ดนตรีเป็นศาสตร์และศิลป์

รูปภาพของ rbsprasong21

ซอสามสาย


ซอสามสายของไทยมีชื่อและลักษณะพ้องกับซามิเส็น (Samisen) ของญี่ปุ่น และสานเสี่ยน (San Hsien) ของจีนซึ่งมีสายสามสายเหมือนกันแต่ทั้งสานเสี่ยนของจีนและซามิเส็นของญี่ปุ่นเป็นประเภทเครื่องดีดไม่มีนม (fret) และกะโหลกซอทำเป็นรูป ๔ เหลี่ยมแบน สานเสี่ยนของจีนย่อมุมมนใช้หนังงูขึงส่วนซอสามสายของเราเป็นดนตรีประเภทเครื่องสีตัวกะโหลกซอทำด้วยกะลามะพร้าวชนิดที่มีกะลานูนเป็นกระพุ้งออกมา ๓ ปุ่ม คล้ายวงแหวน ๓ อันวางอยู่ในรูป ๓ เหลี่ยมจึงเป็น ๓ เส้า ผ่ากะลาให้เหลือปุ่ม ๓ เส้านั้นไว้ใช้เป็นกะโหลกซอขึงหนังแพะหรือหนังลูกวัวปิดปากกะลา ขนาดของซอเล็กใหญ่สุดแต่กะลาที่จะหาได้ที่กองการสังคีตกรมศิลปากรมีขนาดใหญ่อยู่คันหนึ่งหน้าซอยาวประมาณ ๒๔ ซม. และกว้างประมาณ ๑๙.๕ ซม. มีคันซอหรือทวนทำด้วยไม้แก่นหรือบางอันก็ประกอบงายาวประมาณ ๑.๒๑ เมตร สอดเข้าไปในกะโหลกซอเหลือเป็นทวนตอนบนราว ๗๑.๕ ซม. และลอดลงมาเป็นทวนตอนล่าง ๒๕.๕ ซม. ทวนบนและทวนล่างเจาะเป็นโพรงร้อยสายเอ็นเข้าไปข้างในทวนล่าง ๓ สาย ขึ้นสายผ่านหน้ากะโหลกซอที่ขึ้นหนังไว้ขึ้นไปเกือบปลายทวนบนแล้วร้อยเอ็นสายทั้ง ๓ เข้าไปข้างในมีลูกบิดผูกสายสอดเข้าไปในทวนตอนบน ๓ อัน อยู่ทางซ้ายมือของผู้บรรเลง ๒ อัน และอยู่ทางขวามือ ๑ อัน อันหนึ่งยาวประมาณ ๑๔-๑๕ ซม. สำหรับบิดขึ้นสายให้ตึงหรือหย่อนตามต้องการเวลาจะใช้บรรเลงนอกจากขึ้นสายให้ได้ที่แล้วจะต้องมีเครื่องประกอบอีก ๒ อย่าง คือ (๑) ต้องมี"หย่อง"ทำด้วยไม้สำหรับหนุนสายตรงหน้าที่ซอที่ขึ้นหนังให้สายตุงออกมา และ (๒) ต้องมี"ถ่วงหน้า" ติดตรงหน้าซอตอนบนด้านซ้าย ถ่วงหน้านี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากต้องเป็นของมีน้ำหนักได้ส่วนกับขนาดและความหนาของหนังจึงจะทำให้ซอเวลาสีเกิดเสียงไพเราะ แต่ก่อนทำอวดประกวดประขันกันจนถึงทำด้วยทองคำฝังเพชรก็มี แต่โดยปกติทำด้วยเงินลงยาคันชักหรือคันสีทำเป็นรูปโค้งโคนตรงมือถืองอนยาวประมาณ ๘๖ ซม. สายคนสีใช้ขนหางม้าขึ้นสายประมาณ ๒๐๐-๒๕๐ เส้นเช่นเดียวกับคันสีซอฝรั่ง มีไวโอลิน เป็นต้น ซอสามสาย แต่เดิมคงจะเรียกแต่ว่า "ซอ" เฉย ๆ และไทยเราคงจะนิยมใช้กันอย่างน้อยก็ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เช่นมีกล่าวถึง "สีซอ" ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงของพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงสุโขทัย ต่อมาก็มีกล่าวถึงในกฎมนเทียรบาลซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยากแต่นิยมกันว่าไพเราะและสอดประสานเข้ากับเสียงขับร้องของนักร้องไทยได้สนิทสนมเป็นอันดี หาเสียงของเครื่องดนตรีอื่นเทียบเคียงได้ยากคงจะนิยมเล่นคลอขับร้องผสมวงคู่กับกระจับปี่ในวงมโหรีและวงเครื่องสายมาแต่โบราณ ดังจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรม และรูปแกะสลักสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยแรกตั้งกรุง รัตนโกสินทร์ ซอสามสายนี้ปรากฏว่า เป็นเครื่องดนตรีที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงโปรดปรานมากและเนื่องจากกะโหลกซอต้องใช้กะลามะพร้าวเป็นปุ่มสามเส้าซึ่งมีรูปลักษณะพิเศษดังกล่าวแล้ว กะลาชนิดนั้นจึงเป็นของหายากเพราะมิได้มีอยู่ทั่วไปทุกสวนมะพร้าว เล่ากันว่าในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้นถ้าทรงทราบว่าสวนของผู้ใดมีกะลามะพร้าวชนิดที่ใช้ทำกะโหลกซอสามสายได้ก็ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน "ตราภูมิคุ้มห้าม" แก่เจ้าของสวนนั้นมิให้ต้องเสียภาษีอากรทั้งพระองค์เองก็ทรงชำนิชำนาญในการเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นอย่างเยี่ยม ถึงกับสร้างซอสามสายขึ้นไว้เป็นคู่พระหัตถ์และมีอยู่คันหนึ่งโปรดพระราชทานนามว่า "ซอสายฟ้าฟาด" เล่ากันมาว่าในเวลาว่างพระราชกิจตอนกลางคืนพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมักจะโปรดทรงซอสามสาย ถ้าไม่ร่วมวงก็มักจะทรงเดี่ยวด้วยพระองค์เองจนถึงกับมีเรื่องเล่ากันมาว่าคืนวันหนึ่งภายหลังที่ทรงสีซอสามสายอยู่จนดึกแล้วก็เสด็จเข้าที่พระบรรทมและทรงพระสุบินว่าพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งปรากฏในพระสุบินนิมิตนั้นว่า เป็นรมณียสถานสวยงามไม่มีแห่งใดในโลกนี้เสมอเหมือนขณะนั้นก็ได้ทอดพระเนตรเห็นดวงจันทร์ลอยเข้ามาใกล้พระองค์และสาดแสงสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นก็พลันได้ทรงสดับเสียงดนตรีทิพย์อันไพเราะเสนาะพระกรรณเป็นที่ยิ่ง พระองค์จึงเสด็จประทับทอดพระเนตรทิวทัศน์อันงดงามและทรงสดับเสียงดนตรีอันไพเราะอยู่ด้วยความเพลิดเพลินเจริญพระราชหฤทัย ครั้นแล้วดวงจันทร์ก็ค่อย ๆ เลื่อนลอยถอยห่างออกไปในท้องฟ้าทั้งสำเนียงดนตรีทิพย์นั้นก็ค่อย ๆ ห่างจนหมดเสียงหายไปพลันก็เสด็จตื่นพระบรรทมแม้เสด็จตื่นแล้วเสียงดนตรีในพระสุบินนั้นยังคงกังวานอยู่ในพระโสตจึงโปรดให้ตามหาเจ้าพนักงานดนตรีเข้ามาต่อเพลงดนตรีนั้นไว้แล้วพระราชทานชื่อว่า "เพลงบุหลันลอยเลื่อน" หรือ "บุหลันเลื่อนลอยฟ้า" หรือบางทีก็เรียกว่า "เพลงสรรเสริญพระจันทร์" ซึ่งนักดนตรีจำสืบกันต่อมาจนบัดนี้แต่ที่รู้จักกันดีนั้นในชื่อว่า "เพลงทรงพระสุบิน" เคยใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีมาในสมัยหนึ่งเข้าใจว่าต่อมาเมื่อมีผู้แต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นทำนองอย่างอื่น หรือเป็นทำนองอย่างเพลงฝรั่งขึ้นจึงเลยเรียกเพลงพระสุบินที่ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้นว่า "เพลงสรรเสริญพระบารมีไทย" ทำนองของเพลงทรงพระสุบินนี้เคยใช้เป็นทำนองร้องในบทละคอนเรื่องอิเหนาประกอบบทร้องว่า


