การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ kppurai

ให้นักเรียนบอกการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมรูปภาพประกอบ (10 คะแนน)

รูปภาพของ kpp3168

 

การดูแลรักษา Notebook การใช้งานอย่างถูกต้อง และการแก้ปัญหาเบื้องต้น
>> ใช้งานโน้ตบุ๊กให้ถูกสถานที่
โน้ต บุ๊กควรใช้ในสถานที่ที่มีการถ่ายเทของอากาศที่ไหลเวียนได้สะดวก และการวางโน้ตบุ๊กไม่ควรวางบนพื้นที่มีความนุ่ม เพราะจะทำให้ไปปิดบังช่องระบายความร้อนใต้เครื่องได้ มีผู้ใช้บางกลุ่มนิยมนำโน้ตบุ๊กไปใช้บนที่นอน
ซึ่งไม่ควรทำ
เพราะที่นอนมีความนุ่มเวลาวางโน้ตบุ๊กลงไป พื้นด้านล่างจะแนบชิดไปกับที่นอนทั้งหมด
ไม่มีช่องระบายความร้อน
ซึ่งอาจจะส่งผลให้โน้ตบุ๊กเกิดความร้อนสูง จนแฮงค์และไม่สามารถใช้งานได้ต่อไป นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้โน้ตบุ๊กในบริเวณที่มีฝนตก
หรือมีความชื้นสูงๆ
เพราะจะส่งผลต่อ
อุปกรณ์ต่างๆ ภายใน

>> การชาร์จแบตเตอรี่
ผู้ ใช้ควรอ่านคำแนะนำในการชาร์จแบตเตอรี่ในคู่มือที่มีมาให้ทุกครั้ง โดยเฉพาะการชาร์จไฟครั้งแรก
ซึ่งจะต้องชาร์จนานกว่าปกติ
หลังจากนั้นก็สามารถชาร์จไฟใหม่ได้ถึงแม้ว่าใช้งานแบตเตอรี่ยังไม่หมด มีผู้ใช้หลายท่านให้ข้อคิดเห็นว่า
เวลาเสียบปลั๊กใช้งาน
ซึ่งแบตเตอรี่เต็มแล้ว
ไม่ควรจะใส่แบตเตอรี่เอาไว้ในเครื่อง เพราะจะทำให้
เกิดความร้อน และแบตเตอรี่เสื่อมเร็ว จริงๆ
แล้วก็อาจจะเป็นไปได้
แต่ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง การใส่แบตเตอรี่ค้างเอาไว้ขณะเสียบปลั๊กใช้งานก็เป็นการป้องกันเรื่องของไฟ ดับกะทันหันได้เช่นกัน
เพราะถ้าเกิดไฟดับกระทันหัน
จะส่งผลโดยตรงต่อฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่อง
ซึ่งอาจจะเสียหายได้ทันที
โดยปกติแล้วแบตเตอรี่ก็มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยที่
2 ถึง 3 ปี ตามแต่ลักษณะของการใช้งานของแต่ละคน
ซึ่งก็คงต้องใช้งานให้ถูกวิธีครับ
จะช่วยยืด
เวลาให้ยาวนานขึ้นไปได้อีกการสำรองข้อมูล

เนื่องจากโน้ตบุ๊กอ อกแบบมาเพื่อการพกพา
ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการกระทบ
หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะค่อนข้างสูง
ดังนั้นควรจะมี
การสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญ
ซึ่งปัจจุบันโน้ตบุ๊กจะติดตั้งคอมโบไดรฟ์มาให้อยู่แล้ว ดังนั้นการบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นซีดีน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด ครับ ในการสำรองข้อมูลก็ สามารถใช้คำสั่ง Backup ใน Windows XP จัดการได้เลย เข้าไปที่เมนู Start => Programs => Accessories => System =>
Backup
แล้วทำตามขั้นตอนต่างๆ
ที่มีหน้าจอแสดงขึ้นมาแนะนำ

>> การทำความสะอาดโน้ตบุ๊ก
การ ทำความสะอาดควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดโดยรอบตัวเครื่อง ยกเว้นจอภาพที่ควรจะใช้ผ้าหรือวัสดุที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ
จัดการทำความสะอาด

ส่วนตรงคีย์บอร์ดที่มักจะมีฝุ่น
หรือเศษผงติดเข้าไปด้านใน
ไม่ควรใช้วิธีการเป่า
แต่ควรใช้วิธีการดูด
อาจจะดูดด้วยเครื่องดูดฝุ่นเพื่อช่วยทำความสะอาดก็ได้เช่นกัน

>> หลีกเหลี่ยงไม่ให้โดนกระแทก
เวลา พกพาโน้ตบุ๊กไปใช้งานตามที่ต่างๆ
ควรจะมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ
เพราะหากเกิดไปกระแทกกับวัสดุอื่นๆ
แล้วจะเกิดการ เสียหายที่ค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะจอภาพที่มีความบอบบางเป็นพิเศษ
ทุกครั้งก่อนนำไปใช้งาน
ควรนำใส่กระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อใส่โน้ตบุ๊กโดยเฉพาะเพราะด้านในจะมีการบุ ด้วยวัสดุกันกระแทก เวลาเกิดไปกระแทกโดย
ไม่ตั้งใจ
วัสดุเหล่านั้นจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

>> อ่านคู่มือก่อนการใช้งาน
ก่อน การใช้งานทุกครั้ง ผู้ใช้ควรทำความรู้จักโน้ตบุ๊กที่กำลังจะใช้งานให้มากที่สุด ด้วยการอ่านคู่มือ และคำแนะนำต่างๆ
เพื่อการใช้งาน ได้อย่างถูกต้อง
และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาว ปกติแล้วคู่มือจะแจ้งรายละเอียดของอุปกรณ์ทุกๆ
อย่าง ตำแหน่งของพอร์ต
และอุปกรณ์
คำเตือนและคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์
รวมถึงเบอร์โทรสำหรับติดต่อ สอบถามเมื่อโน้ตบุ๊กเกิดปัญหา

——————————————————————————–
:: การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
::

>>
เปิดเครื่องไม่ติด
เริ่ม ต้นจากการตรวจสอบไฟแสดงสถานะเปิดเครื่องก่อนว่าติดหรือไม่ จากนั้นให้ดูว่าแบตเตอรี่เหลือน้อย
หรือหมดแล้วหรือยัง แล้วจึงเสียบปลั๊ก
แล้วลองกดปุ่มเปิดใช้งาน
ถ้ากดปุ่มเปิดแล้วยังไม่ติด
ให้ลองดูว่าคุณเสียบปลั๊กทุกๆ
จุดดีแล้วหรือยัง ทั้งที่โน้ตบุ๊ก
และช่องเสียบปลั๊กไฟ
ถ้าตรวจสอบทั้งหมดแล้ว
ยังเปิดไม่ติดให้รีบติดต่อไปยังศูนย์บริการทันที

>> จอภาพมีจุดสีสว่าง
จอ ภาพโน้ตบุ๊กอาจจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า
Dead Pixel หรือ Bright Dot ขึ้น
อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาดในกระบวนการผลิตจอแอลซีดี
ซึ่งเมื่อเกิดแล้ว

คุณควรจะตรวจสอบก่อนว่ามีจำนวนจุดสีที่ผิดปกตินี้กี่จุด แล้วให้ติดต่อศูนย์บริการว่าสามารถเปลี่ยนหรือแก้ไขได้หรือไม่ ปกติแล้วจะมีข้อกำหนดเอาไว้ว่า หากมี Dead Pixels จำนวนกี่จุด ถึงจะเปลี่ยนได้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5 จุดขึ้นไป ดังนั้นหากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ควรจะสำรวจจอแอลซีดีก่อนรับเครื่องทุก ครั้งครับ

>> จอภาพแสดงตัวอักษรเบลอ
เกิดมาจากการปรับความ ละเอียดของจอแอลซีดีไม่ตรงตามสเปกที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของจอแอลซีดีที่เราต้องปรับความละเอียดให้ตรง เพราะว่าจอแอลซีดีจะระบุจำนวนพิกเซลที่เอาไว้แสดงทั้งแนวตั้งและแนวนอนเอา ไว้ หากปรับไม่ตรง จอภาพจะต้องมีการนำจุดสีหลายๆ
จุดมาแสดงเป็นจุดเดียว
ทำให้ภาพเกิดความเบลอ
ปกติแล้วทั่วๆ ไปจะปรับตั้งกันไว้ที่
1024×768 พิกเซล สามารถเข้าไปปรับได้ที่
Start => Settings
=> Control Panel => Display
คลิ้กที่แถบ Settings
แล้วเลือกปรับความละเอียดได้เลยครับ

>> จอภาพแสดงตัวอักษรเบลอ
เกิด มาจากการปรับความละเอียดของจอแอลซีดีไม่ตรงตามสเปกที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของจอแอลซีดีที่เราต้องปรับความละเอียดให้ตรง เพราะว่าจอแอลซีดีจะระบุจำนวนพิกเซลที่เอาไว้แสดงทั้งแนวตั้งและแนวนอนเอา ไว้ หากปรับไม่ตรง จอภาพจะต้องมีการนำจุดสีหลายๆ
จุดมาแสดงเป็นจุดเดียว
ทำให้ภาพเกิดความเบลอ
ปกติแล้วทั่วๆ ไปจะปรับตั้งกันไว้ที่
1024×768 พิกเซล สามารถเข้าไปปรับได้ที่
Start => Settings
=> Control Panel => Display
คลิ้กที่แถบ Settings
แล้วเลือกปรับความละเอียดได้เลยครับ

>> ตัวอักษรที่แสดงมีขนาดเล็กเกินไป
จาก ข้อจำกัดในการปรับความละเอียด
ทำให้บางครั้งตัวอักษรที่แสดงเล็กเกินไป
จะมีปัญหากับผู้ที่สายตาสั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ใน Windows เราสามารถปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ได้ครับเข้าไปที่
Start => Settings
=> Control Panel => Display
คลิ้กที่แถบ Appearance
แล้วปรับขนาดที่ Font ด้านล่าง ให้เป็น Large Fonts หรือ
Extra Large Fonts

>> ต่อโน้ตบุ๊กเข้ากับทีวี
แล้วไม่มีภาพ

ก่อน จะไปปรับให้แสดงภาพไปยังทีวี
ผู้ใช้ควรเชื่อมต่อสายระหว่างทีวีกับ
S-Video พอร์ตเสียก่อน แล้วค่อยเปิดโน้ตบุ๊ก จากนั้นก็ไปปรับให้แสดงผลได้ใน Display Properties

>> ลำโพงไม่มีเสียง
ให้เข้าไปตรวจสอบว่าได้ไป ปิดเสียงเอาไว้หรือเปล่า
อาจจะกดปุ่มเปิดเสียงจากคีย์บอร์ด
หรือว่าเข้าไปที่
Start => Settings
=> Control Panel => Sound and Audio Devices
ตรงส่วนของ Devices Volume นั้นจะต้องไม่มีเครื่องหมายถูกที่หน้า Mute ถ้ามีให้คลิ้กเพื่อเอาออก ในบางกรณีอาจจะเกิดจากการหลงลืมของผู้ใช้เอง บางครั้งอาจจะเสียบหูฟังคาเอาไว้
หรือว่าเสียบแจ็คลำโพงภายนอกอยู่
ทำให้ไม่มีเสียงออกมาที่ลำโพงของตัวโน้ตบุ๊ก ก็คงต้องบอกว่าตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ

>> เครื่องหยุดทำงาน
(แฮงค์) บ่อยมากๆ

ปกติ อาการเครื่องแฮงค์มักจะมาจากเรื่องของความร้อน
เพราะถ้าร้อนมากๆ

ซีพียูและอุปกรณ์ต่างๆ มักจะหยุดการทำงาน
ตรงจุดนี้เอง
อาจจะมาจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง เช่น การวางโน้ตบุ๊กในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การวางโน้ตบุ๊กในตำแหน่งที่มีการปิดบังช่องระบายความร้อน
เป็นต้น

นอกจาก นี้อาจจะมีจากความผิดปกติของระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่
หรืออุปกรณ์อื่นๆ

ซึ่งคงต้องตรวจสอบไปทีละอุปกรณ์ หรือถ้าไม่มี ความรู้ในการตรวจสอบสามารถเลือกที่จะนำไปรับบริการที่ศูนย์บริการได้

>> เครื่องทำงานช้า
ปกติ เมื่อเราใช้งานไปสักระยะเครื่องมักจะทำงานช้าลง เพราะว่าเราได้ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ
หรือมีการบันทึกไฟล์ต่างๆ
เข้าไปเป็นจำนวนมาก เวลาเรียกเพื่อเปิดใช้งานจะต้องใช้เวลาค้นหาเพื่อเปิดอ่านข้อมูลที่นานขึ้น เพราะไฟล์ต่างๆ
อาจจะมีการจัดเก็บที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย
การจัดเรียงข้อมูลต่างๆ ให้เป็นระเบียบจะช่วยให้การใช้งานในส่วนต่างๆ ทำได้เร็วขึ้น ซึ่งก็คือการ Defragment นั่นเอง ให้เข้าไปที่ Start => Programs =>
Accessories => System Tools => Disk Defragmenter
แล้วจัดการเรียงข้อมูลต่างๆ ให้เรียบร้อย

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ เครื่องทำงานได้ช้า ก็อาจจะมาจากการที่ผู้ใช้เรื่องติดตั้งโอเอส หรือโปรแกรมใหม่ๆ ที่โน้ตบุ๊กไม่สามารถรองรับได้
ทำให้การทำงานต่างๆ
ช้าไปหมด
อาจจะแก้ปัญหาด้วยการซื้อเครื่องใหม่
หรือว่าจะอัพเกรดอุปกรณ์บางอย่าง
เช่น ซีพียู หน่วยความจำ
หรือฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วสูงขึ้น
เขียนโดย Indy

