มุ้งน้อย จากป่าใหญ่

ห้ามลบ ขอให้เจ้าของผลงานประกวด แก้ไขข้อมูลได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 เวลา 23.30 น.
หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านเข้ามาแก้ไขข้อมูล ถือว่าโมฆะในการพิจารณาได้รับรางวัล
ซึ่งระบบของ Thaigoodview สามารถตรวจสอบได้ว่า ผลงานแต่ละชิ้น มีการแก้ไขเวลาใดบ้าง

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล


 มุ้งน้อยจากป่าใหญ่

    สวัสดีครับ ผมนายสำนวน นิรัตติมานนท์ ผู้คิดค้นสื่อสิ่งประดิษฐ์ มุ้งน้อยจากป่าใหญ่เพื่อใช้ปลูกผักไร้พิษตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงแบบยั่งยืน เป็นสื่อสิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ สามารถปลูกพืชประเภทผักได้หลายชนิด โดยใช้พื้นที่จำกัด ประหยัดเวลา  ประหยัดน้ำ ประหยัดแรงงาน สามารถเคลื่อนย้าย ได้สะดวก สามารถปลูกพืชผักได้ดีในทุกสภาพพื้นที่แม้กระทั้งบนหลังคาตึก ข้างบ้าน พื้นซีเมนต์ หรือพื้นถนนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และที่สำคัญผักที่ปลูกได้เป็นผักไร้พิษช่วยยืดชีวิตคนให้ยืนยาวได้ อ่านบทกลอนพาเพลินก่อนนะครับ

                                  บทกลอน มุ้งน้อยจากป่าใหญ่
         จะอย่างไรชีวาต้องวายวาต          ถึงพิฆาตโรคภัยไม่สูญสิ้น
ถ้าร่างกายคงอยู่ขาดวิตามิน                  ต้องสูญสิ้นชีวาน่าเสียดาย
         ไม่กินผักปลูกเองปลอดสารพิษ      พรหมลิขิตชีวิตสั้นเป็นมั่นหมาย
หากคงอยู่ชีวิตสู้ไม่สบาย                     โรคท้าทายกล่ำกลืนทุกคืนวัน
          มาปลูกผักกินเองด้วยมุ้งน้อย       สุดเลิศลอยเลียนแบบจากไพรสัณฑ์
สุขภาวะสร้างได้ทุกคืนวัน                     สร้างความฝันให้เป็นจริงกับทุกคน
          ถ้าอยากอยู่ชีวาไม่วายวาต         ผักสะอาดปลูกได้ทุกแห่งหน
บนถิ่นฐานทำกินถิ่นของตน                   เกิดเป็นคนควรกินผักรักษากาย

 

    มุ้งน้อยจากป่าใหญ่ เป็นมุ้งที่ประดิษฐ์เลียนแบบระบบนิเวศน์จากธรรมชาติเพื่อใช้ปลูกผักไร้พิษ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงแบบยั่งยืน โดยใช้แนวคิดที่ว่าเมื่อฝนตกลงมา ป่าไม้จะเก็บรักษาความชื้น รากของต้นไม้จะเก็บกักน้ำ ชะลอการไหลของน้ำแล้วค่อยๆระบายน้ำลงสู่ห้วยหนองคลองบึงทำให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตอยู่ได้บนภูเขาสูงในช่วงฤดูแล้งก็ไม่เหี่ยวเฉา
    จากแนวคิดตรงจุดนี้ ได้พัฒนานำมาออกแบบประดิษฐ์มุ้งน้อยจากป่าใหญ่เพื่อใช้ปลูกผักไร้พิษ โดยใช้ระบบการให้น้ำด้วยหัวสปริงเกอร์แทนฝน ใช้กาบมะพร้าวสับหยาบ แทนรากไม้ในป่า ใช้ผ้ายางสีดำปูรองรับน้ำด้านล่างของมุ้งแทนห้วยหนองคลองบึง จากผลการทดลองพบว่า มุ้งน้อยจากป่าใหญ่สามารถปลูกพืชผักได้ดีทุกชนิดทุกฤดูกาลใช้เวลาน้อย ประหยัดน้ำ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานและประหยัดพลังงาน ตามสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นถั่วไร้ค้าง ผักกาดกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน มะเขือ เป็นต้น แต่มีข้อยกเว้น  ถ้าเป็นพืชผักที่มีลำต้นขนาดใหญ่ เช่น มะละกอ กล้วย ไม่สามารถปลูกในมุ้งได้