                           "กิดาหยันหมอบกรานอยู่งานพัด                พระบรรทมโสมนัสอยู่ในที่
                           บุหลันเลื่อนลอยฟ้าไม่ราคี                        รัศมีส่องสว่างดังกลางวัน
                           พระนิ่งนึกตรึกไตรไปมา                          ที่จะแต่งคูหาสตาหมัน
                           ป่านนี้พระองค์ทรงธรรม์                          จะนับวันเคร่าคอยทุกเวลา"

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งกองเสือป่าขึ้นในรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิตได้ทรงนำเอาเพลงทรงพระสุบินนั้นมาดัดแปลงใช้บรรเลงเป็นเพลงสรรเสริญเสือป่า ต่อมาได้มีผู้สร้างซอสามสายขึ้นอีกขนาดหนึ่งเป็นขนาดเล็กกว่าที่กล่าวแล้วทั้งตัวซอและคันทวนยาวประมาณ ๑ เมตร หน้าซอที่ขึ้นหนังยาวประมาณ ๑๗ ซม. กว้างราว ๑๔.๕ ซม. คือทวนบนยาวประมาณ ๕๗.๕ ซม. และทวนล่างยาวประมาณ ๒๕ ซม. ลูกบิดยาวประมาณ ๑๓-๑๔ ซม. คันชักยาวประมาณ ๖๖ ซม. ซอสามสายขนาดนี้เรียกกันว่า "ซอหลีบ" เข้าใจว่าแต่เดิมคงจะสร้างขึ้นสำหรับนักดนตรีหญิงเพื่อให้เล่นได้สะดวกไม่หนักแรง

ขอขอบคุณ
ภาพและข้อมูลต่างๆเพื่อการศึกษาจาก
http://www.culture.go.th  http://www.oknation.net  http://surasak.ac.th

สร้างโดย: 
ครูประสงค์

ด.ญ.กมลทิพย์   อาลัย  ชั้น ม.1/2  เลขที่ 18  ส่งงานแล้วMind  Mappingแล้วสรุป

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ เลย.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน กำลังออนไลน์