รูปภาพของ kpp3195

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์                เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และปัญหาทั่วไปในการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์            สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญก็คือลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ฝุ่นละออง น้ำ กระแสไฟฟ้า หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมองข้ามไปแต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก ดังนี - การเปิด ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ                เมื่อมีการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในตัวเครื่องทันที ทำให้เกิดการกระชากของกระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งหากการกระชากไฟนี้เกินกว่าที่ชิ้นส่วนบนแผงวงจรจะรับได้ จะทำให้แผงวงจรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นถ้าไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ควรเปิด-ปิดเครื่องให้น้อยที่สุด - ความร้อนความร้อน  ที่เกิดขึ้นภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดมาจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้น ซึ่งความร้อนนี้หากสูงเกินขอบเขตที่ฮาร์ดแวร์ทนได้ก็จะทำให้เกิดการเสื่อมของฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีที่ใช้ในการระบายความร้อนออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นการระบายความร้อนด้วยการติดตั้งพัดลมที่มีขนาดใหญ่หรือการติดตั้งพัดลมเพิ่มเข้าไปการใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่มีอุณหภูมิเหมาะสม การใช้เคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดีในปัจจุบันนี้ก็คือเคสแบบ ATX ซึ่งต้องทำงานร่วมกับเมนบอร์ดแบบ ATX ด้วย โดยที่เคสและเมนบอร์ดชนิดนี้จะได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงหลักการระบายความร้อนที่ดี เป็นต้น การจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ โดยในการจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ควรจะจัดให้ตำแหน่งด้านหลังของเครื่องอยู่ห่างจากผนังหรือกำแพงพอสมควรเพื่อให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกแสงแดด ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นไม่ควรถูกจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดด เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เช่นกันไม่ควรจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง - ฝุ่นละออง                ฝุ่นละออง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไปขัดขวางทางเดินของกระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานติดขัด นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้ความร้อนระบายออกไปได้ ฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจากฝุ่นเป้นอย่างยิ่งก็คือ เครื่องพิมพ์ (Printer) เนื่องจากหากฝุ่นได้เข้าไปเกาะอยู่บนหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์แล้ว จะเข้าไปขวางกั้นการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท จะทำให้การพิมพ์ภาพหรือตัวอักษรบนกระดาษเลอะเลือนได้ - น้ำน้ำ  หรือของเหลว เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหายได้ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานและน้ำก็เป็นตัวการที่ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรนำน้ำหรือของเหลวใด ๆ เข้าใกล้ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นแต่หากต้องใช้น้ำในการทำความสะอาดก็ควรถอดปลั๊กไฟออกก่อน และใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ - กระแสไฟฟ้า                กระแสไฟฟ้า  ที่หล่อเลี้ยงให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยมีสาเหตุมาจากไฟตก ไฟเกิน ไฟดับ และไฟกระชาก ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไฟดับหรือไฟกระชาก จะทำให้ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานชั่วคราวจนกว่าจะมีกระแสไฟฟ้ากลับมาหล่อเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลาที่ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานอย่างฉับพลันนี้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ฮาร์ดแวร์เสียหายได้ - สนามแม่เหล็กไฟฟ้า                สนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ที่เกิดจากฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งอาจจะไปรบกวนการทำงานของฮาร์ดแวร์อีกชิ้นหนึ่ง จนทำให้ฮาร์ดแวร์ที่ถูกรบกวนเสียหายได้ เช่น ลำโพงจากชุดมัลติมีเดีย ที่ไม่มีการป้องกันสนามแม่เหล็กไม่ให้แผ่กระจายออกไป สามารถทำอันตราย จอภาพได้เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากลำโพง จะไปรบกวนการสัญญาณของหลอดภาพที่อยู่ภายในตัวจอภาพ ทำให้การแสดงภาพและสีผิดเพี้ยนไป และเมื่อใช้งานไปนานทำให้จอภาพที่ถูกรบกวนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สามารถแสดงผลได้ครบทุกสี หรือจอภาพอาจจะเสียไปก็ได้เป็นต้น   - การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ            ก่อนการซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้งต้องปิดสวิตซ์เครื่องและดึงปลั๊กไฟออกจากเต้าเสียบเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า และสิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อไม่ให้ เครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหาควรปิดเครื่องให้สนิทอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้หนูหรือแมลงสาบเข้าไปทำความเสียหายภายในเครื่องในกรณีที่ดึง แผ่นเหล็กปิดสล็อตด้านหลังเครื่องออกเพื่อใส่การ์ดต่าง ๆ เข้าไปก็ควรเก็บแผ่นเหล็กนั้นเองด้วยเพื่อเวลาที่ไม่ได้ใช้การ์ดนั้นแล้วจะได้นำแผ่นเหล็กมาปิดกลับคืน  - ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนให่ญ่จะมีพัดลมระบายอากาศอยู่หนึ่งตัว ซึ่งจะหมุนตลอดเวลาที่เปิดเครื่องพัดลมตัวนี้จะทำหน้าที่ดูดอากาศออกจากตัวเครื่องเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบจ่ายไฟ จึงควรตรวจบริเวณหลังเครื่องเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่ามีลมเป่าออกมาหรือไม่หากไม่มีก็ควรรีบเปลี่ยนโดยด่วน มิฉะนั้นทำให้อุณหภูมิในเครื่องคอมพิวเตอต์สูงเกินไปและจำมีผลเสียต่อตัวเครื่อง - ควรเปิดฝาครอบเครื่องออกมาเป่าฝุ่นที่เกาะอยู่ตามแผงขงจรสัก 2 เดือนครั้ง แต่หากเครื่องคอมพิวเตอร์บริเวณที่มีฝุ่นมาก ๆ อาจจะต้องเป่าเดือนละครั้ง ถ้าไม่มีเครื่องเป่าลมก็ให้ใช้แปรงทาสี ที่มีขนนุ่ม ๆ มาทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะบนแผงวงจรภายในเครื่องซึ่งจะช่วยให้กระระบายความร้อนดีขึ้น - ควรต่อสายดินจากเคสส่วนที่เป็นโลหะแล้วนำไปต่อกับโลหะชิ้นอื่นที่ตั้งอยู่บนพื้น เช่น ท่อน้ำเหล็กประตูโครงฝ้า ที่เป้นอลูมิเนียมเพื่อให้สามารถระบายกระแสไฟฟ้าลงดินได้การต่อสายดินนี้จะช่วยแก้ปัญหาจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่ถูกไฟดูดเวลาเผลอไปแตะตัวเครื่อง  รวมทั้งยังช่วยลดความรุนแรงปัญหาไฟกระชากได้อีกด้วย - ในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟดับ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชากอยู่บ่อย ๆ ควรซื้อยูพีเอส (UPS) มาใช้งานซึ่งนอกจากช่วยรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่และกรองสัญญาณไฟฟ้าได้แล้วยังจ่ายไฟฟ้าสำรองได้อีกด้วยสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อไปได้อีก 10-15 นาทีทำให้บันทึกข้อมูลได้ทัน-  ในกรณีที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์หลายชิ้นกับปลั๊ก 3 ตาเพียงอันเดียวเพื่อต่อทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์สแกนเนอร์โมเด็มและฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ ควรใช้ปลั๊กรางสำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขายอยู่โดยทั่วไปแทน ซึ่งปลั๊กรางนี้จะช่องเสียบหลายช่อง และมีเต้าสำหรับใช้กับปลั๊กแบบ 3 ขาได้ และไม่ควรใช้ตลับสายไฟที่เป็นม้วนกลม เนื่องจากมักจะทำจากอุปกรณ์ราคาถูกเมื่อเสียบปลั๊กแล้วไม่แน่น ทำให้ปลั๊กหลวมจนเครื่องดับในระหว่างการใช้งานและอาจเกิดการสปาร์กที่ปลั๊ก ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนระบบไฟฟ้าและถ้าสปาร์กบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนอาจเกิดไฟไหม้ได้ - อย่าปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่ทันที นอกจากจะทำให้จอภาพเสียเร็วแล้ว จะทำให้ภาคจ่ายไฟแบบสวิทซึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานสั้นลงด้วย แต่หากต้องการปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่ให้ปิดเครื่องแล้วรออย่างน้อย 10 วินาทีเพื่อให้กระแสไฟฟ้า ไหลออกจากตัวเครื่องให้หมดก่อนแล้วจึงเปิดเครื่องใหม่จึงจะไม่สร้างความเสียหายให้กับฮาร์ดแวร์แต่ในกรณีที่เครื่องแฮงก์ให้ลองบูทเครื่องใหม่โดยการวอร์มลูทคือกดปุ่ม Ctrl + Alt + Del  เสียก่อนแต่ถ้าไม่ได้ผลให้ กดปุ่ม รีเซตที่ด้านหน้าเครื่องแทนซึ่งจะได้ผล เท่ากับการปิดเครื่องและเปิดเครื่องใหม่โดยไม่ทำให้ภาคจ่ายไฟมีอายุการใช้งานสั้นลง-  ควรนำคีย์บอร์ด คว่ำแล้วเคาะฝุ่นละอองที่ติดตามซอกออกเดือนละครั้งหรือใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดเพื่อให้สามารถกดปุ่มได้อย่างไม่มีปัญหา- การดูแลรักษาเมาส์ ควรถอดลูกกลิ้งในเมาส์มาล้างในน้ำอุ่นและขูดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่แกนหมุนภายในเมาส์เนื่องจากหากแกนนี้สกปรกจะทำให้้เมาส์เคลื่อนที่ได้ไม่สม่ำเสมอควรทำความสะอาดประมาณ 1-2 เดือนต่อครั้งหรือบ่อยกว่านั้นถ้ารูสึกว่าเมาส์เคลื่อนที่ไม่ราบเรียบ นอกจากนี้ควรใช้แผ่นรองเมาส์และทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ให้สะอาดอยู่เสมอ 

รูปภาพของ kpp3138

เริ่มต้นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์              1.ตรวจเช็คอุปกรณ์ว่าอยู่ครบหรือไม่              2.ตรวจดูว่าเครื่องสามรถใช้งานได้หรือไม่          3.ห้ามให้นักศึกษานำอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดเข้ามาทานในห้อง  เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้     เนื่องจากน้ำจะถูกใส่เครื่องคอมพิวเตอร์          4.ถ้าเครื่องทำงานไม่ปกติ  ให้ถอดปลั๊กออกอย่างรวดเร็ว          5.ไม่ให้วางแก้วน้ำ  สารเคมี  วัตถุที่เป็นเหล็กโลหะไว้บนหน้าจอ          6.อย่าหันหน้าจอไปมา          7.ระวังอย่าให้สายไฟพันกันเยอะเกินไป          8.เมื่อใช้งานเสร็จให้ปิดเครื่องทุกครั้ง          9.รักษาความสะอาดของห้องเสมอ เพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ การทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์จอภาพ  หลังจากที่เราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ควรมีการดูแลรักษาด้วยวิธีง่าย ๆ แต่ควรปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ คือ การทำความสะอาดจอภาพโดยใช้ผ้านุ่มชุบน้ำสบู่อ่อน เช็ดถูบริเวณจอแก้วและโดยรอบ จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าแห้งที่สะอาด หากเป็นจอภาพที่มีการเคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสง ไม่ควรเช็ดบนจอแก้วบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้สารที่เคลือบไว้ลอกออก และห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือสเปรย์ใด ๆแป้นพิมพ์  ควรมีการเคาะฝุ่นออกบ้างโดยจับค่ำลงใช้แปรงหรือที่เป่าลม ปัดเศษผงออกแล้วเช็ดด้วยผ้านุ่มชุบน้ำสบู่อ่อนเช่นเดียวกันเมาส์  ควรเปิดฝาปิดลูกกลิ้งออกมาทำความสะอาดลูกกลิ้งและแกนหมุนที่สัมผัสกับลูกกลิ้งกล่องซีพียู  ควรมีการปัดฝุ่นหรือเช็ดทำความสะอาดเช่นเดียวกันโดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าช่องใส่แผ่นดิสก์อุปกรณ์อื่น ๆ  ให้ศึกษาได้จากคู่มือการใช้งานและวิธีดูแลรักษา

 

รูปภาพของ kpp3526

การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

          คอมพิวเตอร์ เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ ดูแลและบำรุงรักษา อย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถ ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์

 

 

การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์

1. ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้ 15-20 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
2. ห้ามใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ในกรณีต้องการทำความสะอาดภายนอก ควรใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและทำความสะอาดตาม ที่แนะนำไว้ในคู่มือเท่านั้น
3. ห้ามเปิดเครื่องเพื่อทำความสะอาดภายในคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หรือดูดฝุ้นด้วยเครื่องดูดฝุ่น (นอกจากคุณจะรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่) เพราะจะทำให้ระบบของเครื่องเกิดความเสียหายได้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
4. ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องใช้สเปรย์ทำความสะอาด ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
5. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
6. ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย

 

สิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนต่ออายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ ห้องคอมพิวเตอร์ควรเป็นห้องปรับอากาศที่ปราศจากฝุ่นและความชื้น เพราะความร้อน ฝุ่น ความชื้นเป็นสิ่งที่บั่นทอนอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ละอองสารเคมีต่างๆ เช่น สเปรย์น้ำยา น้ำหอม ต่างๆก็มีส้วนในการบั่นทอนอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์เช่นกัน

ความร้อน

ความ ร้อนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนของ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ เอง วิธีแก้ปัญหาคือจะต้องรีบระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์ต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด เครื่องคอมพิวเตอร์โดยมากจะติดตั้งพัดลมระบายอากาศตามชิ้นส่วนต่างๆไม่ว่าจะ เป็น พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับCPU พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับการ์ดจอ พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับเพาเวอร์ซัพพลาย และพัดลมระบายอากาศที่ติดตั้งอยู่ที่ตัวถัง(เคส)ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราควรสังเกตุและดูแลรักษาให้พัดลมที่ถูกตั้งอยู่ตามจุดต่างๆทำงาน ได้เต็มประสิทธิภาพของมัน

เพาเวอร์ซัพพลายเองก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความร้อนได้มากหากเราใช้ เพาเวอร์ซัพพลายที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับความต้องการกระแสไฟฟ้าของเครื่อง ทำให้เพาเวอร์ซัพพลายทำงานหนักเกินกว่าเสป็คของมัน โดยมากเครื่องคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจะติดตั้งเพาเวอร์ ซัพพลายมาให้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เรามีการติดตั้งอปกรณ์เพิ่มหรือในกรณีที่ซื้อเครื่องประกอบเอง จึงควรใส่ใจกับเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ควรเลือกเพาเวอร์ซัพพลายที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานเพื่อลดการเกิด สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้าซึ่งอาจจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆได้

นอกจากนี้ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ควรอยู่ในบริเวณที่ต้องโดน แสดงแดดเป็นเวลานานๆ และควรติดตั้งตัวเครื่องห่างจากผนังพอสมควรเพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ ดียิ่งขึ้น

ฝุ่นผง

เป็นที่ทราบกันดีว่าในอากาศมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่ในทุกๆ ที่ ฝุ่นผงที่เกาะติดอยู่บนแผงวงจรของคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่เสมือนฉนวนป้องกัน ความร้อนทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบไม่สามารถระบายออกสู่สภาพแวดล้อมภาย นอก นอกจากนี้ฝุ่นผงอาจไปอุดตันช่องระบายอากาศของเพาเวอร์ซัพพลายหรือเกาะตามใบ พัดของพัดลมระบายอากาศตามจุดต่างๆ  ดังนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จึงควรได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยช่างผู้ชำนาญ

สนามแม่เหล็ก

สนามแม่เหล็กจากแม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอุปกรณ์หลายๆชนิด หรือสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงๆอาจทำให้ในแผ่นดิสก์หรือ ฮาร์ดดิสก็สูญหายได้อย่างถาวร หรืออาจจะทำให้จอภาพเสื่อมประสิทธิภาพ เกิดสีเพี้ยน แหล่งที่ให้กำเนิดสนามแม่เหล็กในสำนักงานมีอยู่มากมายหลายประเภท เช่น แม่เหล็กติดกระดาษบันทึก คลิปแขวนกระดาษแบบแม่เหล็ก ไขควงหัวแม่เหล็กลำโพง มอเตอร์ในพรินเตอร์ UPS เครื่องปรับอากาศ ดังนั้นเราจึงไม่ควรวางอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ใกล้กับคอมพิวเตอร์มากนัก หรือโยกย้ายคอมพิวเตอร์ออกจากบริเวณดังกล่าว

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้า

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้าอาจเกิดได้ในหลายลักษณะตั้งสัญญาณรบกวนอ่อนจากอุปกรณ์ ที่ไได้มาตรฐาน แรงดันไฟตก แรงดันไฟเกิน ไฟกระตุก สัญญาณไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ ฟ้าผ่า ทั้งหมดนี้สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดไปจนถึงเสียหายได้ จึงควรมีการติดตั้งเครื่องจ่ายไฟสำรอง (UPS) ด้วยเพราะ UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ

ไฟฟ้าสถิตย์

ไฟฟ้าสถิตย์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่ในสภาวะที่อากาศแห้ง จะส่งผลให้ความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จะสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก และหาทางวิ่งผ่านตัวนำไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า ดังนั้นเมื่อท่านไปจับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จากตัวท่านจะวิ่งไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น ทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ แต่ในสภาวะที่มีความชื้นสูง ไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดขึ้นจะรั่วไหลหายไปในระยะเวลาอันสั้น เราจึงควรทำการคายประจุไฟฟ้าสถิตย์ ด้วยการจับต้องโลหะอื่นที่ไม่ใช้ตัวถังเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์

น้ำและสนิม

น้ำและสนิมเป็นศัตรูตัวร้ายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด สนิมที่พบในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ มักจะเกิดจากการรั่วซึมของแบตเตอรี่บนเมนบอร์ด ซึ่งถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้น นั่นหมายความว่าท่านจะต้องควักกระเป๋าซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดแทนตัวเก่าที่ ต้องทิ้งลงถังขยะสถานเดียว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำของเหลวทุกชนิดมาวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของท่าน ส่วนกรณีการรั่วซึมของแบตเตอรี่ ปัญหานี้สามารถถูกตรวจพบได้หาดมีการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอและทำ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เราต้องหลีกเลี่ยงเพื่อยืดอายุการใช้งานดังนี้
 • การต่อสายสัญญาณระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องแฟซ์ โมเด็ม หรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อปิดเครื่องเท่านั้น
 • อย่าปิด - เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
 • อย่าปิดเครื่องในขณะที่ครื่องทำงานอยู่เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่
 • ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้
 • อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่ ถ้าต้องการเปิดฝาเครื่องต้องปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟก่อน
 • ควรศึกษาจากคู่มือให้ละเอียดก่อนการใช้งาน
 • ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับ พลาสติกเมื่อใช้นานๆ จะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำความสะอาดยาก จึงควรทำความสะอาดเป็นระอย่างะๆ โดยใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผง ต่างๆ
 

การบำรุงรักษาอุปกรณ์ือื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การบำรุงรักษาฮาร์ดิสก์

ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานนานมากแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถ เสียหายได้ง่ายหากใช้งานไม่ถูกวิธีหรือไม่ระมัดระวังเท่าที่ควร ฮาร์ดดิสก์เองก็เป็นอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดความร้อนดังนั้นเราจึงควรดูแล เรื่องการระบายคามร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถระบายความร้อนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากการระบยความร้อนไม่ดีจะทำให้ฮาร์ดดิสก์เกิดการสะสมความร้อนและเสีย หายได้  เราควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนในขณะที่ฮาร์ดดิสก์กำลังทำงาน เช่น เลือกใช้โต๊ะทำงานที่แข็งแรงป้องกันการโยกไปมา ระมัดระวังไม่เดินไปชนหรือกระแทกโต๊ะที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่ ฮาร์ดดิสก์กำลังทำงาน เพราะจะทำให้หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ถูกกระทบกระเทือนและจะทำให้ฮาร์ดดิสก์เสีย ทันที ควรมีการตรวจสอบสถานภาพของฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม Utility ต่างๆว่าฮาร์ดดิสก์ยังสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ หรือมีพื้นที่ส่วนใดของฮาร์ดดิสก์ที่ไม่สามารถใช้งานด้

การบำรุงรักษาดิสก์ไดรว์

ช่องอ่านดิสก์เมื่อทำงานไปนานๆหัวอ่านแผ่นดิสก์อาจจะสกปรกหรือเสื่อมสภาพไป ได้ หัวอ่านดิสก์เกิดความสกปรกเนื่องจากมีฝุ่นละอองเข้าไปเกาะที่หัวอ่าน หรือเกิดจากความสกปรกของแผ่นดิสก์ที่มีฝุ่นหรือคราบไขมันจากมือ ผลที่เกิดขึ้นทำให้การบันทึกหรืออ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไม่สามารถดำเนินการ ได้ ดังนั้นเราจึงควรเก็บรักษาแผ่นดิสก์ที่ใช้งานให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้งานแผ่นดิสก์ที่มีคราบฝุ่น ไขมัน หรือรอยขูดขีด ทำความสะอาดหัวอ่านดิสก์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นดิสก์เก่าที่เก็บไว้นานๆพราะจะทำให้หัวอ่าน Disk Drive สกปรกได้ง่าย และก่อนนำแผ่นดิสก์ออกจากช่องอ่านดิสก์ไดรว์ควรรอให้ไฟสัญญาณที่ช่องดิสก์ ไดรว์ดับเสียก่อ เพื่อป้องกันหัวอ่านชำรุด

การบำรุงรักษาแผ่นซีดีหรือดีวีดี

ถึงแม้ว่าแผ่นซีดีหรือดีวีดีจะดูแข็งแรงทนทานแต่การเก็บรักษาที่ไม่ดีนอกจาก จะทำให้แผ่นไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ยังอาจจะทำให้ดิสก์ไดรว์เสียหายด้วย ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังในการใช้งานแผ่นซีดีหรือดีวีดีดังนี้
 • ระมัดระวังอย่าให้มือไปถูกบนผิวแผ่นด้านที่จะถุกอ่านด้วยหัวอ่าน (ด้านที่มันเงา) เพราะไขมันบริเวณผิวหนังของเราจะทำให้เกิดความสกปรกต่อบริเวณที่บันทึก ข้อมูล
 • อย่าใช้แรงกดปากกาเกินไปขณะเขียนที่แผ่นป้ายชื่อบนแผ่นซีดีหรือดีวีดี และให้ใช้เฉพาะปากกาสำหรับเขียนแผ่นซีดีหรือดีวีดีเท่านั้น
 • อย่าบิดหรืองอแผ่นซีดีหรือดีวีดีเล่นเป็นอันขาด
 • อย่าให้แผ่นซีดีหรือดีวีดีมีรอยขูดขีดหรือถูกของเหลวเช่นน้ำ
 • ควรเก็บแผ่นซีดีหรือดีวีดีไว้ในกล่องหรือซองในที่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสม อย่าทิ้งไว้หน้ารถให้ตากแดดนานๆ