   

 

 

    โครงสร้างของมุ้งทำจาก ท่อพีวีซีสีฟ้า หรือสีเทา ขนาด 4 หุน มีข้อต่อ ข้องอ สามทาง สี่ทาง เป็นตัวยึดโครงสร้าง วัสดุที่ใช้ประดิษฐ์มุ้งน้อยจากป่าใหญ่ 1 มุ้งจะประกอบด้วยวัสดุดังนี้

          1.ข้องอ               จำนวน                32  อัน

          2.ข้อต่อสามทาง     จำนวน               16   อัน

          3.ข้อต่อสี่ทาง        จำนวน                 8   อัน

          4. ลวดเส้นใหญ่  ยาว  2  เมตร   จำนวน   4 เส้น

          5.ผ้าวากสีขาวหน้ากว้าง 2 เมตร ยาว 6 เมตร จำนวน 2 ผืน เอามาเย็บร้อยให้เป็นผืนเดียวกัน

          6.ผ้าวากสีฟ้า หน้ากว้าง 2 เมตร ยาว 3.50 เมตร จำนวน 1 ผืน

          7.ผ้ายางสีดำ หน้ากว้าง 2 เมตร ยาว 3.50 เมตร จำนวน 1 ผืน

          8.ท่อพีวีซีขนาด 4 หุน ยาว 1.50 เมตร จำนวน 16 ท่อน

          9.ท่อพีวีซีขนาด 4 หุน ยาว 1 เมตร จำนวน 12 ท่อน

         10.ท่อพีวีซีขนาด 4 หุน ยาว 10 เซนติเมตร จำนวน 16 ท่อน

          11.หัวสปริงเกอร์ชนิดหัวหมุนน้ำฝอย จำนวน 2 หัว

 

       นำมาประดิษฐ์มุ้งน้อยจากป่าใหญ่ได้ 1 หลัง สามารถบรรจุถุงพลาสติกดินผสมสูตรใหม่ขนาดกลางได้จำนวน 5 แถว จำนวน 50ถุงได้พอดีมีทางเดินตรงกลาง และใช้งานในการปลูกพืชผัก เช่น มะเขือ แตงกวา โหระพา ผักกาดกวางตุ้ง พริก ถั่วนั่งค้างหรือถั่วไร้ค้างเป็นต้นรวมทั้งพืชป่ากินได้ ที่ลำต้นไม่สูงใหญ่จนเกินไปเช่น หัวกลัก บอนส้ม ผักกรูด บุกเตียง เป็นต้น สามารถควบคุมความชื้นและดูแลรักษาได้อย่างลงตัวพืชผักที่ปลูกเจริญเติบโตภายในมุ้งได้เป็นอย่างดี ประหยัดเวลาในการปลูก ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา ประหยัดน้ำ และประหยัดพลังงาน

  

       ต้นทุนการประดิษฐ์มุ้งน้อยจากป่าใหญ่

            -ถ้าใช้วัสดุใหม่อย่างดี จะตกหลังละประมาณ 1,000-1,500 บาท

            -ถ้าใช้วัสดุใหม่พอใช้งานได้ จะตกหลังละประมาณ 600-1,000 บาท

            -ถ้าเป็นวัสดุเก่าซื้อจากร้านขายของเก่ายกเว้นผ้าวากสีฟ้ากับสีขาวไม่มีจำหน่ายที่ร้านขายของเก่าจะตกหลังละประมาณ 400-600 บาท

