รายงานการพัฒนาการใช้แบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ชื่อเรื่อง          :    รายงานการพัฒนาการใช้แบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์

                                  เรื่อง  ลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ผู้รายงาน         :     นางปริญดา  สอนอุทัย

ปีที่ทำรายงาน   :     ปีการศึกษา  2557

สถานศึกษา      :     โรงเรียนพิชัย  ตำบลในเมือง    อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์

                           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39

                           สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

บทคัดย่อ

 

           การรายงานการพัฒนาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ รายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง ลำดับและอนุกรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์  มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  ลำดับและอนุกรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  75/75  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง ลำดับและอนุกรม และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  ลำดับและอนุกรม  โดยทำรายงานการพัฒนากับประชากรและกลุ่มตัวอย่าง  คือ  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6   โรงเรียนพิชัย  ตำบลในเมือง  อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน  43  คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย 

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ค่าเฉลี่ย (Mean)  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  และทดสอบสมมติฐานโดยใช้  t – test  (Dependent Samples)  ผลรายงานการพัฒนา ปรากฏผล ดังนี้

          1.  แบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง ลำดับและอนุกรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.91/79.15  มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  75/75

          2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  ลำดับและอนุกรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

          3.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  ลำดับและอนุกรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

 

         

 

รายงานผลการใช้ชุดชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ  นายปกรณ์เกียรติ อิ่มอินทร์ โรงเรียนวัดเขารวก สพป พจ 2

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                    1. เพื่อสร้างชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญ

รุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์

               2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญ

รุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก ก่อนและหลังการใช้ชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน

               3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของลูกเสือ – เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ที่มีต่อชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก

วิธีการดำเนินการวิจัย

                ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                    ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ผู้ศึกษาปฏิบัติหน้าที่สอน

               กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดเขารวก อำเภอตะพานหินจังหวัดพิจิตร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 27 คน

สรุปผล

                1. การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนลูกเสือ -

เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก มีประสิทธิภาพของกระบวนการเท่ากับ 81.89 และมีประสิทธิภาพ ของผลรับเท่ากับ 89.26 แสดงว่าชุดการสอนมีประสิทธิภาพ 81.89/89.26 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

                2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการทดลอง นักเรียนจำนวน 27 คน

ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดการสอนทักษะการผูกเงื่อน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนลูกเสือ –

เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก ได้ คะแนนเฉลี่ย (μ) ก่อนเรียน = 43.64 (= 2.00) คิดเป็นร้อยละ 43.64 ได้คะแนนเฉลี่ย (μ) หลังเรียน = 89.26 (= 1.19) คิดเป็นร้อยละ 89.26 มีความก้าวหน้าผลต่างโดยเฉลี่ย 45.62 เมื่อพิจารณาความก้าวหน้าทั้งหมด พบว่ามีความก้าวหน้า (ผลต่าง) อยู่ระหว่าง +23 ถึง +33       3. ความพึงพอใจของลูกเสือ – เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือโลก ที่มีต่อชุดการสอนทักษะการ

ผูกเงื่อน พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.58 ,   = 0.54) ด้านที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ ด้านการวัดและประเมินผล (μ = 4.64 ,   = 0.55) รองลงมาคือ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ (μ = 4.60 ,   = 0.48) และด้านเนื้อหา(μ = 4.57 ,   = 0.60) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่าข้อที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ ข้อที่ 18 ลูกเสือ - เนตรนารีพอใจที่ได้มีส่วนร่วมทำให้คะแนนของเพื่อนสูงขึ้น (μ = 4.78 ,   = 0.43) รองลงมาเท่ากัน 3 ข้อ คือข้อ 6 ลูกเสือ – เนตรนารีมีความสุขที่ได้ร่วมกิจกรรมในการเรียนรู้จาก การได้ลงมือปฏิบัติจริง (μ = 4.72 ,   = 0.46)  ข้อที่ 7 ลูกเสือ - เนตรนารีได้ร่วมกันเรียนรู้เป็นหมู่อย่างมีความสุข (μ = 4.72 ,   = 0.46) และข้อที่ 10 ลูกเสือ – เนตรนารี ได้ฝึกปฏิบัติต่าง ๆ จนมีความมั่นใจ (μ = 4.72 ,   = 0.46)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 128 คน กำลังออนไลน์