การบำรุงรักษาจอ

ในส่วนของจอภาพนั้นอาจเสียหายได้เช่น ภาพอาการเลื่อนไหลภาพล้ม ภาพเต้นหรือไม่มีภาพเลย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะต้องให้ช่างเท่านั้นเป็นผู้แก้ไข ผู้ใช้คอมพิวเคอร์ควรระมัดระวัง โดยปฏิบัติดังนี้
 • อย่าให้วัตถุหรือน้ำไปกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์
 • ควรเปิดสวิซที่จอก่อนเปิดสวิซที่ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
 • ไม่ควรปิดๆ เปิดๆ เครื่องติดๆกัน เมื่อปิดเครื่องแล้วทิ้งระยะไว้เล็กน้อยก่อนเปิดใหม่
 • ควรปรับความสว่างของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพของห้องทำงาน เพราะถ้าสว่างมากเกินไปย่อมทำให้จอภาพอายุสั้นลง
 • อย่าเปิดฝาหลังจอภาพซ่อมเอง เพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิตจากกระแสไฟฟ้าแรงสูง
 • เมื่อต้องมีการเปิดจอภาพทิ้งไว้นานๆควรจะเรียกใช้งานโปรแกมถนอมจอภาพ (Screen Sever) ขึ้นมาทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานของจอภาพ

การบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแสดงผล รายงาน ของข้อมูลต่างๆทางกระดาษ การที่จะให้เครื่องพิมพ์ทำงานได้เป็นปกติเครื่องพิมพ์ควรได้รับการดูแลรักษา อย่างสม่ำเสมอโดยช่างผู้ชำนาญดังนี้
 • รักษาความสะอาด โดยดูดฝุ่น เศษกระดาษที่ติดอยู่ในเครื่องพิมพ์อย่างสม่ำเสมอหรือใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่น เศษ กระดาษออกจากเครื่องพิมพ์อย่าใช้แปรงชนิดแข็งเพราะอาจทำให้เครื่องเป็นรอย ได้
 • ถ้าตัวเครื่องพิมพ์มีความสกปรกอาจ ใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดเครื่องใช้สำนักงานเช็ดถูส่วนที่ เป็นพลาสติกแต่ต้องระมัดระวังอย่าใช้น้ำเข้าตัวเครื่องพิมพ์ได้ และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหล่อลื่นทุกชนิดในตัวเครื่องเพราะอาจทำให้ระบบ กลไกเสียหายได้
 • ในกรณีของเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกซ์ ก่อนพิมพ์ทุกครั้งควรระดับของหัวเข็มให้เหมาะสมกับความหนาของกระดาษ
 • ในกรณีของเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกซ์ ระหว่างพิมพ์ควรระวังหัวพิมพ์จะติดกระดาษ เช่น การพิมพ์ซองจดหมาย หรือกระดาษที่มีความหนาหรือบางเกินไป
 • ระมัดระวังอย่าให้มีคลิปหรือแมกซ์ติดกระดาษปะปนในกรณีที่มีการใช้งานกระดาษใช้แล้ว
 • อย่าถอดหรือเสียบสายสายสัญญาณในขณะที่เครื่องพิมพ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่
 • ไม่ควรพิมพ์ต่อเนื่องกันนานเกินไปเพราะอาจทำให้เครื่องร้อนมากแดละเสียได้
 • ไม่ควรใช้กระดาษไข (Stencil Paper) แบบธรรมดากับเครื่องพิมพ์ประเภทแบบดอตเมตริกซ์ เนื่องจากเศษของกระดาษไขอาจจะไปอุดตันเข็มพิมพ์ อาจทำให้เข็มพิมพ์อาจหักได้ ควรใช้กระดาษไขสำหรับเครื่องพิมพ์แทนเพื่อป้องกันการชำรุดของเฟืองที่ใช้ หมุนกระดาษ
 • การเลือกใช้กระดาษไม่ควรใช้กระดาษ ที่หนาเกินไปจะทำให้กระดาษติดเครื่องพิมพ์ได้
 • ในกรณีของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ควรกรีดกระดาษให้ดีอย่าให้กระดาษติดกันก่อนป้อนเข้าสู่เครื่องพิมพ์เพราะอาจ จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดาษติดในตัวเครื่องพิมพ์ได้
 • การใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์พิมพ์ลงในแผ่นใส ต้องเลือกใช้แผ่นใสที่ใช้ถ่ายเอกสารได้เท่านั้น หากใช่แผ่นใสแบบธรรดาซึ่งไม่สามารถทนความร้อนได้อาจจะหลอมละลายติดเครื่อง พิมพ์ทำให้เกิดความเสียหาย

บริษัท ไมโคร อินทิเกรชั่น เทคโนโลยี จำกัด เรารับดูแลบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์โดย ช่างผู้ชำนาญ ด้วยเงื่อนไขที่คุณสามารถเลือกได้ตามต้องการ ในราคาประหยัด นอกจากนี้เรายังบริการให้คำปรึกษา และเป็นผู้สนับสนุนทางด้าน IT ให้กับบริษัทของคุณโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด
 

รูปภาพของ kpp3189

  

 

เราควรทำอะไรบ้างกับคอมพิวเตอร์ของเรา

มีคนอีกจำนวนมากๆ ที่ไม่เคยดูแล รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น หรือไม่ทราบว่าจะดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราให้อยู่กับเรานานๆ ได้อย่างไร อันนี้ไม่ได้โทษใคร แต่เราอยากจะแนะนำวิธีการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แบบพื้นฐาน อย่างน้อย จะได้ทราบว่า คอมพิวเตอร์ของเราอยู่ในสภาพแบบไหน พร้อมใช้งานหรือไม่

เริ่มต้นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์

  1. สภาพภายนอก แนะนำให้ทำความสะอาดสักนิด อย่างน้อยก็เพื่ออนามัย และสุขภาพของคุณเอง คุณทราบหรือไม่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด มันสกปรกขนาดไหน (ลองคิดเล่นๆ ดูว่า วันๆ คุณหยิบจับอาหาร และใช้งานแป้นพิมพ์ หรือไม่ และฝุ่นละอองข้างๆ มีมากน้อยเพียงใด) ควรทำสะอาดบ้าง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  2. สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ หลวม หรือหักชำรุดหรือไม่ แนะเสียบปลั๊กแล้ว ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ แนะนำให้รีบแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ ให้รีบซื้อเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ มีบ่อยกับคอมพิวเตอร์อย่างมาก วันดี คืนดี อาจเปิดไม่ติดเลย
  3. พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ หลังจากเปิด Windows เข้ามาแล้ว ลองเช็คพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ เสียก่อนว่า เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพื่มพื้นที่ว่างได้แล้ว โดยเฉพาะกับ Drive C: (ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรม) แนะนำให้สำรองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ?ทีอยู่ใน My Documents ออกไปบ้าง หรืออาจสำรองลง Drive อื่นๆ (ถ้ามี)
  4. ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ นอกเหนือเรื่องพื้นที่ว่างแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ วิธีการไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องคอมฯ มาตรวจสอบ เพียงแค่ใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบ ประเภท Disk Defragment ก็สามารถเช็คได้แล้วว่า ฮาร์ดดิสก์ของเรามี "Bad Sector" หรือไม่ (Bad Sector เป็นจุดเสียของฮาร์ดดิสก์) ถ้ามี แนะนำให้รีบสำรองข้อมูล และเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ไปเลยจะปลอดภัยกว่า
  5. ตรวจสอบไวรัสบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบไวรัสอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และที่สำคัญก็ควรอัปเดทโปรแกรมแบบออนไลน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยเช่นกัน

       

           การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์1. ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด 2. อย่าใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ใช้ผ้าแห้งดีกว่า 3. อย่าใช้สบู่ น้ำยาทำความสะอาดใด ๆ กับคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง เกิดความเสียหาย 4. ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ 5. ไม่ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ 6. ถ้าคุณจำเป็นต้องทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรดใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด ที่คู่มือแนะนำไว้เท่านั้น 7. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ 8. ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่ทำให้เครื่องพีซีเกิดความเสียหาย ความร้อน ความร้อนที่เป็นสาเหตุทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหา ส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เองวิธีแก้ปัญหา คือ จะต้องรีบระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณืต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด การบำรุงรักษา Hard Disk ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุยืนมากยากจะบำรุงรักษาด้วยตัวเอง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายซึ่งควรปฏิบัติดังต่อไปนี้  การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ควรติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์โดยให้ด้านหลังของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ห่างจากฝาผนังไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว เพื่อการระบายความร้อน 0 เป็นอย่างปกติไม่ทำให้เครื่องร้อนได้  ควรเลือกใช้โตีะทำงานที่แข็งแรงป้องกันการโยกไปมาเพราะทำให้หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ถูกกระทบกระเทือนได้  ควรมีการตรวจสอบสถานภาพของ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Utility ต่างๆว่ายังสามารถใช้งานได้ครบ 100 % หรือมีส่วนใดของ Hard Disk ที่ใช้งานไม่ได้ การบำรุงรักษา Disk Drive ช่องอ่านดิสก์เมื่อทำงานไปนานๆหัวอ่านแผ่นดิสก์อาจจะเสื่อมสภาพไปได้ หัวอ่านดิสก์เกิดความสกปรกเน่องจากมีฝุ่นละอองเข้าไปเกาะที่หัวอ่าน หรือเกิดจากความสกปรกของ แผ่นดิสก์ที่มีฝุ่น หรือคราบไขมันจากมือ ผลที่เกิดขึ้นทำให้การบันทึก หรืออ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไม่สามารถดำเนินการได้ การดูแลรักษา Disk Drive ควรปฏิบัติดังนี้  เลือกใช้แผ่นดิสก์ที่สะอาดคือไม่มีคราบฝุ่น ไขมัน หรือรอยขูดขีดใดๆ  ใช้น้ำยาล้างหัวอ่านดิสก์ทุกๆเดือน  หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นดิสก์เก่าที่เก็บไว้นานๆ เพราะจะทำให้หัวอ่าน Disk Drive สกปรกได้ง่าย ก่อนนำแผ่นดิสก์ออกจากช่องอ่าน Disk Dirve ควรจะให้ไฟสัญญาณที่ Disk Drive ดับก่อน เพื่อป้องกันหัวอ่านชำรุด การบำรุงรักษา Floppy Disk แผ่นดิสก์มีความละเอียดมาก จึงควรมีการดูแลรักษาอยู่เสมอ เพราะ ถ้าแผ่นดิสก์ชำรุด หรือมีความสกปรก จะส่งผลกระทบต่อข้อมูล ที่บันทึกไว้หรือกำลังจะบันทึกใหม และที่สำคัญคือ จะสร้างความเสียหายให้แก่หัวอ่านดิสก์ด้วยผู้ใช้คอมพิวเตอร์ จึงควรระมัดระวังดูแลเอาใจใส่ โดยควรปฏิบัติดังต่อไปนี้  ระมัดระวังอย่าให้มือไปถูกบริเวณที่เป็นแม่เหล็กของแผ่นดิสก์ เพราะไขมันบริเวณผิวหนังของเรา จะทำให้เกิดความสกปรกต่อบริเวณที่บันทึกข้อมูล  อย่าใช้แรงกดปากกาเกินไป ขณะเขียนที่แผ่นป้ายชื่อของแผ่นดิสก์  อย่าให้แผ่นดิสก์อยู่ใกล้ บริเวณที่มีคลื่นแม่เหล็กมากๆ เช่นเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นบน MONITO หรือเครื่องโทรศัพท์แบบหมุน  อย่าบิดหรืองอแผ่นดิสก์เล่นเป็นอันขาด  อย่าให้แผ่นดิสก์มีรอยขูดขีด หรือถูกของเหลวเช่นน้ำ ดังนั้นเมื่อใช้แผ่นดิสก์เสร็จแล้วพยายาม เก็บไว้ในซองบรรจุให้เรียบร้อย  ควรเก็บแผ่นดิสก์ไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่าทิ้งไว้หน้ารถให้ตากแดดนานๆ การบำรุงรักษา Monitor ในส่วนของจอภาพนั้นอาจเสียหายได้เช่น ภาพอาการเลื่อนไหลภาพล้ม ภาพเต้นหรือไม่มีภาพเลย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะต้องให้ช่างเท่านั้นเป็นผู้แก้ไข ผู้ใช้คอมพิวเคอร์ควรระมัดระวัง โดยปฏิบัติดังนี้  อย่าให้วัตถุหรือน้ำไปกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์  ควรเปิดไฟที่จอก่อนที่สวิซไฟที่ CPU เพื่อ boot เครื่อง  ไม่ควรปิดๆ เปิดๆ เครื่องติดๆกัน เมื่อปิดเครื่องแล้วทิ้งระยะไว้เล็กน้อยก่อนเปิดใหม่  ควรปรับความสว่างของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพของห้องทำงาน เพราะถ้าสว่างมากเกินไปย่อมทำให้จอภาพอายุสั้นลง  อย่าเปิดฝาหลัง Monitor ซ่อมเอง เพราะจะเป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าแรงสูง  เมื่อมีการเปิดจอภาพทิ้งไว้นานๆ ควรจะมีการเรียกโปรแกมถนอมจอภาพ (Screen Sever) ขึ้นมาทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานของจอภาพ การบำรุงรักษา Inkjet & Dotmatrix Printer      เครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแสดงผล รายงาน ของข้อมูลต่างๆทางกระดาษ การที่จะใช้เครื่องพิมพ์ทำงานได้เป็นปกติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรหมั่นดูแลรักษาดังนี้  รักษาความสะอาด โดยดูดฝุ่น เศษกระดาษที่ติดอยู่ในเครื่องพิมพ์ทุกเดือนหรือใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นเศษกระดาษออกจากเครื่องพิมพ์อย่าใช้แปรงชนิดแข็งเพราะอาจทำให้เครื่องเป็นรอยได้  ถ้าตัวเครื่องพิมพ์มีความสกปรกอาจ ใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดเครื่องใช้สำนักงานเช็ดถูส่วนที่เปนพลาสติกแต่ต้องระมัดระวังอย่าใช้น้ำเข้าตัวเครื่องพิมพ์ได้ และควร หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหล่อลื่นทุกชนิด ในตัวเครื่องเพราะอาจทำให้ระบบกลไกเสียหายได้  ก่อนพิมพ์ทุกครั้งควรปรับความแรง ของหัวเข็มให้พอเหมาะกับความหนาของกระดาษ  ระหว่างพิมพ์ควรระวังหัวพิมพ์จะติดกระดาษ เช่น การพิมพ์ซองจดหมาย หรือกระดาษที่มีความหนาหรือบางเกินไป  อย่าถอดหรือเสียบสาย Cable ในขณะที่เครื่องพิมพ์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่  ไม่ควรพิมพ์กระดาษติดต่อกันนานเกินไปเพราะอาจทำให้หัวอ่านร้อนมากทำให้เครื่องชะงักหยุดพิมพ์กระดาษ  เมื่อเลิกพิมพ์งานควรนำกระดาษออกจากถาดกระดาษ และช่องนำกระดาษ  ไม่ควรใช้กระดาษไข (Stencil Paper) แบบธรรมดากับเครื่องพิมพ์ประเภทแบบกระแทก (Dotmatrix Printer) เนื่องจากเศษของกระดาษไขอาจจะไปอุดตันเข็มพิมพ์ อาจทำให้เข็มพิมพ์อาจหักได้ควรใช้กระดาษไขสำหรับเครื่องพิมพ์แทน เพื่อป้องกันการชำรุดของเฟืองที่ใช้หมุนกระดาษ การบำรุงรักษา Laser Printer Laser Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถพิมพ์ภาพได้อย่างคมชัดมากมีความละเอียดสวยงาม แต่ราคาค่อนข้างสูงผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรระมัดระวังในการใช้งานแม้ว่าโอกาสจะเสียหายมีน้อยก็ตาม ข้อควรปฏิบัติดังนี้  การเลือกใช้กระดาษไม่ควรใช้กระดาษ ที่หนาเกินไปจะทำให้กระดาษติดเครื่องพิมพ์ได้  ควรกรีดกระดาษให้ด ี อย่าให้กระดาษติดกัน เพราะอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดาษติดในตัวเครื่องพิมพ์ได้  การใช้พิมพ์ Laser Printer พิมพ์ลงในแผ่นใส ก็ต้องเลือกใช้แผ่นใสที่ใช้ถ่ายเอกสารได้เท่านั้น หากใช่แผ่นใสแบบธรรดาซึ่งไม่สามารถทนความร้อนได้อาจจะหลอมละลายติดเครื่องพิมพ์ทำให้เกิดความเสียหาย

รูปภาพของ kpp3528

การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เสียบปลั๊กไฟทุกเส้นที่ต่อมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยปกติจะต่อหม้อแปลงที่เครื่องและต่อจากจอภาพให้เสียบปลั๊กเต้าเสียบให้เรียบร้อย เปิดสวิตซ์สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง (ปุ่ม Power) ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์จะพบว่ามีไฟสีเหลืองติดท่เครื่องคอมพิวเตอร์และที่แป้นพิมพ์ เปิดสวิตซ์จอภาพ หรือบางที่อาจจะติดพ่วงกับจอคอมพิวเตอร์ จะพบตัวอักษรเกิดขึ้นบนจอภาพ ขั้นตอนการใช้แผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว การจับแผ่นดิสก์ควรจับบริเวณที่ติดฉลาก ให้ด้านที่มีฉลากหงายขึ้น ดังรูป ใส่แผ่นดิสก์เข้าไปในช่อง Disk Drive A: การนำแผ่นดิสก์ออก ในระหว่างการทำงานจะมีไฟติดอยู่ อย่าเพิ่งนำแผ่นดิสก์ออก ให้กดที่ปุ่มที่ใส่ดิสก์ แผ่นดิสก์จะออกมา ขั้นตอนเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้โปรแกรมมี 2 วิธี การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรม DOS มีดังนี้ นำแผ่นโปรแกรม DOS มาใส่ใน Drive A: กดปุ่ม Power เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์สักครู่จะปรากฏคำว่า Current Date is Wed 01-01+2000 Enter new date (mm-dd-yy): ให้ตรวจสอบ เดือน/วัน/ปี ปัจจุบันว่าตรงหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้แก้ไข ถ้าตรงแล้วให้กด Enter ต่อจากนั้นจะปรากฏข้อความ Current time 12:12:12a Enter new time: ให้ตรวจสอบเวลาปัจจุบันว่าตรงหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้แก้ไข ถ้าตงให้กด Enter การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โดย Hard Disk โดยการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยกดปุ่ม Power จะมีการเข้าสู่โปรแกรมหรือเข้าสู่โปรแกรมของรายการเมนูหลักของโปรแกรม ให้เลือกโปรแกรมที่ต้องการ ในโปรแกรม Windows 95 จะเข้าสู่หน้าต่าง Windows 95 แล้วเลือก Start เลือกโปรแกรมที่ต้องการต่อไป วิธีปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ 1. ต้องมีการปิดแฟ้มการทำงานและออกจากโปรแกรมใช้งานก่อนเสมอ การปิดเครื่องระบบปฏิบัติการ Windows 95 มีขั้นตอนดังนี้ เลือกที่ปุ่ม Start เลือก Shut Down จะพบเมนูให้เลือก เลือก Shut Down the Computer เลือก Yes จนกว่าจะปรากฏข้อความว่า "It now safe to turn off your computer" จึงจะปิดเครื่อง Computer ได้ 2. ปิดสวิตซ์จอภาพก่อน 3. ปิดสวิตซ์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. ดึงปลั๊กสายไฟออกจากเต้า 5. ควรมีการปัดฝุ่นบริเวณเครื่องคอมพิวเตอร์ 6. ให้ใช้ผ้าคลุมเครื่องเพื่อป้องกันฝุ่นละออง