      อย่างหลังนี้แนะนำให้ซื้อมาประดิษฐ์เพราะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก คุณภาพความคงทนแข็งแรงและเวลาในการใช้งานก็พอกับวัสดุใหม่ ต่างกันตรงที่สีสรรไม่สวยงามเท่านั้น

     จากการประดิษฐ์และนำมุ้งน้อยจากใหญ่ไปใช้ทดลองปลูกพืชผักที่บ้าน 3/4 หมู่ที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านราชกรูด หมู่ที่ 3 และที่ชุมชน ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง จำนวนทั้งหมด 22 หลังเป็นเวลาจำนวน 3 ปีแล้วได้รับคำยืนยันกลับมาว่ามุ้งน้อยจากป่าใหญ่ยังสามารถปลูกพืชผักไร้พิษได้เป็นอย่างดี ตัวโครงสร้างของมุ้งยังมีความคงทนถาวรและความแข็งแรงเหมือนเดิมโดยไม่ต้องซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนส่วนไหนแต่อย่างใด

   

 

      มุ้งน้อยจากป่าใหญ่ สามารถถอดเก็บ เมื่อไม่ต้องการใช้งานและนำมาประกอบใหม่ได้เมื่อต้องการใช้งาน วัสดุที่นำมาประดิษฐ์ก็ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ผลผลิตพืชผักที่ปลูกได้จะไม่มีสารที่เป็นพิษต่อร่างกายเพราะไม่ต้องใช้สารเคมี ในการกำจัดโรคและแมลง จึงเรียกพืชผักที่ปลูกโดยใช้มุ้งน้อยจากป่าใหญ่  ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพและดินผสมสูตรใหม่ว่า "ผักไร้พิษ" ซึ่งก็หมายถึง ผักที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษในการกำจัดโรคและแมลงนั่นเอง(ยกเว้นสารพิษที่พืชผักแต่ละชนิดสร้างขึ้นมาต่อต้านการทำลายของโรคและแมลงตามธรรมชาติ)

          http://www.youtube.com/watch?v=MPbOyKG9G0k (คลิกดูการประดิษฐ์มุ้งน้อยจากป่าใหญ่ได้ที่นี่)

       การนำมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ไปใช้ปลูกผักไร้พิษ ต้องใช้ควบคู่กับ ดินผสมสูตรใหม่ และปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษในการกำจัดโรคและแมลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมีวิธีการดังนี้

       1.การทำดินผสมสูตรใหม่ ใช้ส่วนผสมดังนี้

            1.1  หน้าดินทั่วไป                1   ส่วน

            1.2  กาบมะพร้าวสับหยาบ      1    ส่วน

            1.3  ปุ๋ยหมักชีวภาพ              1    ส่วน

            1.4  มูลสัตว์                       1    ส่วน

           วิธีการทำ   นำส่วนผสมทั้ง 4 ชนิด มากองรวมกันคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วบรรจุลงภาชนะที่ต้องการเช่น ถุงพลาสติกสีดำที่ใช้เพาะชำต้นไม้ หรือกระถางดินเผา หรือกระถางพลาสติกสีดำ เป็นต้น ก็สามารถนำไปใช้ปลูกผักไร้พิษด้วยมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ พืชผักที่ปลูกจะเจริญเติบโตรวดเร็วมาก สามารถย่นระยะเวลาในการปลูกได้ผลเป็นอย่างดี

            http://www.youtube.com/watch?v=VwDxtmnrYaw   (คลิกดูการทำดินผสมสูตรใหม่ได้ที่นี่)

       2.การทำปุ๋ยชีวภาพ ประกอบด้วย

           2.1 ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งทำมาจาก เศษอาหารจากครัวเรือน เช่น เศษผัก เศษผลไม้ เศษอาหารต่างๆโดยมีวิธีการทำดังนี้

