
ฮาร์ดดิสก์ 320 GB (5400rpm) หน่วยความจำ 1024 MB
ชิปกราฟฟิค Intel GMA 3150 หน่วยความจำสูงสุด n/a
ไดร์ฟออฟติคัล n/a แบตเตอรี่ 6 cell
ระบบปฏิบัติการ DOS รับประกัน 1 ปี
น้ำหนัก 1.4 กก. ขนาด 268 x 191 x 22.8/32 มม.

 ฿ 10,690 ราคากลาง (ปรับราคา 16-01-2011, รวม VAT)

แหล่งอ้างอิง http://rarkar.com/th/product/1002827-HP-Compaq-Mini-110-3527TU-Glossy-Red-XV915PA

 

 

 ที่มาของภาพ http://www.samapi.co.th/_files/product/2011_01_15_213511_lwjule16.jpg

 

 

 

รูปภาพของ kpp3068

||วิธีการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์|| วิธีการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์การพิจารณาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เป็นขั้นตอนสำคัญซึ่งเราควรทำความเข้าใจก่อนศึกษาเรื่องอื่นซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ และการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชิ้นในกรณีที่เราต้องการซื้ออุปกรณ์มาประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เอง หรือเราต้องการอัพเกรดอุปกรณ์บางชิ้นภายในเครื่อง เช่น ต้องการซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ที่มีความจุมากกว่าเดิม หรือซื้อแรมมาเพิ่มให้ประมวลผลได้เร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น เนื้อหาในส่วนนี้จะให้รายระเอียดและขั้นตอนในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เราได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด และไม่ถูกหลอกในการเลือกซื้อ โดยพอสรุปขั้นตอนที่เราควรคำนึงถึงเป็นแผนภาพดังต่อไปนี้ ลักษณะการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นตอนแรกที่เราควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นคือต้องการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งานอะไร เป็นต้นเพื่อที่เราจะสามารถเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานโดยเราจะแบ่งระดับผู้ใช้งานเป็น 3 ประเภท คือ1. Basic User ได้แก่ ผู้ใช้โปรแกรมประเภท Windows 95/98/Me,Ms Office และดูหนังฟังเพลง2. Power User ได้แก่ ผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกและเล่นเกม เช่น โปรแกรม Photoshop ,AutoCAD3. Graphic User ได้แก่ ผู้ที่ใช้งานด้านกราฟฟิกเป็นหลัก เช่น โปรแกรม Photoshop,AutoCAD และ 3D Studio Max ตารางข้างล่างจะเป็นตัวอย่างในการเลือกอุปกรณ์ในการใช้งาน โดยแบ่งตามระดับผู้ใช้งานดังนี้ระดับผู้ใช้ซีพียูขนาดแรม (MB)ความเร็วแรม(MHz)Basic UserIntel Celeron 400-500 MHz AMD K6 350-500 MHzCyrix MII 350 MHz ขึ้นไป32 หรือ 6466 หรือ 100Power UserIntel Pentium III 400 MHz ขึ้นไปAMD K6 III 400 MHz ขึ้นไปCyrix M II 450 MHz หรือ Cyrix M III64100Graphic UserIntel Pentium III 600 MHz ขึ้นไป หรือ AMD k7 600 ขึ้นไป128100 หรือ 133แหล่งอ้างอิงhttp://coconanon.blogspot.com/2008/01/blog-post_2282.html

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์