รูปภาพของ kpp3169

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์                                          เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และปัญหาทั่วไปในการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้                                                                                                                                              สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์                                 สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญก็คือลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ฝุ่นละออง น้ำ กระแสไฟฟ้า หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมองข้ามไปแต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก ดังนี้                                   - การเปิด ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ                                                           เมื่อมีการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในตัวเครื่องทันที ทำให้เกิดการกระชากของกระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งหากการกระชากไฟนี้เกินกว่าที่ชิ้นส่วนบนแผงวงจรจะรับได้ จะทำให้แผงวงจรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นถ้าไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ควรเปิด-ปิดเครื่องให้น้อยที่สุด                  - ความร้อน                                                                                              ความร้อน  ที่เกิดขึ้นภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดมาจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้น ซึ่งความร้อนนี้หากสูงเกินขอบเขตที่ฮาร์ดแวร์ทนได้ก็จะทำให้เกิดการเสื่อมของฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีที่ใช้ในการระบายความร้อนออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นการระบายความร้อนด้วยการติดตั้งพัดลมที่มีขนาดใหญ่หรือการติดตั้งพัดลมเพิ่มเข้าไปการใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่มีอุณหภูมิเหมาะสม การใช้เคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดีในปัจจุบันนี้ก็คือเคสแบบ ATX ซึ่งต้องทำงานร่วมกับเมนบอร์ดแบบ ATX ด้วย โดยที่เคสและเมนบอร์ดชนิดนี้จะได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงหลักการระบายความร้อนที่ดี เป็นต้น การจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ โดยในการจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ควรจะจัดให้ตำแหน่งด้านหลังของเครื่องอยู่ห่างจากผนังหรือกำแพงพอสมควรเพื่อให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกแสงแดด ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นไม่ควรถูกจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดด เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เช่นกันไม่ควรจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดด                                                               - ฝุ่น                                                                                                                                                            ฝุ่นละออง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไปขัดขวางทางเดินกระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานติดขัด นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้ความร้อนระบายออกไปได้ ฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจากฝุ่นเป้นอย่างยิ่งก็คือ เครื่องพิมพ์ (Printer) เนื่องจากหากฝุ่นได้เข้าไปเกาะอยู่บนหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์แล้ว จะเข้าไปขวางกั้นการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท จะทำให้การพิมพ์ภาพหรือตัวอักษรบนกระดาษเลอะเลือนได้                                                                - น้ำ                                                                                                       น้ำ  หรือของเหลว เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหายได้ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานและน้ำก็เป็นตัวการที่ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรนำน้ำหรือของเหลวใด ๆ เข้าใกล้ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นแต่หากต้องใช้น้ำในการทำความสะอาดก็ควรถอดปลั๊กไฟออกก่อน และใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด                                                                                                                                   ไฟฟ้า                                                                                                                                           กระแสไฟฟ้า  ที่หล่อเลี้ยงให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยมีสาเหตุมาจากไฟตก ไฟเกิน ไฟดับ และไฟกระชาก ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไฟดับหรือไฟกระชาก จะทำให้ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานชั่วคราวจนกว่าจะมีกระแสไฟฟ้ากลับมาหล่อเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลาที่ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานอย่างฉับพลันนี้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ฮาร์ดแวร์เสียหายได้                                                 - สนามแม่เหล็กไฟฟ้า                                                                                                                       สนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ที่เกิดจากฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งอาจจะไปรบกวนการทำงานของฮาร์ดแวร์อีกชิ้นหนึ่ง จนทำให้ฮาร์ดแวร์ทถูกรบกวนเสียหายได้ เช่น ลำโพงจากชุดมัลติมีเดีย ที่ไม่มีการป้องกันสนามแม่เหล็กไม่ให้แผ่กระจายออกไป สามารถทำอันตราย จอภาพได้เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากลำโพง จะไปรบกวนการสัญญาณของหลอดภาพที่อยู่ภายในตัวจอภาพ ทำให้การแสดงภาพและสีผิดเพี้ยนไป และเมื่อใช้งานไปนานทำให้จอภาพที่ถูกรบกวนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สามารถแสดงผลได้ครบทุกสี หรือจอภาพอาจจะเสียไปก็ได้เป็นต้น  

 

รูปภาพของ kpp3167

เริ่มต้นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์

สภาพภายนอก แนะนำให้ทำความสะอาดสักนิด อย่างน้อยก็เพื่ออนามัย และสุขภาพของคุณเอง คุณทราบหรือไม่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด มันสกปรกขนาดไหน (ลองคิดเล่นๆ ดูว่า วันๆ คุณหยิบจับอาหาร และใช้งานแป้นพิมพ์ หรือไม่ และฝุ่นละอองข้างๆ มีมากน้อยเพียงใด) ควรทำสะอาดบ้าง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง         1.สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ หลวม หรือหักชำรุดหรือไม่ แนะเสียบปลั๊กแล้ว ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ แนะนำให้รีบแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ ให้รีบซื้อเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ มีบ่อยกับคอมพิวเตอร์อย่างมาก วันดี คืนดี อาจเปิดไม่ติดเลย        2.พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ หลังจากเปิด Windows เข้ามาแล้ว ลองเช็คพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ เสียก่อนว่า เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพื่มพื้นที่ว่างได้แล้ว โดยเฉพาะกับ Drive C: (ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรม) แนะนำให้สำรองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ?ทีอยู่ใน My Documents ออกไปบ้าง หรืออาจสำรองลง Drive อื่นๆ (ถ้ามี)       3.ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ นอกเหนือเรื่องพื้นที่ว่างแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ วิธีการไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องคอมฯ มาตรวจสอบ เพียงแค่ใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบ ประเภท Disk Defragment ก็สามารถเช็คได้แล้วว่า ฮาร์ดดิสก์ของเรามี "Bad Sector" หรือไม่ (Bad Sector เป็นจุดเสียของฮาร์ดดิสก์) ถ้ามี แนะนำให้รีบสำรองข้อมูล และเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ไปเลยจะปลอดภัยกว่า        4.ตรวจสอบไวรัสบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบไวรัสอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และที่สำคัญก็ควรอัปเดทโปรแกรมแบบออนไลน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยเช่นกัน แค่นี้ก็ช่วยลดปัญหาคอมพิวเตอร์ของคุณได้มากแล้วครับ ลองทำตามดูกันน่ะครับ

 

รูปภาพของ kpp3175

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

                เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และปัญหาทั่วไปในการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยมีรายละเอียดังต่อไปนี้

สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

            สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญก็คือลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ฝุ่นละออง น้ำ กระแสไฟฟ้า หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมองข้ามไปแต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก ดังนี้

- การเปิด – ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ
                เมื่อมีการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในตัวเครื่องทันที ทำให้เกิดการกระชากของ
กระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งหากการกระชากไฟนี้เกินกว่าที่ชิ้นส่วนบนแผงวงจรจะรับได้ จะทำให้แผงวงจรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นถ้า
ไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ควรเปิด-ปิดเครื่องให้น้อยที่สุด

- ความร้อน
ความร้อน  ที่เกิดขึ้นภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดมาจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้น ซึ่งความร้อนนี้หากสูงเกินขอบเขตที่ฮาร์ดแวร์ทนได้ก็จะทำให้เกิดการเสื่อมของฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีที่ใช้ในการระบาย
ความร้อนออกจากเครื่องคอมิวเตอร์ เช่นการระบายความร้อนด้วยการติดตั้งพัดลมที่มีขนาดใหญ่หรือการติดตั้งพัดลมเพิ่มเข้าไปการ
ใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่มีอุณหภูมิเหมาะสม การใช้เคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเคสที่มีระบบระบายความร้อน
ที่ดีในปัจจุบันนี้ก็คือเคสแบบ ATX ซึ่งต้องทำงานร่วมกับเมนบอร์ดแบบ ATX ด้วย โดยที่เคสและเมนบอร์ดชนิดนี้จะได้รับการออก
แบบมาโดยคำนึงถึงหลักการระบายความร้อนที่ดี เป็นต้น การจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวกก็เป็น
อีกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ โดยในการจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ควรจะจัดให้ตำแหน่งด้านหลังของเครื่องอยู่ห่างจาก
ผนังหรือกำแพงพอสมควรเพื่อให้สามารถถ่ายเทอาศได้อย่างสะดวกแสงแดด ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นไม่ควรถูกจัดวางให้สัมผัสกับแสงแดด เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เช่นกันไม่ควรจัดวางให้สัมผัส
กับแสงแดดโดยตรง

- ฝุ่นละออง
                ฝุ่นละออง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไปขัดขวางทางเดินของ
กระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานติดขัด นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้ความ
ร้อนระบายออกไปได้ ฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจากฝุ่นเป้นอย่างยิ่งก็คือ เครื่องพิมพ์ (Printer) เนื่องจากหากฝุ่นได้เข้าไปเกาะ
อยู่บนหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์แล้ว จะเข้าไปขวางกั้นการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท จะทำให้
การพิมพ์ภาพหรือตัวอักษรบนกระดาษเลอะเลือนได้

- น้ำ
น้ำ  หรือของเหลว เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหายได้ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน
และน้ำก็เป็นตัวการที่ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรนำน้ำหรือของเหลวใด ๆ เข้าใกล้ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้นแต่หากต้องใช้น้ำใน
การทำความสะอาดก็ควรถอดปลั๊กไฟออกก่อน และใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ

- กระแสไฟฟ้า
                กระแสไฟฟ้า  ที่หล่อเลี้ยงให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดย
มีสาเหตุมาจากไฟตก ไฟเกิน ไฟดับ และไฟกระชาก ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไฟดับหรือไฟกระชาก จะทำให้ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานชั่วคราว
จนกว่าจะมีกระแสไฟฟ้ากลับมาหล่อเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลาที่ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานอย่างฉับพลันนี้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้
ฮาร์ดแวร์เสียหายได้

- สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
                สนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ที่เกิดจากฮาร์ดแวร์ชิ้นหนึ่งอาจจะไปรบกวนการทำงานของฮาร์ดแวร์อีกชิ้นหนึ่ง จนทำให้ฮาร์ดแวร์ท
ี่ถูกรบกวนเสียหายได้ เช่น ลำโพงจากชุดมัลติมีเดีย ที่ไม่มีการป้องกันสนามแม่เหล็กไม่ให้แผ่กระจายออกไป สามารถทำอันตราย จอภาพได้เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากลำโพง จะไปรบกวนการสัญญาณของหลอดภาพที่อยู่ภายในตัวจอภาพ ทำให
้การแสดงภาพและสีผิดเพี้ยนไป และเมื่อใช้งานไปนานทำให้จอภาพที่ถูกรบกวนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สามารถแสดงผลได้ครบ
ทุกสี หรือจอภาพอาจจะเสียไปก็ได้เป็นต้น

- การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ
            ก่อนการซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้งต้องปิดสวิตซ์เครื่องและดึงปลั๊กไฟออกจากเต้าเสียบเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิด
จากกระแสไฟฟ้า และสิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อไม่ให้ เครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหาควรปิดเครื่องให้สนิท
อยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้หนูหรือแมลงสาบเข้าไปทำความเสียหายภายในเครื่องในกรณีที่ดึง แผ่นเหล็กปิดสล็อตด้านหลังเครื่องออก
เพื่อใส่การ์ดต่าง ๆ เข้าไปก็ควรเก็บแผ่นเหล็กนั้นเองด้วยเพื่อเวลาที่ไม่ได้ใช้
การ์ดนั้นแล้วจะได้นำแผ่นเหล็กมาปิดกลับคืน

- ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนให่ญ่จะมีพัดลมระบายอากาศอยู่หนึ่งตัว ซึ่งจะหมุนตลอดเวลาที่เปิดเครื่องพัดลมตัวนี้จะทำหน้าที่ดูดอากาศออกจากตัวเครื่องเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบจ่ายไฟ จึงควรตรวจบริเวณหลังเครื่องเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่ามีลมเป่าออกมาหรือไม่หากไม่มีก็ควรรีบเปลี่ยนโดยด่วน มิฉะนั้นทำให้อุณหภูมิในเครื่องคอมพิวเตอต์สูงเกินไปและจำมีผลเสียต่อตัวเครื่อง

- ควรเปิดฝาครอบเครื่องออกมาเป่าฝุ่นที่เกาะอยู่ตามแผงขงจรสัก 2 เดือนครั้ง แต่หากเครื่องคอมพิวเตอร์บริเวณที่มีฝุ่นมาก ๆ
อาจจะต้องเป่าเดือนละครั้ง ถ้าไม่มีเครื่องเป่าลมก็ให้ใช้แปรงทาสี ที่มีขนนุ่ม ๆ มาทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะบนแผงวงจร
ภายในเครื่องซึ่งจะช่วยให้กระระบายความร้อนดีขึ้น

- ควรต่อสายดินจากเคสส่วนที่เป็นโลหะแล้วนำไปต่อกับโลหะชิ้นอื่นที่ตั้งอยู่บนพื้น เช่น ท่อน้ำเหล็กประตูโครงฝ้า ที่เป้นอลูมิเนียมเพื่อให้สามารถระบายกระแสไฟฟ้าลงดินได้การต่อสายดินนี้จะช่วยแก้ปัญหาจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่
ถูกไฟดูดเวลาเผลอไปแตะตัวเครื่อง  รวมทั้งยังช่วยลดความรุนแรงปัญหาไฟกระชากได้อีกด้วย

- ในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟดับ ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชากอยู่บ่อย ๆ ควรซื้อยูพีเอส (UPS) มาใช้งานซึ่งนอกจากช่วยรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่และกรองสัญญาณไฟฟ้าได้แล้วยังจ่ายไฟฟ้าสำรองได้อีกด้วยสามารถ
ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อไปได้อีก 10-15 นาทีทำให้บันทึกข้อมูลได้ทัน

ในกรณีที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์หลายชิ้นกับปลั๊ก 3 ตาเพียงอันเดียวเพื่อต่อทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์สแกนเนอร์โมเด็มและ
ฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ ควรใช้ปลั๊กรางสำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขายอยู่โดยทั่วไปแทน ซึ่งปลั๊กรางนี้จะช่องเสียบหลายช่อง
และมีเต้าสำหรับใช้กับปลั๊กแบบ 3 ขาได้ และไม่ควรใช้ตลับสายไฟที่เป็นม้วนกลม เนื่องจากมักจะทำจากอุปกรณ์ราคาถูกเมื่อเสียบ
ปลั๊กแล้วไม่แน่น ทำให้ปลั๊กหลวมจนเครื่องดับในระหว่างการใช้งานและอาจเกิดการสปาร์กที่ปลั๊ก ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนระบบ
ไฟฟ้าและถ้าสปาร์กบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนอาจเกิดไฟไหม้ได้

- อย่าปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่ทันที นอกจากจะทำให้จอภาพเสียเร็วแล้ว จะทำให้ภาคจ่ายไฟแบบสวิทซึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์มี
อายุการใช้งานสั้นลงด้วย แต่หากต้องการปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่ให้ปิดเครื่องแล้วรออย่างน้อย 10 วินาทีเพื่อให้กระแสไฟฟ้า ไหลออกจากตัวเครื่องให้หมดก่อนแล้วจึงเปิดเครื่องใหม่จึงจะไม่สร้างความเสียหายให้กับฮาร์ดแวร์แต่ในกรณีที่เครื่องแฮงก์ให้ลอง
บูทเครื่องใหม่โดยการวอร์มลูทคือกดปุ่ม Ctrl + Alt + Del  เสียก่อนแต่ถ้าไม่ได้ผลให้ กดปุ่ม รีเซตที่ด้านหน้าเครื่องแทนซึ่งจะได้ผล เท่ากับการปิดเครื่องและเปิดเครื่องใหม่โดยไม่ทำให้ภาคจ่ายไฟมีอายุการใช้งานสั้นลง

ควรนำคีย์บอร์ด คว่ำแล้วเคาะฝุ่นละอองที่ติดตามซอกออกเดือนละครั้งหรือใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดเพื่อให้สามารถกดปุ่น
ได้อย่างไม่มีปัญหา

- การดูแลรักษาเมาส์
ควรถอดลูกกลิ้งในเมาส์มาล้างในน้ำอุ่นและขูดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่แกนหมุนภายในเมาส์เนื่องจากหากแกนนี้สกปรกจะทำให
้เมาส์เคลื่อนที่ได้ไม่สม่ำเสมอควรทำความสะอาดประมาณ 1-2 เดือนต่อครั้งหรือบ่อยกว่านั้นถ้ารูสึกว่าเมาส์เคลื่อนที่ไม่ราบเรียบ นอกจากนี้ควรใช้แผ่นรองเมาส์และทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ให้สะอาดอยู่เสมอ