                       -เศษอาหารจากครัวเรือน             จำนวน   3   กิโลกรัม

                       -กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทราย        จำนวน   1   กิโลกรัม

                       -หัวเชื้อจุลินทรีย์                       จำนวน   2   ฝา

                       -น้ำสะอาด                               จำนวน   5  กิโลกรัม

                        วิธีการทำ   นำเศษอาหารมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆชั่งน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม  ผสมด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ 2 ฝา บรจุใส่กระสอบขนาดเล็กแล้วนำใส่ถังพลาสติก มีฝาปิด ใส่น้ำสะอาด 5 ลิตร หมักทิ้งไว้ ประมาณ 15 วัน ก็สามารถตักน้ำปุ๋ยหมักออกมาใช้รดพืชผักที่ปลูกได้แต่ก่อนที่จะนำน้ำปุ๋ยหมักซีวภาพไปใช้รดพืชผักที่ปลูกต้องผสมน้ำสะอาดอีกครั้งในอัตราส่วน 1: 10 ส่วนในถังหมักก็เติมเศษอาหาร เติม น้ำ ลงไปในภาชนะถังหมักได้เรื่อยๆไม่กำจัดจำนวน และทยอยตักปุ๋ยน้ำหมักออกมาใช้อย่างต่อเนื่องตามขั้นตอนการใช้ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

      http://www.youtube.com/watch?v=ovld3zmCNIc&feature=channel_page (คลิกดูการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพได้ที่นี่)

            2.2.ปุ๋ยหมักชีวภาพ  ซึ่งทำมาจาก ขยะที่ย่อยสลายได้ เศษวัสพืชจากไร่นาสวน มูลสัตว์ และปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ

                       วิธีการทำ  นำขยะที่ย่อยสลายได้ เศษวัสพืชจากไร่นาสวนมาวางกองแล้วโรยด้วยมูลสัตว์ทำเป็นชั้นๆประมาณ 3-4 ชั้น ราดด้วยปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ทิ้งไว้ประมาณ  2-3 เดือน ก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ที่ไม่มีสารพิษเจือปน สามารถนำไปใส่พืชผักที่ปลูก ผลผลิตพืชผักที่ได้ก็จะเป็นผักไร้พิษ เมื่อรับประทานร่างการก็จะไม่เกิดโรคภัย ชีวิตก็จะยืนยาว และประหยัดตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

                 http://www.youtube.com/watch?v=5V8elD77G3E (คลิกดูการทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ที่นี่)

        3.ขั้นตอนการปลูก

               3.1.นำดินผสมสูตรใหม่ บรรจุลงภาชนะปลูก แล้วนำไปวางเรียนในมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ ให้เป็นแถว  วางเรียงแบบประชิด ให้มีทางเดินตรงกลาง พอที่จะเข้าไปปฏิบัติงานได้สะดวก

               3.2.ปิดประตูมุ้งโดยใช้ไม้หนีบทิ้งตากแดดไว้ 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อที่ติดไปกับดินผสม

               3.3.หลังตากแดดฆ่าเชื้อ 7 วัน ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์พอชุ่มแล้วลงมือหยอดเมล็ดผักที่ต้องการ

         4.การดูแลรักษา

               4.1.ในระหว่างที่หยอดเมล็ดพันธุ์ผักไปแล้วปิดมุ้งให้สนิท ให้น้ำทุกวันๆละ 2 ครั้ง เช้าเย็น พอประมาณไม่แห้งหรือชื้นแฉะจนเกินไป

               4.2.หลังจากหยอดเมล็ดแล้วถ้าไม่จำเป็นไม่ควรเข้าไปในมุ้งเพราะแมลงอาจจะตามเข้าไปขยายพันธุ์ได้