รูปภาพของ kpp3526

เริ่มต้นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์

  1. สภาพภายนอก แนะนำให้ทำความสะอาดสักนิด อย่างน้อยก็เพื่ออนามัย และสุขภาพของคุณเอง คุณทราบหรือไม่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด มันสกปรกขนาดไหน (ลองคิดเล่นๆ ดูว่า วันๆ คุณหยิบจับอาหาร และใช้งานแป้นพิมพ์ หรือไม่ และฝุ่นละอองข้างๆ มีมากน้อยเพียงใด) ควรทำสะอาดบ้าง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  2. สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ หลวม หรือหักชำรุดหรือไม่ แนะเสียบปลั๊กแล้ว ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ แนะนำให้รีบแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ ให้รีบซื้อเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ มีบ่อยกับคอมพิวเตอร์อย่างมาก วันดี คืนดี อาจเปิดไม่ติดเลย
  3. พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ หลังจากเปิด Windows เข้ามาแล้ว ลองเช็คพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ เสียก่อนว่า เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพื่มพื้นที่ว่างได้แล้ว โดยเฉพาะกับ Drive C: (ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรม) แนะนำให้สำรองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ?ทีอยู่ใน My Documents ออกไปบ้าง หรืออาจสำรองลง Drive อื่นๆ (ถ้ามี)
  4. ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ นอกเหนือเรื่องพื้นที่ว่างแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ วิธีการไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องคอมฯ มาตรวจสอบ เพียงแค่ใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบ ประเภท Disk Defragment ก็สามารถเช็คได้แล้วว่า ฮาร์ดดิสก์ของเรามี "Bad Sector" หรือไม่ (Bad Sector เป็นจุดเสียของฮาร์ดดิสก์) ถ้ามี แนะนำให้รีบสำรองข้อมูล และเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ไปเลยจะปลอดภัยกว่า
  5. ตรวจสอบไวรัสบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบไวรัสอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และที่สำคัญก็ควรอัปเดทโปรแกรมแบบออนไลน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยเช่นกัน
รูปภาพของ kpp3220

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

การบำรุงรักษาตัวเครื่องทั่วๆไป

 เครื่องจ่ายไฟสำรอง
(
UPS) ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรติดตั้งร่วมกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ด้วยเพราะ
 UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน
หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ
 

 การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ควรติดตั้งในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
หรือถ้ามีไม่มีเครืองปรับอากาศควรเลือกห้องที่ปลอดฝุ่นมากที่สุด
และการติดตั้งตัวเครื่องควรจากผนังพอสมควรเพื่อการระบายความร้อนที่ดี
 

 การต่อสาย Cable ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น Printer Modem Faxหรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อ power off เท่านั้น 

 อย่าปิด
- เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น
เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่
  ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่
เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้
 

 อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่
ถ้าต้องการเปิดต้อง
 power off และถอดปลั๊กไฟก่อน

  ควรศึกษาจากคู่มือก่อนหรือการอบรมการใช้งาน Software ก่อนการใช้งาน 

 ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับพลาสติกเมื่อใช้นานๆ
จะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือมาติดทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำความสะอาดยาก
จึงควรทำความสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย
 1-2 เดือนต่อครั้ง โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ
เช็ดที่ตัวเครื่อง หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ
และที่สำคัญคือ
ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผงต่างๆ

 

การดูแลรักษาเบื้องต้น

           
คอมพิวเตอร์
เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบำรุงรักษา
อย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ
การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์
               

การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์

     1.ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่
ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้
  15-20
นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
         

  2. ห้ามใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด
ในกรณีต้องการทำความสะอาดภายนอก
ควรใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและทำความสะอาดตาม
ที่แนะนำไว้ในคู่มือเท่านั้น
   

3.ห้ามเปิดเครื่องเพื่อทำความสะอาดภายในคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หรือดูดฝุ้นด้วยเครื่องดูดฝุ่นเพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง
เกิดความเสียหายได้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
           

4.ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ
ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องใช้สเปรย์ทำความสะอาด
ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
          

 5.ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ
ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
          

 6.ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ
ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
 

การทำความสะอาด

                 
คอมพิวเตอร์ของคุณเป็นที่สะสมฝุ่นละออง
  และสิ่งสกปรกเอาไว้มากมาย
ต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนๆกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เป็นประจำเช่นเดียวกัน
  คุณจำเป็นต้องทำความสะอาดคีย์บอร์ด
เมาส์ และหน้าจอ
 แน่นอนที่คุณอาจจะไม่ได้ใส่ใจที่จะทำความสะอาดภายในสักเท่าไร
ฝุ่นละอองที่ก่อตัวขึ้นในเคสอาจทำให้เกิดความร้อนและทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ
เสียหายได้
  
 ข้อปฏิบัติในการทำความสะอาดแบบง่ายๆนี้
จะช่วยรักษาความสะอาดเครื่องได้ทั้งภายในและภายนอก
               

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดคีย์บอร์ดอาทิตย์ละครั้ง         สำหรับบนโต๊ะทำงานคนส่วนใหญ่จะทำความสะอาดก็เฉพาะโต๊ะกับคีย์บอร์ดเท่านั้น
เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรคให้หมดไปจากเครื่องไว้ในลักษณะคว่ำและเขย่าเบาๆเพื่อให้เศษผงเล็กๆ
หล่นออกให้หมด
  จากนั้นใช้กระบอกลมเป่าให้ฝุ่นออกมาแต่ละช่องของคีย์บอร์ดขั้นตอนนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคีย์บอร์ดและช่วยรักษาสภาพให้ดูใหม่
อยู่เสมอ และอย่าลืมเป่าฝุ่นที่ตัวเมาส์ด้วย
                

ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดพัดลมเดือนละครั้ง         ตัวเคสของคอมพิวเตอร์  มักมีฝุ่นที่ขึ้นตามพัดลมทั้งพัดลมที่อยู่ที่เคส, power supply, CPU, GPU ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้
เครื่องทำงานช้าลงได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นควรทำความ
สะอาดพัดลมในตัวพีซีเดือนละครั้ง
  โดยการถอดเคสออกและปัดฝุ่นที่พบอยู่ บนช่องระบายอากาศ  และใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดใบพัด  ฝุ่นละอองเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นคราบฝังลึก
ที่ตัวพัดลมและเคสเท่านั้น
  แต่อาจทำให้พัดลมเกิดความเสียหายได้อีกด้วย              

 ขั้นตอนที่ 3:เปิดให้อากาศถ่ายเทสะดวกปีละครั้ง          ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือออฟฟิตที่สะอาดที่สุด  ก็ยังคงมีฝุ่นอยู่ตามพีซีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ยิ่งพวกสายเคเบิลและสายไฟที่อยู่ในตัวเคสแล้วยิ่งเป็นที่สะสมฝุ่นละอองได้
เป็นอย่างดี
  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดเคสเพื่อทำความสะอาดให้มีอากาศถ่ายเทบ้างถอดสายเคเบิลต่างๆออกจากตัวเคสแล้วนำเคสออกมา
ต้องแน่ใจว่าได้ปิดเครื่องและถอดปลั๊กออกแล้ว
  จากนั้นใช้อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ   เช่น ผ้า หรือที่ปัดฝุ่น ปัดฝุ่นออก  หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นอันขาด   เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ซึ่งเป็นอันตรายมาก                

ขั้นตอนที่ 4: จับด้วยความระมัดระวัง           High-end PCs มีการเดินสายและเชื่อมต่อสายเคเบิลอย่างเป็นระเบียบ
ให้ทำการยกสายให้อยู่พ้นจากพื้นเพื่อที่จะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
โดยการมัดสายเคเบิลรวมกันด้วยความระมัดระวัง
  และมองหาพื้นที่ที่จะวาง
(ส่วนใหญ่วางไว้ด้านหน้าเคส) จากนั้นย้ายสายเคเบิลต่างๆ
ออกให้พ้นจากพื้นที่ที่จะทำความสะอาด
  และให้มั่นใจว่าจะไม่ขวางทางพัดลมCPU และ GPU จากนั้นก็ทำความสะอาดได้

                     ขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสะอาดได้ทั้งภายในและภายนอกแล้ว
และยังช่วยให้ ยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนานแถมยังทำให้เครื่องดูใหม่อยู่ เสมอด้วย

 

รูปภาพของ kpp3220

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

การบำรุงรักษาตัวเครื่องทั่วๆไป

 เครื่องจ่ายไฟสำรอง
(
UPS) ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรติดตั้งร่วมกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ด้วยเพราะ
 UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน
หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ
 

 การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ควรติดตั้งในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
หรือถ้ามีไม่มีเครืองปรับอากาศควรเลือกห้องที่ปลอดฝุ่นมากที่สุด
และการติดตั้งตัวเครื่องควรจากผนังพอสมควรเพื่อการระบายความร้อนที่ดี
 

 การต่อสาย Cable ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น Printer Modem Faxหรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อ power off เท่านั้น 

 อย่าปิด
- เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น
เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่
  ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่
เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้
 

 อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่
ถ้าต้องการเปิดต้อง
 power off และถอดปลั๊กไฟก่อน

  ควรศึกษาจากคู่มือก่อนหรือการอบรมการใช้งาน Software ก่อนการใช้งาน 

 ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับพลาสติกเมื่อใช้นานๆ
จะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือมาติดทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำความสะอาดยาก
จึงควรทำความสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย
 1-2 เดือนต่อครั้ง โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ
เช็ดที่ตัวเครื่อง หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ
และที่สำคัญคือ
ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผงต่างๆ

 

การดูแลรักษาเบื้องต้น

           
คอมพิวเตอร์
เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบำรุงรักษา
อย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ
การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์
               

การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์

     1.ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่
ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้
  15-20
นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
         

  2. ห้ามใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด
ในกรณีต้องการทำความสะอาดภายนอก
ควรใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและทำความสะอาดตาม
ที่แนะนำไว้ในคู่มือเท่านั้น
   

3.ห้ามเปิดเครื่องเพื่อทำความสะอาดภายในคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หรือดูดฝุ้นด้วยเครื่องดูดฝุ่นเพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง
เกิดความเสียหายได้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
           

4.ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ
ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องใช้สเปรย์ทำความสะอาด
ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
          

 5.ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ
ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
          

 6.ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ
ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
 

การทำความสะอาด

                 
คอมพิวเตอร์ของคุณเป็นที่สะสมฝุ่นละออง
  และสิ่งสกปรกเอาไว้มากมาย
ต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนๆกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เป็นประจำเช่นเดียวกัน
  คุณจำเป็นต้องทำความสะอาดคีย์บอร์ด
เมาส์ และหน้าจอ
 แน่นอนที่คุณอาจจะไม่ได้ใส่ใจที่จะทำความสะอาดภายในสักเท่าไร
ฝุ่นละอองที่ก่อตัวขึ้นในเคสอาจทำให้เกิดความร้อนและทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ
เสียหายได้
  
 ข้อปฏิบัติในการทำความสะอาดแบบง่ายๆนี้
จะช่วยรักษาความสะอาดเครื่องได้ทั้งภายในและภายนอก
               

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดคีย์บอร์ดอาทิตย์ละครั้ง         สำหรับบนโต๊ะทำงานคนส่วนใหญ่จะทำความสะอาดก็เฉพาะโต๊ะกับคีย์บอร์ดเท่านั้น
เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรคให้หมดไปจากเครื่องไว้ในลักษณะคว่ำและเขย่าเบาๆเพื่อให้เศษผงเล็กๆ
หล่นออกให้หมด
  จากนั้นใช้กระบอกลมเป่าให้ฝุ่นออกมาแต่ละช่องของคีย์บอร์ดขั้นตอนนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคีย์บอร์ดและช่วยรักษาสภาพให้ดูใหม่
อยู่เสมอ และอย่าลืมเป่าฝุ่นที่ตัวเมาส์ด้วย
                

ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดพัดลมเดือนละครั้ง         ตัวเคสของคอมพิวเตอร์  มักมีฝุ่นที่ขึ้นตามพัดลมทั้งพัดลมที่อยู่ที่เคส, power supply, CPU, GPU ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้
เครื่องทำงานช้าลงได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นควรทำความ
สะอาดพัดลมในตัวพีซีเดือนละครั้ง
  โดยการถอดเคสออกและปัดฝุ่นที่พบอยู่ บนช่องระบายอากาศ  และใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดใบพัด  ฝุ่นละอองเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นคราบฝังลึก
ที่ตัวพัดลมและเคสเท่านั้น
  แต่อาจทำให้พัดลมเกิดความเสียหายได้อีกด้วย              

 ขั้นตอนที่ 3:เปิดให้อากาศถ่ายเทสะดวกปีละครั้ง          ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือออฟฟิตที่สะอาดที่สุด  ก็ยังคงมีฝุ่นอยู่ตามพีซีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ยิ่งพวกสายเคเบิลและสายไฟที่อยู่ในตัวเคสแล้วยิ่งเป็นที่สะสมฝุ่นละอองได้
เป็นอย่างดี
  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดเคสเพื่อทำความสะอาดให้มีอากาศถ่ายเทบ้างถอดสายเคเบิลต่างๆออกจากตัวเคสแล้วนำเคสออกมา
ต้องแน่ใจว่าได้ปิดเครื่องและถอดปลั๊กออกแล้ว
  จากนั้นใช้อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ   เช่น ผ้า หรือที่ปัดฝุ่น ปัดฝุ่นออก  หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นอันขาด   เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ซึ่งเป็นอันตรายมาก                

ขั้นตอนที่ 4: จับด้วยความระมัดระวัง           High-end PCs มีการเดินสายและเชื่อมต่อสายเคเบิลอย่างเป็นระเบียบ
ให้ทำการยกสายให้อยู่พ้นจากพื้นเพื่อที่จะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
โดยการมัดสายเคเบิลรวมกันด้วยความระมัดระวัง
  และมองหาพื้นที่ที่จะวาง
(ส่วนใหญ่วางไว้ด้านหน้าเคส) จากนั้นย้ายสายเคเบิลต่างๆ
ออกให้พ้นจากพื้นที่ที่จะทำความสะอาด
  และให้มั่นใจว่าจะไม่ขวางทางพัดลมCPU และ GPU จากนั้นก็ทำความสะอาดได้

                     ขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสะอาดได้ทั้งภายในและภายนอกแล้ว
และยังช่วยให้ ยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนานแถมยังทำให้เครื่องดูใหม่อยู่ เสมอด้วย

 

รูปภาพของ kpp3204


 

 

การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์

 

สาเหตุที่ทำให้เครื่องพีซีเกิดความเสียหาย

ความร้อน

ฝุ่นผง

สนามแม่เหล็ก

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้า

ไฟฟ้าสถิตย์

น้ำและสนิม

ความร้อน

ความร้อนที่เป็นสาเหตุทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหา ส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เองวิธีแก้ปัญหา คือ จะต้องรีบระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณืต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด

วิธีแก้ปัญหา

- พัดลมระบายความร้อนทุกตัวในระบบ ต้องอยู่ในสภาพดี 100 เปอร์เซนต์ อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดควรจะอยู่ระหว่าง 60-70 องศาฟาเรนไฮต์

- ใช้เพาเวอร์ซัพพลาย ในขนาดที่ถูกต้อง

- ใช้งานเครื่องในย่านอุณหภูมิที่ปลอดภัย อย่าตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงเป็นเวลานานๆ

ฝุ่นผง

เป็นที่ทราบกันดีว่าในอากาศมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่ในทุกๆ ที่ ฝุ่นผงที่เกาะติดอยู่บนแผงวงจรของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เสมือนฉนวนป้องกันความร้อน ทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบ ไม่สามารถระบายออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอก นอกจากนี้อาจไปอุดตันช่องระบายอากาศของเพาเวอร์ซัพพลายหรือฮาร์ดดิสค์ หรืออาจเข้าไปอยู่ระหว่างแผ่นดิสค์กับหัวอ่าน ทำให้แผ่นดิสค์หรือหัวอ่านเกิดความเสียหายได้

วิธีแก้ไข

- ควรทำความสะอาดภายในเครื่องทุก 6 เดือน หรือทุกครั้งที่ถอดฝาครอบ

- ตัวถัง หรือ ชิ้นส่วนภายนอกอาจใช้สเปรย์ทำความสะอาด

- วงจรภายในให้ใช้ลมเป่าและใช้แปรงขนอ่อนๆ ปัดฝุ่นออก

- อย่าสูบบุหรี่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์

สนามแม่เหล็ก

แม่เหล็กสามารถทำให้ข้อมูลในแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก็สูญหายได้อย่างถาวร แหล่งที่ให้กำเนิดสนามแม่เหล็กในสำนักงานมีอยู่มากมาหลายประเภท อาทิเช่น

- แม่เหล็กติดกระดาาบันทึกบนตู้เก็บแฟ้ม

- คลิปแขวนกระดาษแบบแม่เหล็ก

- ไขควงหัวแม่เหล็ก

- ลำโพง

- มอเตอร์ในพรินเตอร์

- UPS

วิธีแก้ไข

ควรโยกย้ายอุปกรณ์ที่มีกำลังแม่เหล็กมากๆ ให้ห่างจากระบบคอมพิวเตอร์

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้า

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้ามีหลายลักษณะ อาทิเช่น

-ดันเกิน"> แรงดันเกิน

- แรงดันตก

- ทรานเชียนต์

- ไฟกระเพื่อม

 

แรงดันเกิน

ในกรณีที่เครื่องของท่านได้รับแรงดันไฟฟ้าเกินจากปกติ เป็นเวลานานกว่า วินาที จะมีผลทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องเกิดความเสียหายได้

แรงดันตก

ในกรณีที่มีการใช้ไฟฟ้ากันมากเกินความสามารถในการจ่ายพลังงานไฟฟ้า จะมีผลทำให้เกิดเหตุการณืไฟตกได้ ไฟตกอาจทำให้การทำงานของเพาเวอร์ซัพพลายผิดพลาดได้ เนื่องจากเพาเวอร์ซัพพลายพยายามจ่ายพลังงานให้กับวงจรอย่างสม่ำเสมอ โดยไปเพิ่มกระแส แต่การเพิ่มกระแสทำให้ตัวนำ เพาเวอร์ซัพพลายและอุปกรณ์ต่างๆ ร้อนขึ้น ซึ่งมีผลทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เกิดความเสียหายได้

ทรานเชียนต์

ทรานเชียนต์ หมายถึง การที่ไฟฟ้ามีแรงดันสุง (sags) หรือต่ำกว่าปกติ (surge) ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทรานเชียนต์ที่เกิดในบางครั้งจะมีความถี่สูงมาก จนกระทั่งสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวเก็บประจุไฟฟ้าในเพาเวอร์ซัพพลาย เข้าไปทำความเสียหายให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้

ไฟกระเพื่อม

ทุกครั้งที่ท่านเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า จะทำให้กำลังไฟเกิดการกระเพื่อม เครื่องใช้ไฟฟ้ที่ต้องการกระแสไฟฟ้ามากๆ ก็จะทำให้ความแรงของการกระเพื่อมมีค่ามากตามไปด้วย จากการศึกษาพบว่า การเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการกระเพื่อม- ครั้ง ภายในเสี้ยววินาที การกระเพื่อมจะมีผลต่อทุกๆ ส่วนภายในตัวเครื่อง รวมทั้งหัวอ่านข้อมูลของฮาร์ดดิสค์ด้วย

วิธีแก้ไข

ในกรณีไฟเกิน ไฟตก และทรานเชียนต์ แก้ไขได้โดยการใช้เครื่องควบคุมกระแสไฟฟ้า หรือ ที่เรียกว่า Stabilizer

ส่วนไปกระเพื่อม แก้ได้โดยการลดจำนวนครั้งในการปิดเปิดเครื่อง

ไฟฟ้าสถิตย์

 

ไฟฟ้าสถิตย์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่ในสภาวะที่อากาศแห้ง จะส่งผลให้ความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จะสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก และหาทางวิ่งผ่านตัวนำไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า ดังนั้นเมื่อท่านไปจับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จากตัวท่านจะวิ่งไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น ทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ แต่ในสภาวะที่มีความชื้นสูง ไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดขึ้นจะรั่วไหลหายไปในระยะเวลาอันสั้น

วิธีแก้ไข

ควรทำการคายประจุไฟฟ้าสถิตย์ ด้วยการจับต้องโลหะอื่นที่ไม่ใช้ตัวถังเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์

น้ำและสนิม

น้ำและสนิมเป็นศัตรูตัวร้ายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด สนิมที่พบในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ มักจะเกิดจากการรั่วซึมของแบตเตอรี่บนเมนบอร์ด ซึ่งถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้น นั่นหมายความว่าท่านจะต้องควักกระเป๋าซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดแทนตัวเก่าที่ต้องทิ้งลงถังขยะสถานเดียว

วิธีแก้ไข

หลีกเลี่ยงการนำของเหลวทุกชนิดมาวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของท่าน

กรณีการรั่วซึมของแบตเตอรี่ แก้ไขได้โดยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ เมื่อเครื่องของท่านมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 1-2 ปี เป็นต้นไป

 

 


 


ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์สว่างแต่ไม่กระพริบ

สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ อาจจะเสียหาย

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

 

 

 

ซีดีรอม

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ไม่ได้วางซีดีในไดรฟ์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีซีดีไดรฟ์แบบโหลดด้วยถาด ให้กดปุ่มนำแผ่นซีดีออก แล้วค่อย ๆ กดแผ่นซีดีลงในตำแหน่ง

ที่เหมาะสมจากนั้นโหลดแผ่นเข้าไปใหม่

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ระบบไม่รู้จักซีดีไดรฟ์

การแก้ปัญหา : ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคอยอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ใส่แผ่นซีดีกลับข้าง

การแก้ปัญหา : นำแผ่นซีดีออก แล้วพลิกแผ่นซีดีกลับ จากนั้นโหลดเข้าไปใหม่

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : แผ่นซีดีสกปรก

การแก้ปัญหา : ทำความสะอาดแผ่นซีดีด้วยชุดทำความสะอาด

 

 

 

ดิสก์เก็ต

 

ปัญหา : ไฟแสดงสถานะของดิสเก็ตต์สว่างอยู่

สาเหตุ : มีการใส่แผ่นดิสเก็ตต์อย่างไม่เหมาะสม

การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออก แล้วใส่เข้าไปใหม่แผ่นดิสเก็ตต์เกิดความเสียหาย ใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น หรือตรวจสอบแผ่นดิสเก็ตต์โดยการรันโปรแกรม ScanDisk และเพื่อที่จะรันโปรแกรม ScanDisk จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จาก นั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ ScanDisk ซอฟต์แวร์

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้

สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ยังไม่ได้ฟอร์แมต

การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นดิสเก็ตต์

 

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้

สาเหตุ : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์มีการป้องกันการเขียน (Write-Protected)

การแก้ปัญหา : ยกเลิกการป้องกันการเขียน หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอี่นที่ไม่มีการป้องกันการ เขียน

และเพื่อที่จะยกเลิกการป้องกันการเขียน ให้เลื่อนแผ่นสีดำที่ด้านหลังของแผ่นดิสเก็ตต์เพื่อปิดรู

 

ปัญหา : การเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ที่ไม่ถูกต้อง

สาเหตุ : ตรวจสอบตัวอักษรของไดรฟ์ในสเตทเมนท์ของพาธ

การแก้ปัญหา : พรอมต์ A:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากไดรฟ์ A ส่วนพรอมต์ C:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากฮาร์ดไดรฟ์

 

ปัญหา : ไม่มีเนื้อที่เพียงพอบนแผ่นดิสเก็ตต์ ดิสเก็ตต์ออก หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น

สาเหตุ : ลบข้อมูลบางส่วนที่เก็บอยู่บนแผ่น

การแก้ปัญหา : ระมัดระวังอย่าลบข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่บนแผ่นดิสเก็ตต์โดยบังเอิญ

 

ปัญหา : ดิสก์เก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถอ่านแผ่นดิสเก็ตต์

สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ ยังไม่ได้ฟอร์แมต

การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นฮาร์ดแวร์

 

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : ไม่ได้ตั้งค่าคอนฟิกคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่

การแก้ปัญหา : ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบพลักแอนด์เฟลย์ วินโดวส์จะรู้จักอุปกรณ์นั้นและตั้งค่า

คอนฟิกให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พลักแอนด์ใ ห้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าคอนฟิก

 

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้นหลวม หรือยังไม่ได้เสียบสายไฟของอุปกรณ์

การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูว่าอุปกรณ์นั้นต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา

 

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : เมื่อคอมพิวเตอร์แนะนำคุณให้เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิเกอเรชันของระบบ

การแก้ปัญหา : ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คุณจะเห็นข้อคุณไม่ได้ยอมรับการ

เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

 

 

จอภาพ

 

ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว

สาเหตุ : ไม่ได้ปรับตัวควบคุมความสว่างอย่างเหมาะสม

การแก้ปัญหา : ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอ

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ

การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ

 

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : คุณได้ติดตั้งยูทิลิตีที่ทำให้หน้าจอว่างเปล่า

การแก้ปัญหา : กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

ปัญหา :หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด Sleep

การแก้ปัญหา : กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป

สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ

 

 

 

เมาส์

 

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว

สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่น

 

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว

สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General

 

 

 

เครื่องพิมพ์

 

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน

สาเหตุ : ไม่ได้เสียบสายไฟของเครื่องพิมพ์ หรือไม่ได้เสียบสายเคเบิลของเครื่องพิมพ์

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบปลายทั้งสองด้านของเครื่องพิมพ์ และสายไฟของเครื่องพิมพ์ว่ามีการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมหรือไม่ อย่างถูกต้องและแน่นหนา

 

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์

สาเหตุ : ไม่ได้เปิดเครื่องพิมพ์

การแก้ปัญหา : เปิดเครื่องพิมพ์

 

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์

สาเหตุ : เครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในโหมด ออนไลน์

การแก้ปัญหา : ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้อยู่ในโหมดออนไลน์ เครื่องพิมพ์บางเครื่องมีปุ่มหรือ ตัวควบคุมอยู่บนแผงด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดออนไลน์และโหมดออฟไลน์ ถ้าเครื่องพิมพ์มีปุ่มหรือสวิตช์ ออนไลน์/ออฟไลน์ ให้เลือก ออนไลน์

 

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ

สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งหรือเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งและเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง ไดรเวอร์ที่ถูกต้องของเครื่องพิมพ์มักจะระบุโดยชื่อของเครื่องพิมพ์

 

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ

สาเหตุ : สายไฟของเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างเหมาะสม

การแก้ปัญหา :ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ แล้วเชื่อมต่อสายไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

ความจำ - - - - - >

 

หน่วยความจำ

 

 

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์โมดูลหน่วยความจำผิดชนิด

การแก้ปัญหา : การใช้โมดูลหน่วยความจำอื่นอาจมีผลทำให้การเริ่มระบบยากขึ้นเมื่อคุณอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องใช้หน่วยความจำ EDO 60 นาโนวินาที

ปัญหา : หน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันโปรแกรม

สาเหตุ : หน่วยความจำไม่ได้รับการตั้งค่าคอนฟิกอย่างเหมาะสมสำหรับโปรแกรม

การแก้ปัญหา : โปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนหนึ่งในการรัน ปิดโปรแกรม ใด ๆ ที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะดูว่าโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเท่าใด ให้อ่าน เอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมนั้น

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า out of memory

สาเหตุ : ค่าคอนฟิเกอเรชันของหน่วยความจำตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง , หน่วยความจำไม่พอในการรัน

การแก้ปัญหา : ปิดโปรแกรมที่คุณกำลังใช้อยู่ อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมเพื่อดูข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยความจำ คุณอาจต้องซื้อและติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติม

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า Insufficient memory

สาเหตุ : หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์เหลือไม่เพียงพอที่จะรัน โปรแกรม

การแก้ปัญหา :โปรแกรมบางอย่างจะแอกทีฟอยู่ในแบ็กกราวนด์เมื่อเราเปิดขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำบางส่วนถึงแม้ว่าจะรันอยูในแบ็กกราวด์ก็ตาม

 

/โมเดม- - - - - >

 

แฟกซ์/โมเดม

 

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม

สาเหตุ : ไม่ได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มอยู่อย่างเหมาะสม

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มไว้อย่างแน่นหนา และสายโทรศัพท์ เสียบอยู่ที่เต้าเสียบที่ฝาผนังอย่างแน่นหนา

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม

สาเหตุ : มีการกำหนดอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวให้กับพอร์ตอนุกรม

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์อื่นใช้พอร์ตอนุกรมเดียวกับแฟกซ์/โมเด็ม

 

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุ : แฟกซ์/โมเด็มอาจจะเกิความขัดแย้งกับโปรแกรมอื่น

การแก้ปัญหา : โปรแกรมบางอันอาจจะขัดแย้งกับซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็มในตัวของคอมพิวเตอร์ให้ออกจากโปรแกรมใด ๆ ที่คุณกำลังรัน แต่ไม่ได้ใช้งานอยู่

 

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุ : เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นวางหู

การแก้ปัญหา :หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่สายโทรศัพท์มี

 

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุ : เสียงดังมาก และการโทรศัพท์ถูกตัด

การแก้ปัญหา : หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่ ถ้าปัญหายังคงเกิดอยู่ ให้ตรวจสอบกับ องค์การ โทรศัพท์โดยปกติจะมีฟิลเตอร์ให้มาเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนในสาย นอกจากนั้น ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่อโทรศัพท์ และแฟกซ์/โมเด็ม ถ้าสายที่ต่ออยู่หลวม แม้ว่าเล็กน้อย ก็อาจจะก่อให้เกิดเสียงรบกวนในสายได้

 

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุ : คุณมีสายเรียกซ้อน (Call Waiting) รออยู่ในสายโทรศัพท์ของคุณ สายเรียกซ้อนเข้ามานี้ จะตัดการเชื่อมต่อของโมเด็ม

การแก้ปัญหา : ในบางพื้นที่ บริการับสายเรียกซ้อนสามารถยกเลิกได้โดยการกด *70 ,ก่อนที่จะหมุน

 

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุ : โทรศัพท์พ่วงบนสายโทรศัพท์เดียวกัน

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าโทรศัพท์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับสายโทรศัพท์เดียวกันกับยกหูขึ้นแฟกซ์/โมเด็มวางอยู่ อย่างเหมาะสม

 

ปัญหา : ไม่มีเสียงสัญญาณดังขึ้นขณะที่ต่อโมเด็มอยู่

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์ใช้โมเด็ม K56flex

การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคอมแพครุ่นเพรสซาริโอ 4500 ที่มาพร้อมกับ โมเด็ม K56flex คุณจะไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ ในขณะที่ กำลังเชื่อมต่อโมเด็มข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสของคอมพิวเตอร์

 

เสียง - - - - - >

 

ระบบเสียง

 

 

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่มีเสียง

สาเหตุ : มีการปิดระบบเสียง

การแก้ปัญหา : คลิกที่ไอคอน Speaker บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เมื่อบ็อกซ์ควบคุมระดับเสียง ปรากฏตรวจดูให้แน่ใจว่าเช็คบ็อกซ์ Mute ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่มีการลดระดับเสียงให้เบาเพิ่ม ระดับเสียงโดยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียง (+)ที่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ลำ โพงไม่ได้รับการ เชื่อมต่ออย่าง ตรวจดูให้แน่ในว่าลำโพงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แน่นหนาหรือไม่

 

ไวรัส

 

"ไวรัสของคอมพิวเตอร์" เป็นรหัสคำสั่งการของซอฟต์แวร์ที่ทำความเสียหายหรือลบข้อมูล ไฟล์ หรือซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะติดไวรัสเมื่อใส่ซอฟต์แวร์หรือไฟล์ที่มีไวรัสลงไปในคอมพิวเตอร์ ดิสเกตต์จากเพื่อน หรือที่ได้มาจากการติดต่อธุรกิจมักจะเป็นแหล่งกำเนิดไวรัส อาการที่บ่งบอกว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสมีดังนี้

1. มีตัวอักษรแปลก ๆ หรือข้อความหยาบ ๆ ปรากฎอยู่บนหน้าจอ

2. มีข้อความแสดงการผิดพลาดของฮาร์ดไดรฟ์ หน่วยความจำ หรือซอฟต์แวร์

3. ไฟล์และไดเรคทอรีเกิดความเสียหาย

บริการออนไลน์เชิงพาณิชย์และผู้ผลิตซอฟต์แวร์จะตรวจจับไวรัสอย่างเข้มงวด และมักจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดที่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์

มีบริษัทมากมายที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัส คุณควรจะมีเวอร์ชันล่าสุดของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้รับการอัปเดตอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากผู้สร้างและเผยแพร่ไวรัส ซึ่งถือเป็นผู้ที่ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศจะอัปเดตโปรแกรมไวรัสอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน ให้ถามหาซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัสล่าสุดจากร้านค้าคอมพิวเตอร์ใกล้บ้านของคุณ

 


 

รูปภาพของ kpp03178

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

                เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และปัญหาทั่วไปในการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยมีรายละเอียดังต่อไปนี้

สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

            สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญก็คือลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ฝุ่นละออง น้ำ กระแสไฟฟ้า หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมองข้ามไปแต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก ดังนี้

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย

 

สิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนต่ออายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ ห้องคอมพิวเตอร์ควรเป็นห้องปรับอากาศที่ปราศจากฝุ่นและความชื้น เพราะความร้อน ฝุ่น ความชื้นเป็นสิ่งที่บั่นทอนอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ละอองสารเคมีต่างๆ เช่น สเปรย์น้ำยา น้ำหอม ต่างๆก็มีส้วนในการบั่นทอนอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์เช่นกัน

ความร้อน

ความ ร้อนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนของ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ เอง วิธีแก้ปัญหาคือจะต้องรีบระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์ต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด เครื่องคอมพิวเตอร์โดยมากจะติดตั้งพัดลมระบายอากาศตามชิ้นส่วนต่างๆไม่ว่าจะ เป็น พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับCPU พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับการ์ดจอ พัดลมระบายอากาศที่ติดอยู่กับเพาเวอร์ซัพพลาย และพัดลมระบายอากาศที่ติดตั้งอยู่ที่ตัวถัง(เคส)ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราควรสังเกตุและดูแลรักษาให้พัดลมที่ถูกตั้งอยู่ตามจุดต่างๆทำงาน ได้เต็มประสิทธิภาพของมัน

เพาเวอร์ซัพพลายเองก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความร้อนได้มากหากเราใช้ เพาเวอร์ซัพพลายที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับความต้องการกระแสไฟฟ้าของเครื่อง ทำให้เพาเวอร์ซัพพลายทำงานหนักเกินกว่าเสป็คของมัน โดยมากเครื่องคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจะติดตั้งเพาเวอร์ ซัพพลายมาให้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เรามีการติดตั้งอปกรณ์เพิ่มหรือในกรณีที่ซื้อเครื่องประกอบเอง จึงควรใส่ใจกับเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ควรเลือกเพาเวอร์ซัพพลายที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานเพื่อลดการเกิด สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้าซึ่งอาจจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆได้

นอกจากนี้ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ควรอยู่ในบริเวณที่ต้องโดน แสดงแดดเป็นเวลานานๆ และควรติดตั้งตัวเครื่องห่างจากผนังพอสมควรเพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ ดียิ่งขึ้น

ฝุ่นผง

เป็นที่ทราบกันดีว่าในอากาศมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่ในทุกๆ ที่ ฝุ่นผงที่เกาะติดอยู่บนแผงวงจรของคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่เสมือนฉนวนป้องกัน ความร้อนทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบไม่สามารถระบายออกสู่สภาพแวดล้อมภาย นอก นอกจากนี้ฝุ่นผงอาจไปอุดตันช่องระบายอากาศของเพาเวอร์ซัพพลายหรือเกาะตามใบ พัดของพัดลมระบายอากาศตามจุดต่างๆ  ดังนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จึงควรได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยช่างผู้ชำนาญ

สนามแม่เหล็ก

สนามแม่เหล็กจากแม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอุปกรณ์หลายๆชนิด หรือสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงๆอาจทำให้ในแผ่นดิสก์หรือ ฮาร์ดดิสก็สูญหายได้อย่างถาวร หรืออาจจะทำให้จอภาพเสื่อมประสิทธิภาพ เกิดสีเพี้ยน แหล่งที่ให้กำเนิดสนามแม่เหล็กในสำนักงานมีอยู่มากมายหลายประเภท เช่น แม่เหล็กติดกระดาษบันทึก คลิปแขวนกระดาษแบบแม่เหล็ก ไขควงหัวแม่เหล็กลำโพง มอเตอร์ในพรินเตอร์ UPS เครื่องปรับอากาศ ดังนั้นเราจึงไม่ควรวางอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ใกล้กับคอมพิวเตอร์มากนัก หรือโยกย้ายคอมพิวเตอร์ออกจากบริเวณดังกล่าว