               4.3.หลังจากที่ผักงอกได้ 7วัน ให้ใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพรด สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะรดช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ อัตราส่วนผสมของปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพที่ใช้รด 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร ไม่ควรใช้มากกว่านี้เพราะจะทำให้พืชผักที่ปลูกเน่าและเสียหายได้

               4.4.ถ้าเห็นวัชพืชงอกในภาชนะปลูกไม่ต้องกำจัด ค่อยกำจัดพร้อมกับการเก็บเกี่ยวผักไปบริโภคหรือจำหน่ายเพราะถ้ากำจัดในช่วงที่พืชผักกำลังเจริญเติบโตอาจทำความเสียหายแก่พืชผักที่ปลูกได้

              http://www.youtube.com/watch?v=n3EXxNQ3eXE (คลิกดูการปลูกผักไร้พิษตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้ที่นี่)

         5.การเก็บเกี่ยวผลผลิต

               5.1.ถ้าเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ผักบางชนิดไม่นิยมใช้วิธีการถอน นิยมใช้วิธีการตัดเช่น ผักบุ้ง คะน้าเป็นต้น เพราะผักพวกนี้สามารถแตกยอดอ่อนให้เรารับประทานได้หลายครั้งและเป็นการประหยัดรายจ่ายและเมล็ดในการปลูกด้วย

               5.2.ถ้าเพื่อการจำหน่าย นิยมใช้วิธีการถอน

               5.3.ในขณะที่เก็บเกี่ยวผลผลิตผักให้กำจัดวัชพืชที่งอกในภาชนะปลูกออกไปด้วยแล้วเติมดินผสมสูตรใหม่ในภาชนะปลูกให้พอดีพร้อมที่จะปลูกผักรุ่นต่อไปได้โดยไม่ต้องพักมุ้งและตากแดด

   ข้อดีข้อเสียของการปลูกผักไร้พิษด้วยมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ ดินผสมสูตรใหม่ และปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพมีดังนี้

        ข้อดี

                 1.ผักที่ได้เป็นผักไร้พิษไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษในการกำจัดโรคและแมลง

                 2.ประหยัดน้ำเวลาและแรงงานในการดูแลรักษา

                 3.ประหยัดเงินลงทุนเพราะลงทุนครั้งเดียวใช้งานได้ยาวนาน

                 4.การเจริญเติบโตของพืชเร็วกว่าการปลูกด้วยวิธีอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าปลูกผักบุ้งจีนด้วยวิธีการอื่นๆจะต้องใช้เวลาประมาณ 21-22 วัน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้แต่ถ้าปลูกด้วยวิธีการดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะใช้เวลาประมาณ 14-15 วันเท่านั้น

                 5.ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

                 6.ปลูกได้ในทุกสถานที่ ใช้พื้นที่จำกัด

                 7.สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน

                 8.ผักที่ปลูกได้มีคุณภาพดี มีน้ำหนัก รสชาติดี

                 9.ผู้ปลูกมีสุขภาพดี มีชีวิตที่ยืนยาว เพราะได้รับประทานผักไร้พิษ

        ข้อเสีย

                 1.การเปิดมุ้งบ่อยๆอาจทำให้แมลงเข้าไปทำลายพืชผักที่ปลูกได้

                 2.การให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้พืชผักที่ปลูกเสียหายได้เพราะมุ้งมีคุณสมบัติพิเศษในการเก็บรักษาความชื้นสูง

                 3.การกำจัดวัชพืชในภาชนะปลูกอาจทำให้ชงักการเจริญเติบโตของพืชผักที่ปลูก

              การบริโภคผักไร้พิษ ช่วยให้สุขภาพดี ยืดชีวีให้ยืนยาวทุกคนน่าจะหันมามองและให้ความสนใจในเรื่องนี้ให้มาก คนเราถ้าสุขภาพดี อะไรๆก็ดีหมดประสิทธิภาพในการทำงานก็สูงขึ้น ประหยัดรายจ่ายทุกช่องทางสร้างชีวิตให้สบายอยู่ได้ในสังคมด้วยความสงบสุข การปลูกผักไร้พิษตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงด้วยมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ ดินผสมสูตรใหม่ และปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ยากจนเกินไปสามารถทำได้ทุกคนเพียงแต่ขอให้ทุกคนที่สนใจมีความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดออม และอดทนคุณภาพชีววิตของทุกคนก็จะดีขึ้นเองได้