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้า

สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้าอาจเกิดได้ในหลายลักษณะตั้งสัญญาณรบกวนอ่อนจากอุปกรณ์ ที่ไได้มาตรฐาน แรงดันไฟตก แรงดันไฟเกิน ไฟกระตุก สัญญาณไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ ฟ้าผ่า ทั้งหมดนี้สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดไปจนถึงเสียหายได้ จึงควรมีการติดตั้งเครื่องจ่ายไฟสำรอง (UPS) ด้วยเพราะ UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ

ไฟฟ้าสถิตย์

ไฟฟ้าสถิตย์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่ในสภาวะที่อากาศแห้ง จะส่งผลให้ความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จะสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก และหาทางวิ่งผ่านตัวนำไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า ดังนั้นเมื่อท่านไปจับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จากตัวท่านจะวิ่งไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น ทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ แต่ในสภาวะที่มีความชื้นสูง ไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดขึ้นจะรั่วไหลหายไปในระยะเวลาอันสั้น เราจึงควรทำการคายประจุไฟฟ้าสถิตย์ ด้วยการจับต้องโลหะอื่นที่ไม่ใช้ตัวถังเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์

น้ำและสนิม

น้ำและสนิมเป็นศัตรูตัวร้ายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด สนิมที่พบในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ มักจะเกิดจากการรั่วซึมของแบตเตอรี่บนเมนบอร์ด ซึ่งถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้น นั่นหมายความว่าท่านจะต้องควักกระเป๋าซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดแทนตัวเก่าที่ ต้องทิ้งลงถังขยะสถานเดียว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำของเหลวทุกชนิดมาวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของท่าน ส่วนกรณีการรั่วซึมของแบตเตอรี่ ปัญหานี้สามารถถูกตรวจพบได้หาดมีการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอและทำ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เราต้องหลีกเลี่ยงเพื่อยืดอายุการใช้งานดังนี้
 • การต่อสายสัญญาณระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องแฟซ์ โมเด็ม หรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อปิดเครื่องเท่านั้น
 • อย่าปิด - เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
 • อย่าปิดเครื่องในขณะที่ครื่องทำงานอยู่เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่
 • ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้
 • อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่ ถ้าต้องการเปิดฝาเครื่องต้องปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟก่อน
 • ควรศึกษาจากคู่มือให้ละเอียดก่อนการใช้งาน
 • ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับ พลาสติกเมื่อใช้นานๆ จะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำความสะอาดยาก จึงควรทำความสะอาดเป็นระอย่างะๆ โดยใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผง ต่างๆ

การบำรุงรักษาแป้นพิมพ์

การบำรุงรักษาแคช

การทำความสะอาดหน้าจอ

การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็นหลักๆได้ 2 อย่าง คือ ดูแลทางด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware)พวกอุปกรณ์ต่างๆภายใน ภายนอกคอมพิวเตอร์ และ ซอฟแวร์ (Software) พวกโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ว่าไปแล้วน่าจะแบ่งเป็น 3 อย่าง อีกอย่างคือ พีเพิลแวร์ (Peopleware) คือ คนที่ใช้คอมพิวเตอร์
1.การดูแลรักษา ทางด้านฮาร์ดแวร์( Hardware )
หลักๆมีไม่กี่อย่าง สรุปเป็นข้อๆ ดังนี้
1.1 เรื่องความสะอาดภายในเครื่อง คือ ฝุ่น, ใยผ้า, ใยแมงมุม, เส้นผม พวกนี้มันจะไปเกาะอยู่ที่ซิงค์ระบายความร้อน ทำให้การระบายความร้อนของอุปกรณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ควรดูแลทำความสะอาด เรื่องนี้ให้ความสำคัญมากหน่อย รับรองอายุการใช้งานมากขึ้นแน่นอน
1.2 ที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ ที่เราไปวางไว้เป็นมุมอับ การระบายความร้อนจะไม่ดีเท่าที่ควร แนะนำ อย่าวางใกล้ชิดติดกำแพง หรือไปวางในมุมอับ ควรเป็นมุมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จะดีที่สุด ถ้าไม่มีมุมที่ตั้งจริงๆ ก็เอาพัดลมเป่าช่วยก็ได้
1.3 สังเกตสิ่งผิดปกติของอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ ลอง เปิดฝาข้างๆคอมพิวเตอร์ออกมา สังเกตดูภายใน ตัวอุปกรณ์ ว่ามีรอยไหม้ หรือที่ตัวอุปกรณ์อิเลิกทรอนิคส์ เช่น ตัวคาปาซิสเตอร์ ( ตัวทรงกระบอกที่หัวมีกากบาทที่บนหัว ) ว่ามันบวมๆ ทำถ้าจะพุพองออกมารึเปล่า มีน้ำยาเยิ้มออกมาไหม ถ้าเจอว่ามี รีบส่งซ่อมเลย เดี๋ยวคอมพิวเตอร์เราจะเสียมากกว่าเดิม แล้วก็พวกพัดลมต่างๆในเครื่องว่าหมุนดี ทุกตัวรึเปล่า ตัวไหนหยุดหมุน ก็เปลี่ยนได้ ไม่จำเป็นถึงขั้นต้องซื้อเครื่องคอมใหม่ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ก็อาจต้องซื้อใหม่ได้

2.การดูแลรักษา ทางด้านซอฟแวร์ ( Software )
เรื่องซอฟแวร์ ยากเหมือนกันนะ มีโอกาสเจอได้หลายรูปแบบ อธิบายยากอยู่ แต่เอาแค่ ข้อระมัดระวัง ดูแลรักษาเบื้องต้นดีกว่า ง่ายๆทำได้เอง ไม่เป็นไม่ค่อยรู้เรื่องก็ยังทำได้บ้าง แล้วค่อยเรียนรู้ต่อไป
2.1 การลงโปรแกรม อันไหนไม่ใช้ก็ไม่ต้องลง ลงเฉพาะที่เราใช้ เป็นดี เอาโปรแกรมเข้าๆออกๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางทีเครื่องอืดไปเลยก็มี แฮงค์ๆค้างๆ บางโปรแกรมกลับใช้ไม่ได้อีก อะไรประมาณนี้ ทางที่ดีก็ลงเท่าที่ใช้เป็นดี พวกเกมก็เหมือนกัน กินพื้นที่ในฮาดส์ดิสเยอะ เดี๋ยวพื้นที่จะน้อยเกินไปจนวินโดว์ทำงานไม่ได้ โดยเฉพาะในไดร์ซี ระวังๆตรวจสอบดูพื้นที่เหลือบ้าง ก่อนจะลงโปรแกรมอะไรลงไป
2.2 การเก็บข้อมูล ข้อมูล เอกสาร ไฟล์ต่างๆที่เราจะเก็บไว้ แนะนำอย่าไปเก็บในไดร์ซี ให้เก็บไปไว้อีกไดร์ ที่เราได้แบ่งฮาดส์ดิสเอาไว้ เป็นที่สำรองข้อมูลของเราดีที่สุด ปกติไดร์ซี เป็นไดร์ที่ลงโปรแกรมเสมอ เวลามีปัญหาไดร์ซีก็โดนก่อน ฉะนั้นอย่าไปเก็บเลยนะค่ะไดร์ซี ไปไว้ที่อื่นแทน จะได้ข้อมูลไม่หายกัน ไดร์ซีก็ไม่เต็มเร็วด้วยนะค่ะ โดยเฉพาะ เพลง กับ หนัง เนี่ย กินพื้นที่เยอะเนอะ
2.3 รู้จักสังเกตโปรแกรมแปลกๆ โปรแกรมแปลกๆที่เราไม่เคยเห็นในเครื่องเราตั้งแต่แรกๆที่เราใช้ ถ้ามีมา แล้วรู้ว่าเป็นโปรแกรมอะไร ถ้าไม่จำเป็นก็เอาออกไปเลยค่ะ ฉันว่ามันเด้งน่ารำคาญใจดีแท้ แต่ถ้าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ก็ไม่ว่ากัน บางทีติดมากับตอนที่เราเล่นเน็ต ตอนที่เราคลิก Yes Ok เนี่ยหละค่ะ คลิกแบบไม่ได้อ่านว่ามันคืออะไร หรือว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจแปลไม่ออก เลย Yes Ok ไว้ก่อน แต่ถ้าไม่รู้จริงๆว่ามันคือโปรแกรมอะไรก็เอาไว้ก่อน อย่าเอาออกมั่วนะค่ะ เดี๋ยวจะแย่เอา ดันเป็นโปรแกรมที่เราใช้งานซะอีกแย่เลยนะนั่น
2.4 เวปยอดฮิตว้าว เวปโป๊ค่ะ เวปโปรแกรมพวกแฮกเกอร์ (พวกเจาะระบบ) เป็นต้นค่ะ ไวรัสคอมพิวเตอร์ โปรแกรมที่เราไม่พึงประสงค์ มันจะมากับเวปพวกนี้เยอะอยู่ ก็ถ้าอยากเข้าก็หาวิธีป้องกันไว้บ้างก็ดี หรือเวลามีข้อความแสดงให้ Yes หรือ No ก็อ่านหน่อย อย่าคลิกมั่ว บางทีมีหลอกให้เราคลิกก็มี เพราะโดยส่วนใหญ่พวกเราเห็นแบบนี้ คลิกYes ไว้ก่อนเสมอเลย แย่เลยค่ะ ติดไวรัส ติดสปายแวร์ ติดโปรแกรมที่เราไม่พึงประสงค์ เข้ามาในคอมพิวเตอร์เราเฉยเลย ดูดีๆ ก่อนคลิก อ่านก่อนเด้อ
2.5 ติดโปรแกรมพวกป้องกัน ดักจับ ไวรัส โปรแกรมจำพวกนี้ควรที่จะมีในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา มีหลายแบบ ทั้งเสียเงิน ไม่เสียเงิน ก็มี ชอบตัวไหนก็ตามสบายเลยค่ะ แต่ที่แนะนำช่วงนี้ ก็มี NOD32 ลองไปหามาเล่นล่ะกันนะค่ะ ฉันว่าน่าใช้ดี เครื่องไม่อืดด้วย มีโปรแกรมแล้ว อย่าลืมอัพเดตข้อมูลไวรัสให้โปรแกรมด้วยหละจะได้รู้จักไวรัสตัวใหม่ๆบ้าง ไวรัสมันเกิดก่อน ตัวป้องกันจะมา ก็ระวังบ้างก็ดี ถ้าป้องกันแล้วยังโดนอีก ก็เนอะ ถือเป็นเรื่องปกติ ทำใจค่ะ แก้กันไป แต่ฉันว่า ไวรัส กับ คอมพิวเตอร์ เป็นเนื้อคู่กันนะ ขาดกันไม่ได้
2.6 การดูแล และ บำรุงรักษาระบบ ขั้นพื้นฐาน อันนี้ทำได้สม่ำเสมอเป็นดีค่ะ โปรแกรมก็ไม่อืด ไม่ช้า เป็นการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไปในตัวด้วยนะค่ะ สิ่งที่ทำก็คือ Disk Cleanup ( เก็บกวาดขยะบนฮาร์ดดิส ), Check disk ( ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิส ) และ Disk Defragmenter ( จัดเรียงข้อมูลเพื่อเร่งความเร็ว )

3.พีเพิลแวร์ ( Peopleware )
บุคคลที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์ ในส่วนตัวฉันแล้วฉันว่า อันนี้ ควรดูแลมากที่สุดเลยนะเนี่ย คนเนี่ยหละทำให้เสียบ่อย เรามาว่ากันค่ะว่าอะไรบ้างที่ควรรู้ ควรกระทำ ควรแก้ไข ลองมาสรุปกันนะค่ะ
3.1 รักการอ่าน อ่านค่ะ มีไรเด้งมา อ่านสักนิด จะได้รู้ ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ดิกชินนารี ก็เปิดแปลได้ค่ะ ทำบ่อยๆอีกหน่อยเดี๋ยวก็รู้เอง คำศัพท์มันจะซ้ำๆกัน แล้วจะรู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ถ้าแปลไม่ได้จริงๆ ไม่เข้าใจก็ถามคนที่รู้ คนที่เก่งคอมพิวเตอร์แล้วเรียนรู้การใช้งานได้ไว ส่วนใหญ่ที่ฉันเจอรักการอ่านทั้งนั้นเลยนะค่ะ อ่านสักหน่อยรับรองใครไม่รู้เรื่องคอม เก่งเลย
3.2 อารมณ์ ประเภทเปิดไม่ทันใจ หรือค้าง ก็เคาะคีย์บอร์ดแรงๆ กระแทกเมาท์แรงๆ ดับเบิ้ลคลิกซอยๆ ถ้าทำแล้วมันแก้ไขได้ทำต่อเลยจ๊ะ อันนี้ประชดนะค่ะ เรื่องนี้ก็ควบคุมกันหน่อย คอมพิวเตอร์มีปัญหาต้องใช้สติปัญญาแก้ไขว่าเป็นเพราะอะไรแล้วแก้ไขให้ถูกที่ ไม่ได้ใช้อารมณ์แก้ไข มาตบๆกระแทกๆ สงสารคอมพิวเตอร์มันนะค่ะ
3.3 มั่ว เจอบ่อยค่ะประเภท ไม่รู้ แล้วมั่ว ไหนจะมั่วก็มั่วแบบมีหลักการหน่อย ที่จริงไม่รู้ก็ถาม อย่าทำมั่ว โดยเฉพาะเรื่องการต่ออุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ หรือ ต่ออุปกรณ์เสริมต่อพ่วงต่างๆ ก่อนใช้งาน ดูคู่มือสักนิด ก่อนใช้งานสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเจอรูเป็นเสียบอย่างนี้ไม่เอานะค่ะ เผื่อผิดเดี๋ยวอุปกรณ์พังกันเป็นแถบๆ ช่องเสียบใส่ไม่เข้าเล่นจับอัดเข้าไปแบบนี้เป็นต้น อุปกรณ์พังหมดค่ะ ศึกษาคู่มือสักนิดก่อนใช้งานนะค่ะ

รูปภาพของ kpp3199

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์  เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และปัญหาทั่วไปในการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยมีรายละเอียดังต่อไปนี้สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญก็คือลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ฝุ่นละออง น้ำ กระแสไฟฟ้า หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมองข้ามไปแต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก ดังนี้การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์- การเปิด ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ
                เมื่อมีการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปในตัวเครื่องทันที ทำให้เกิดการกระชากของ
กระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งหากการกระชากไฟนี้เกินกว่าที่ชิ้นส่วนบนแผงวงจรจะรับได้ จะทำให้แผงวงจรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นถ้า
ไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ควรเปิด-ปิดเครื่องให้น้อยที่สุด
*    - การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ
            ก่อนการซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้งต้องปิดสวิตซ์เครื่องและดึงปลั๊กไฟออกจากเต้าเสียบเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิด
จากกระแสไฟฟ้า และสิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อไม่ให้ เครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ เสียหาควรปิดเครื่องให้สนิท
อยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้หนูหรือแมลงสาบเข้าไปทำความเสียหายภายในเครื่องในกรณีที่ดึง แผ่นเหล็กปิดสล็อตด้านหลังเครื่องออก
เพื่อใส่การ์ดต่าง ๆ เข้าไปก็ควรเก็บแผ่นเหล็กนั้นเองด้วยเพื่อเวลาที่ไม่ได้ใช้
การ์ดนั้นแล้วจะได้นำแผ่นเหล็กมาปิดกลับคืน
*    - ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนให่ญ่จะมีพัดลมระบายอากาศอยู่หนึ่งตัว ซึ่งจะหมุนตลอดเวลาที่เปิดเครื่องพัดลมตัวนี้จะทำหน้าที่ดูดอากาศออกจากตัวเครื่องเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบจ่ายไฟ จึงควรตรวจบริเวณหลังเครื่องเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่ามีลมเป่าออกมาหรือไม่หากไม่มีก็ควรรีบเปลี่ยนโดยด่วน มิฉะนั้นทำให้อุณหภูมิในเครื่องคอมพิวเตอต์สูงเกินไปและจำมีผลเสียต่อตัวเครื่อง*    - ควรเปิดฝาครอบเครื่องออกมาเป่าฝุ่นที่เกาะอยู่ตามแผงขงจรสัก 2 เดือนครั้ง แต่หากเครื่องคอมพิวเตอร์บริเวณที่มีฝุ่นมาก ๆ
อาจจะต้องเป่าเดือนละครั้ง ถ้าไม่มีเครื่องเป่าลมก็ให้ใช้แปรงทาสี ที่มีขนนุ่ม ๆ มาทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะบนแผงวงจร
ภายในเครื่องซึ่งจะช่วยให้กระระบายความร้อนดีขึ้น
 *    ในกรณีที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์หลายชิ้นกับปลั๊ก 3 ตาเพียงอันเดียวเพื่อต่อทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์สแกนเนอร์โมเด็มและ
ฮาร์ดแวร์ชิ้นอื่น ๆ ควรใช้ปลั๊กรางสำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขายอยู่โดยทั่วไปแทน ซึ่งปลั๊กรางนี้จะช่องเสียบหลายช่อง
และมีเต้าสำหรับใช้กับปลั๊กแบบ 3 ขาได้ และไม่ควรใช้ตลับสายไฟที่เป็นม้วนกลม เนื่องจากมักจะทำจากอุปกรณ์ราคาถูกเมื่อเสียบ
ปลั๊กแล้วไม่แน่น ทำให้ปลั๊กหลวมจนเครื่องดับในระหว่างการใช้งานและอาจเกิดการสปาร์กที่ปลั๊ก ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนระบบ
ไฟฟ้าและถ้าสปาร์กบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนอาจเกิดไฟไหม้ได้
*    ควรนำคีย์บอร์ด คว่ำแล้วเคาะฝุ่นละอองที่ติดตามซอกออกเดือนละครั้งหรือใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดเพื่อให้สามารถกดปุ่น
ได้อย่างไม่มีปัญหา

*    - การดูแลรักษาเมาส์
ควรถอดลูกกลิ้งในเมาส์มาล้างในน้ำอุ่นและขูดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่แกนหมุนภายในเมาส์เนื่องจากหากแกนนี้สกปรกจะทำให
้เมาส์เคลื่อนที่ได้ไม่สม่ำเสมอควรทำความสะอาดประมาณ 1-2 เดือนต่อครั้งหรือบ่อยกว่านั้นถ้ารูสึกว่าเมาส์เคลื่อนที่ไม่ราบเรียบ นอกจากนี้ควรใช้แผ่นรองเมาส์และทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ให้สะอาดอยู่เสมอ

  

รูปภาพของ kpp 3200

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

  1. สภาพภายนอก  แนะนำให้ทำความสะอาดสักนิด อย่างน้อยก็เพื่ออนามัย และสุขภาพของคุณเอง คุณทราบหรือไม่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด มันสกปรกขนาดไหน (ลองคิดเล่นๆ ดูว่า วันๆ คุณหยิบจับอาหาร และใช้งานแป้นพิมพ์ หรือไม่ และฝุ่นละอองข้างๆ มีมากน้อยเพียงใด) ควรทำสะอาดบ้าง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  2. สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ  หลวม หรือหักชำรุดหรือไม่ แนะเสียบปลั๊กแล้ว ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ แนะนำให้รีบแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ ให้รีบซื้อเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ มีบ่อยกับคอมพิวเตอร์อย่างมาก วันดี คืนดี อาจเปิดไม่ติดเลย

  3. พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์  หลังจากเปิด Windows เข้ามาแล้ว ลองเช็คพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ เสียก่อนว่า เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพื่มพื้นที่ว่างได้แล้ว โดยเฉพาะกับ Drive C: (ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรม) แนะนำให้สำรองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ?ทีอยู่ใน My Documents ออกไปบ้าง หรืออาจสำรองลง Drive อื่นๆ (ถ้ามี)

  4. ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์  นอกเหนือเรื่องพื้นที่ว่างแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ วิธีการไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องคอมฯ มาตรวจสอบ เพียงแค่ใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบ ประเภท Disk Defragment ก็สามารถเช็คได้แล้วว่า ฮาร์ดดิสก์ของเรามี "Bad Sector" หรือไม่ (Bad Sector เป็นจุดเสียของฮาร์ดดิสก์) ถ้ามี แนะนำให้รีบสำรองข้อมูล และเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ไปเลยจะปลอดภัยกว่า

  5. ตรวจสอบไวรัสบ้าง  ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบไวรัสอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และที่สำคัญก็ควรอัปเดทโปรแกรมแบบออนไลน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยเช่นกัน

 

   

 

   เราควรทำอะไรบ้างกับคอมพิวเตอร์ของเรา

มีคนอีกจำนวนมากๆ ที่ไม่เคยดูแล รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น หรือไม่ทราบว่าจะดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราให้อยู่กับเรานานๆ ได้อย่างไร อันนี้ไม่ได้โทษใคร แต่เราอยากจะแนะนำวิธีการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แบบพื้นฐาน อย่างน้อย จะได้ทราบว่า คอมพิวเตอร์ของเราอยู่ในสภาพแบบไหน พร้อมใช้งานหรือไม่เริ่มต้นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์1.     สภาพภายนอก แนะนำให้ทำความสะอาดสักนิด อย่างน้อยก็เพื่ออนามัย และสุขภาพของคุณเอง คุณทราบหรือไม่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด มันสกปรกขนาดไหน (ลองคิดเล่นๆ ดูว่า วันๆ คุณหยิบจับอาหาร และใช้งานแป้นพิมพ์ หรือไม่ และฝุ่นละอองข้างๆ มีมากน้อยเพียงใด) ควรทำสะอาดบ้าง อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 2.     สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ หลวม หรือหักชำรุดหรือไม่ แนะเสียบปลั๊กแล้ว ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ แนะนำให้รีบแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ ให้รีบซื้อเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ไฟติดๆ ดับๆ บ่อยๆ มีบ่อยกับคอมพิวเตอร์อย่างมาก วันดี คืนดี อาจเปิดไม่ติดเลย 3.     พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ หลังจากเปิด Windows เข้ามาแล้ว ลองเช็คพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ เสียก่อนว่า เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อยกว่า 500 MB ก็ควรพิจารณาเพื่มพื้นที่ว่างได้แล้ว โดยเฉพาะกับ Drive C: (ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรม) แนะนำให้สำรองข้อมูล โดยเฉพาะไฟล์ต่างๆ?ทีอยู่ใน My Documents ออกไปบ้าง หรืออาจสำรองลง Drive อื่นๆ (ถ้ามี) 4.     ตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ นอกเหนือเรื่องพื้นที่ว่างแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่ามีจุดไหนเสียหรือไม่ วิธีการไม่จำเป็นต้องแกะเครื่องคอมฯ มาตรวจสอบ เพียงแค่ใช้โปรแกรมช่วยตรวจสอบ ประเภท Disk Defragment ก็สามารถเช็คได้แล้วว่า ฮาร์ดดิสก์ของเรามี "Bad Sector" หรือไม่ (Bad Sector เป็นจุดเสียของฮาร์ดดิสก์) ถ้ามี แนะนำให้รีบสำรองข้อมูล และเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ไปเลยจะปลอดภัยกว่า 5.     ตรวจสอบไวรัสบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรม Antivirus แล้วก็ตาม เราก็ยังคงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบไวรัสอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และที่สำคัญก็ควรอัปเดทโปรแกรมแบบออนไลน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วยเช่นกัน

รูปภาพของ kpp_03180

 

 

การดูแลรักษาเบื้องต้น

คอมพิวเตอร์ เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ ดูแลและบำรุงรักษา อย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์ การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์
           1. ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้
               15-20 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
           2. ห้ามใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ในกรณีต้องการทำความสะอาดภายนอก ควรใช้น้ำยาสำหรับ
               ทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและทำความสะอาดตาม ที่แนะนำไว้ในคู่มือเท่านั้น
           3. ห้ามเปิดเครื่องเพื่อทำความสะอาดภายในคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หรือดูดฝุ้นด้วยเครื่องดูดฝุ่นเพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง
               เกิดความเสียหายได้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
           4. ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องใช้สเปรย์ทำความสะอาด ควรปล่อยให้เป็น
               หน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์
           5. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
           6. ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
             (อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.microsme.com/general-computer-maintenance)


 


ที่มาของรูปภาพ:http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech04/33/picture/1587.jpg

รูปภาพของ kpp3220

การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

การบำรุงรักษาตัวเครื่องทั่วๆไปเครื่องจ่ายไฟสำรอง (UPS) ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรติดตั้งร่วมกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยเพราะ UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ควรติดตั้งในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือถ้ามีไม่มีเครืองปรับอากาศควรเลือกห้องที่ปลอดฝุ่นมากที่สุด และการติดตั้งตัวเครื่องควรจากผนังพอสมควรเพื่อการระบายความร้อนที่ดี การต่อสาย Cable ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น Printer Modem Fax หรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อ power off เท่านั้น อย่าปิด - เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้ อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่ ถ้าต้องการเปิดต้อง power off และถอดปลั๊กไฟก่อน ควรศึกษาจากคู่มือก่อนหรือการอบรมการใช้งาน Software ก่อนการใช้งาน ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับพลาสติกเมื่อใช้นานๆ จะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือมาติดทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำความสะอาดยาก จึงควรทำความสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย 1-2 เดือนต่อครั้ง โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดที่ตัวเครื่อง หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผงต่างๆ

 

การดูแลรักษาเบื้องต้น                 คอมพิวเตอร์ เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบำรุงรักษา อย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์               การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์            1. ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้  15-20 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด           2. ห้ามใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ในกรณีต้องการทำความสะอาดภายนอก ควรใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและทำความสะอาดตาม ที่แนะนำไว้ในคู่มือเท่านั้น           3. ห้ามเปิดเครื่องเพื่อทำความสะอาดภายในคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หรือดูดฝุ้นด้วยเครื่องดูดฝุ่นเพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง เกิดความเสียหายได้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์           4. ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องใช้สเปรย์ทำความสะอาด ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์           5. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์           6. ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์  การทำความสะอาด               คอมพิวเตอร์ของคุณเป็นที่สะสมฝุ่นละออง  และสิ่งสกปรกเอาไว้มากมาย ต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนๆกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เป็นประจำเช่นเดียวกัน  คุณจำเป็นต้องทำความสะอาดคีย์บอร์ด เมาส์ และหน้าจอ  แน่นอนที่คุณอาจจะไม่ได้ใส่ใจที่จะทำความสะอาดภายในสักเท่าไร ฝุ่นละอองที่ก่อตัวขึ้นในเคสอาจทำให้เกิดความร้อนและทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ เสียหายได้   ข้อปฏิบัติในการทำความสะอาดแบบง่ายๆนี้ จะช่วยรักษาความสะอาดเครื่องได้ทั้งภายในและภายนอก               ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดคีย์บอร์ดอาทิตย์ละครั้ง         สำหรับบนโต๊ะทำงานคนส่วนใหญ่จะทำความสะอาดก็เฉพาะโต๊ะกับคีย์บอร์ดเท่านั้น เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรคให้หมดไปจากเครื่องไว้ในลักษณะคว่ำและเขย่าเบาๆเพื่อให้เศษผงเล็กๆ หล่นออกให้หมด  จากนั้นใช้กระบอกลมเป่าให้ฝุ่นออกมาแต่ละช่องของคีย์บอร์ดขั้นตอนนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคีย์บอร์ดและช่วยรักษาสภาพให้ดูใหม่ อยู่เสมอ และอย่าลืมเป่าฝุ่นที่ตัวเมาส์ด้วย                ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดพัดลมเดือนละครั้ง         ตัวเคสของคอมพิวเตอร์  มักมีฝุ่นที่ขึ้นตามพัดลมทั้งพัดลมที่อยู่ที่เคส, power supply, CPU, GPU ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ เครื่องทำงานช้าลงได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นควรทำความ สะอาดพัดลมในตัวพีซีเดือนละครั้ง  โดยการถอดเคสออกและปัดฝุ่นที่พบอยู่ บนช่องระบายอากาศ  และใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดใบพัด  ฝุ่นละอองเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นคราบฝังลึก ที่ตัวพัดลมและเคสเท่านั้น  แต่อาจทำให้พัดลมเกิดความเสียหายได้อีกด้วย               ขั้นตอนที่ 3: เปิดให้อากาศถ่ายเทสะดวกปีละครั้ง          ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือออฟฟิตที่สะอาดที่สุด  ก็ยังคงมีฝุ่นอยู่ตามพีซีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ยิ่งพวกสายเคเบิลและสายไฟที่อยู่ในตัวเคสแล้วยิ่งเป็นที่สะสมฝุ่นละอองได้ เป็นอย่างดี  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดเคสเพื่อทำความสะอาดให้มีอากาศถ่ายเทบ้างถอดสายเคเบิลต่างๆออกจากตัวเคสแล้วนำเคสออกมา ต้องแน่ใจว่าได้ปิดเครื่องและถอดปลั๊กออกแล้ว  จากนั้นใช้อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ   เช่น ผ้า หรือที่ปัดฝุ่น ปัดฝุ่นออก  หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นอันขาด   เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ซึ่งเป็นอันตรายมาก                ขั้นตอนที่ 4: จับด้วยความระมัดระวัง           High-end PCs มีการเดินสายและเชื่อมต่อสายเคเบิลอย่างเป็นระเบียบ ให้ทำการยกสายให้อยู่พ้นจากพื้นเพื่อที่จะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย โดยการมัดสายเคเบิลรวมกันด้วยความระมัดระวัง  และมองหาพื้นที่ที่จะวาง (ส่วนใหญ่วางไว้ด้านหน้าเคส) จากนั้นย้ายสายเคเบิลต่างๆ ออกให้พ้นจากพื้นที่ที่จะทำความสะอาด  และให้มั่นใจว่าจะไม่ขวางทางพัดลม CPU และ GPU จากนั้นก็ทำความสะอาดได้

                     ขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสะอาดได้ทั้งภายในและภายนอกแล้ว และยังช่วยให้ ยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนานแถมยังทำให้เครื่องดูใหม่อยู่ เสมอด้วย

      

       

รูปภาพของ kpp3240

  

วิธีการรักษาคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่ว ๆ ไป ถ้าคุณใช้อย่างเดียวไม่ดูแลรักษา อายุของการใช้ก็จะสั้นลงส่วนคอมพิวเตอร์ก็จะทำให้เครื่องช้า ไม่เร็วเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ หรือเต็มไปด้วยแต่ขยะทั้งฮาร์ดดิสก์ เรามาดูแลรักษากันดีกว่า เพื่อให้เครื่องใช้ได้นาน ๆ หรือทำให้เครื่องของคุณเร็วขึ้น

การดูแลรักษา เมาส์

 

การดูแลรักษาเคส

  การดูแลรักษา case นั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง  ปัญหาก็คือการเกิดไฟรั่วตาม case ที่เป็นรอยต่างๆ เมื่อไปโดนจะรู้สึกจิ๊ดๆ แต่ไม่เป็นอันตรายมากนักเพราะ กระแสไฟฟ้าหลังจากที่ ผ่าน power supply มาแล้วจะเหลือไฟประมาณ 8 v. ครับจะไม่เป็นอันตราย แต่กันไว้ดีกว่าแก้ครับ คือหาสติกเกอร์ มาแปะไว้บริเวณรอย
หลังจากใช้เครื่องเสร็จควรใช้ผ้าคลุม Case คลุมเอาไว้ ( อันนี้ตอนมีเครื่องใหม่ๆทำทุกวันครับ แต่ตอนนี้) เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าไปในเครื่อง
หากจะทำความสะอาดให้ถอดปลักออกก่อน และให้นำผ้าแห้ง( พรม water นิดๆก็ได้ครับ) มาเช็ดปริเวณที่ต้องการ !!! ห้ามใช้ ทินเนอร์เด็ดขาด!!!

การดูแลรักษาจอ LCD

   สำหรับผู้ใช้มอนิเตอร์จอแบนที่เป็น LCD (หรือโน้ตบุ๊ก) พอนานๆ ไปคุณจะพบว่า หน้าจอมีจุดด่าง หรือรอยขีดข่วนเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ชัดเจน ขอแนะนำวิธีง่ายๆในการดูแลหน้าจอให้สะอาดใหม่ใสปิ๊งอยู่เสมอด้วยตัวคุณเอง
      ก่อนจะทำความสะอาดขั้นแรกให้คุณปิดการทำงานของจอ LCD ก่อน เพื่อว่าคุณจะได้สามารถมองเห็นรอยเปื้อน หรือร่องรอยของจุดด่างต่างๆ ได้อย่างชัดเจน จากนั้นหาผ้าฝ้ายที่ “อ่อนนุ่ม” แช่น้ำอุ่น แล้วบิดให้แห้งพอสมควร เช็ดเบาๆ บนหน้าจอจากบนลงล่าง หรือจากซ้ายไปขวา (ตามแต่ความถนัดของคุณ) แต่อย่าใช้วิธีเช็ดเป็นวงกลมโดยเด็ดขาด!!! 
       หากปฎิบัติตามด้วยวิธีข้างต้นแล้ว ไม่สามารถทำให้หน้าจอดูสะอาดขึ้นมาได้ ให้คุณลองใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำสะอาดแทน อย่างไรก็ตาม หลักการทำความสะอาดหน้าจอ LCD ก็คือ ผ้าฝ้ายที่ใช้เช็ดจะต้องล้างให้สะอาดก่อนลงมือเช็ดทุกครั้ง และไม่ควรใช้การพ่นน้ำ (หรือ น้ำ + น้ำส้มสายชู) เข้าไปที่หน้าจอโดยตรง แล้วตามด้วยผ้าแห้งเช็ดถูเข้าไปอีกที ซึ่งด้วยวิธีนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้หน้าจอของคุณสะอาดขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้หน้าจอมีปัญหาการแสดงผลในอนาคตได้อีกด้วย 
          หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาเช็ดกระจก หรือชุดทำความสะอาดที่ส่วนผสมของแอมโมเนีย เนื่องจากมันจะทำให้พื้นผิวหน้าจอ LCD กลายเป็นสีเหลือง (สังเกตได้จากสีขาวที่เห็นในหน้าจอจะเห็นเป็นสีเหลืองอ่อนๆ) หวังว่า คำแนะนำง่ายๆ ต่อไปนี้ คงจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้จอ LCD ทุกท่าน 

วิธีการดูแลรักษาคีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดนั้นก็เป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคไม่แพ้เมาส์เช่นกัน  เพราะว่าเราจับอะไรแล้วไม่ล้างมือก็มาพิมพ์มันล่ะก็เลยหรือเรารับประทานขนม  ก็ตกลงไปในร่องคีย์ทำให้หมดขึ้นไปอีก  มดก็ขึ้นทำให้เป็นแหล่งสะสมต่างๆ 
วิธีทำความสะอาดก็สามารถที่จะทำได้โดยนำคีย์บอร์ดนั้นคว่ำลง  แล้วเคาะด้านหลังเพื่อที่จะให้เศษฝุ่นนั้นออกมา  ถ้าจะให้ดีสมควรที่จะหาเครื่องเป่าลมนั่นมาเป่าออก  หรืออาจจะเป็นสเปรย์ลมที่เป็นกระป๋อง  แล้วก็ฉีดตามซอกตามคีย์บอร์ดแล้วควรเลือกสเปรย์กระป๋องที่สามารถใช้ได้กลับทองแดงได้
ถ้าเกิดว่าไม่สามารถที่จะนำเศษออกมาหมดได้  ก็สามารถที่จะแกะปุ่มทีละปุ่มแล้วก็นำมาทำความสะอาดด้วยการนำสำลีชุบแอลกฮอล์มาเช็ดของแต่ละปุ่ม  แต่ก็ต้องวางตำแหน่งให้ถูกด้วยนะครับ  เวลาใส่กลับคืนจะได้พิมพ์ถูก  ส่วนคนที่ใช้โน้ตบุ๊กนั้นก็เกะมาไม่ได้ก็ค่อยๆ  ที่จะเช็ดตามซอกอย่าระมัดระวัง  ไม่ควรที่จะชุบน้ำมาเช็ดหรือถ้าใครที่จะหลีกเลี่ยงจากสิ่งสกปรกต่างก็สามารถที่จะหาซิลิโคนมาใส่เอาไปได้ครับ  ไม่เช่นนั้นแล้วเราอาจตั้งเปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่ต้องเสียตังค์ไป

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 44 คน กำลังออนไลน์