       การทดลองหาประสิทธิภาพของมุ้งน้อยจากป่าใหญ่นอกเหนือจากการปลูกผักไร้พิษ

             เป็นการทดลองนำมุ้งน้อยจากป่าใหญ่ไปใช้เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต้นพิกุลที่เพาะด้วยเมล็ดและดินผสมสูตรใหม่และปุ๋ยนำหมักชีวภาพในเรื่องของการเจริญเติบโต ที่ใช้ต้นพิกุลในการทดลองเป็นเพราะว่าต้นพิกุลเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้า และอัตรารอดในการเพาะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดในสภาพทั่วๆไปที่ไม่ใช้มุ้งน้อยจากป่าใหญ่อัตรารอดน้อยมาก

             จากการทดลองต้นพิกุลสามารถเจริญเติบโตได้ดีและอัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็วอัตรารอดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงแม้ว่าเป็นช่วงฤดูแล้งฝนไม่ตกแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของมุ้งใกล้เคียงกับระบบนิเวศน์ของป่าใหญ่มาก

               http://www.youtube.com/watch?v=kx0P2pm4abY&feature=channel_page (การทดลองหาประสิทธิภาพของมุ้งน้อยจากป่าใหญ่คลิกดูได้ที่นี่)

(หากท่านใดมีความสนใจที่จะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ นายสำนวน  นิรัตติมานนท์ โรงเรียนบ้านราชกรูด หมู่ที่3 ตำบลราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง 85000 หรือโทร. 0896518693 ยินดีให้คำปรึกษาและรายละเอียดเพิ่มเติมโดยไม่หวังผลตอบแทนแต่อย่างใดและถ้าหากท่านใดมีความประสงค์จะนำแบบอย่างการปลูกผักไร้พิษด้วยวิธีการนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน ก็ยินดีมอบให้ด้วยใจ ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ขอเพียงให้คนเรามีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวอยู่ในสังคมด้วยความสงบสุขก็เพียงพอกับความต้องการแล้วขอขอบคุณคุณครูพูนศักดิ์  ลักกทัตติยกุล ที่ให้โอกาสและเวลาในการนำเสนอผลงานและผู้ทีสนใจทุกๆท่านที่เข้าเยี่ยมชม ขอให้ท่านมีความสุขตลอดปีใหม่นี้ด้วยเทอญ จากใจ นายสำนวน  นิรัตติมานนท์ ครู คศ.3 โรงเรียนบ้านราชกรูด)

           

สร้างโดย: 
นายสำนวน นิรัตติมานนท์

Very good very good  มีรายละเอียดครบถ้วนดีมากครับ

ไม่แน่นะ อาจมีนักเรียนจากโรงเรียนอื่นชอบก็ำได้นะครับ อิ๊ๆ Wink

ครูคร้าบ ครูสอนวิชา การงานอาชีพฯ กับ สังคมศึกษาแจ๋วมากๆ-

เลยครับ อื๊ๆ ไม่ได้โม้ (แต่ว่า อย่า โกรธ กันนะคร้าบ)

 

ก็ OK อยู่น่ะค่ะ มีเนื้อหาครบถ้วน สมกับเป็นคุณครูโรงเรียนบ้านราชกรูด แต่เสียอยุ่นิดเดียว คือไม่มีรูปของ ด.ญ ธันยพร พันดวง 555
ล้อเล่นสนุกๆ (แต่ถ้จะทำจริงๆก็ไม่ว่ากัน) 555+++++

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์