เกือบ 80% ของประชาชนรอบเหมืองทองคำพิจิตรยังต้องการเหมือง

รูปภาพของ pornchokchai

        เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างยั่งยืน

30 พฤษภาคม 2559

เรื่อง ขอให้เหมืองทองคำชาตรีได้ดำเนินการต่อไปเพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการและไม่มีมลพิษ

กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน
       ตามที่รัฐบาลของ ฯพณฯ ได้สั่งให้ปิดเหมืองทองคำโดยอ้างเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน  ทางเครือข่ายฯ เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงทำหนังสือนี้มาของ ฯพณฯ โปรดทบทวนคำสั่ง และขอให้เหมืองทองคำชาตรีได้ดำเนินการต่อไปเพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการและไม่มีมลพิษ
       จากผลการศึกษาของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมกับคณะนักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร วิทยาเขตทับคล้อ พบว่า ประชาชนถึงสี่ในห้า (78%) ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป  แม้ไม่นับรวมผู้ที่ทำงานกับเหมืองหรือที่เกี่ยวข้อง ก็ยังมีผู้อยากให้เหมืองดำรงอยู่สูงถึง 75%  อาจกล่าวได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในแทบทุกหมู่บ้านต่างเห็นด้วยกับการให้มีเหมืองทองคำต่อไป มีเพียง 2 หมู่บ้านคือที่มีสัดส่วนผู้ที่ไม่ต้องการเหมือง หรือเห็นว่ามีผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการทำเหมือง
       ยิ่งกว่านั้น แทบทุกหมู่บ้านไม่มีรายงานว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมามีประชาชนในชุมชนผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำ ประชาชนผู้ให้สัมภาษณ์หลายรายระบุว่า หลายคนเสียชีวิตเพราะโรคชรา แต่ถูกนำมาอ้างว่าเสียชีวิตเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำ  กรณีการเสียชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะมลพิษ  และในพื้นที่ก็ยังพบสารเคมีปนเปื้อนอยู่มากมายก่อนการทำเหมืองเสียอีก
       เครือข่ายฯ เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขที่ควรจัดหาที่อยู่ใหม่ใหักับประชาชนที่ไม่ต้องการให้มีเหมืองทองคำ ทั้งนี้ไม่พึงเกรงว่าจะทำให้เป็นการทำลายรากเหง้าชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะกรณีคนไทย จีนหรืออินเดียย้ายไปทั่วโลก วัฒนธรรมก็ตามไปด้วย ไม่ได้สูญหาย  และควรดำเนินการสำรวจเป็นระยะ ๆ และเผยแพร่ให้ประชาชนในท้องถิ่นอื่น เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครได้ทราบ จะได้เข้าใจการมีเหมืองและไม่ต่อต้าน  ยิ่งกว่านั้นในการทำเหมือง รัฐบาลควรกำหนดเขตให้แน่ชัดแล้วทำการเวนคืนให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีปัญหากับประชาชนบางส่วน
       จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ

ดร.โสภณ พรโชคชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ

เกือบ 80% ของประชาชนรอบเหมืองทองคำพิจิตรยังต้องการเหมือง
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

     ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนถึงสี่ในห้า (78%) ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป  นี่คือความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามแม้ข้าราชการในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการเหมือง แต่สัดส่วนที่ต่ำกว่าคือ 66%  กรณีเช่นนี้คงเป็นเพราะข้าราชการไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการทำเหมือง  แม้แต่ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเหมือง ก็มีจำนวนถึง 75% ก็ยังต้องการให้เหมืองดำเนินการต่อไป  สำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในชุมชนไม่เกิน 10 ปี  แม้มีสัดส่วนความต้องการเหมืองถึงสองในสาม (65%) แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
     อาจกล่าวได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในแทบทุกหมู่บ้านต่างเห็นด้วยกับการให้มีเหมืองทองคำต่อไป มีเพียง 2 หมู่บ้านคือ บ้านหมู่ 8 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัด ที่มีผู้เห็นด้วยกับการคงเหมืองทองคำ 59% และที่บ้านหมู่ 5 ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวดเพชรบูรณ์ ที่เห็นด้วยกับการคงเหมืองทองคำ 52% แต่ก็ยังถือได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านทั้งสองแห่งนี้ยังเห็นด้วยกับการมีเหมืองทองคำ  และหากไม่นับรวมสองหมู่บ้านนี้ สัดส่วนของผู้ที่เห็นด้วยกับเหมืองทองคำ จะสูงถึง 83%
    คณะนักวิจัยสัมภาษณ์ประชาชนว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาในชุมชนของท่านมีผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำกี่คน  พบว่าในแต่ละหมู่บ้านแทบไม่มีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยที่คาดว่าจะมาจากมลพิษของการทำเหมืองทองคำในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาเลย  ประชาชนผู้ให้สัมภาษณ์หลายรายระบุว่า หลายคนเสียชีวิตเพราะโรคชรา ก็ถูกนำมาอ้างว่าเสียชีวิตเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำ
    สำหรับแนวทางการแก้ไขก็คือ ควรจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับประชาชนที่ไม่ต้องการให้มีเหมืองทองคำ ทั้งนี้ไม่พึงเกรงว่าจะทำให้เป็นการทำลายรากเหง้าชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะกรณีคนไทย จีนหรืออินเดียย้ายไปทั่วโลก วัฒนธรรมก็ตามไปด้วย ไม่ได้สูญหาย  และควรดำเนินการสำรวจเป็นระยะ ๆ และเผยแพร่ให้ประชาชนในท้องถิ่นอื่น เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครได้ทราบ จะได้เข้าใจการมีเหมืองและไม่ต่อต้าน  ยิ่งกว่านั้นในการทำเหมือง รัฐบาลควรกำหนดเขตให้แน่ชัดแล้วทำการเวนคืนให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีปัญหากับประชาชนบางส่วน
       ตามที่มีข่าวนายกรัฐมนตรีสั่งปิดการทำเหมืองทองคำทั่วประเทศ {1} และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวว่าเป็นการฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่จริงหรือไม่ และมีความเหมาะสมเพียงใด  ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของทางรัฐบาลในการมีมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ว่าด้วยการสำรวจ
        ในวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2559 ดร.โสภณ พรโชคชัย ในฐานะหัวหน้าคณะนักวิจัยได้ร่วมกับคณะนักศึกษาและคณาจารย์จากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร วิทยาเขตทับคล้อ โดยได้รับความเมตตาจาก นายวิชัย ชวนรักษาสัตย์ ผู้อำนวยการวิทยาเขต และนักศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จำนวนรวม 18 คน ออกสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยมุ่งเน้นในพื้นที่รอบเหมืองทองคำโดยเฉพาะในตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร และในเขตตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์
       การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนนี้ จะเป็นเครื่องชี้ถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ในบริเวณรอบเหมืองทองคำโดยตรง  อันถือเป็นการประมวลความคิดเห็นของประชาชน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจนั้น สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากน้อยเพียงใด  รัฐบาลจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการวางนโยบายและแผน รวมทั้งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมอันถือเป็นการฟังความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง  และในการสำรวจนี้ ได้จำนวนผู้ให้สัมภาษณ์จำนวน 596 ราย  โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่โดยรอบเหมืองทองคำชาตรีของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส

ประชาชนถึงสี่ในห้าต้องการเหมืองทองคำ
        ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่อกรณีเห็นควรให้ปิดเหมือง หรือไม่ควรปิดโดยให้ดำเนินการต่อไป เป็นดังนี้:
ตารางที่ 1: ความเห็นของประชาชนต่อการปิดเหมืองทองคำ

ให้ปิดเหมือง                    133                         22%

ไม่ควรปิด                        463                         78%

รวม 596                         100%

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559
       อาจกล่าวได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ถึง 78% หรือราวสี่ในห้า ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป มีเพียงส่วนน้อยราว 22% ที่เห็นควรให้ปิดเหมืองตามคำสั่งของทางราชการ  การนี้จึงแสดงให้เห็นว่าความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่คือความต้องการเหมือง  ส่วนที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาคัดค้านนั้น ในแง่หนึ่งเป็นคนส่วนน้อย (ซึ่งก็พึงรับฟัง) และในอีกแง่หนึ่งก็เป็นกลุ่มบุคคลภายนอกที่ไมได้รับรู้ข้อมูลโดยตรงจากการอยู่อาศัยในพื้นที่

เหตุผลความเห็นชอบต่อการทำเหมืองต่อไป
        สำหรับเหตุผลต่อความเห็นชอบของประชาชนต่อการทำเหมืองต่อไปนี้ ส่วนมากเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจและการไม่เห็นว่ามีมลพิษจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
       1. กลัวคนในชุมชนตกงาน
       2. กำลังพัฒนาดี
       3. เกิดการกระจายรายได้/ค้าขายดีขึ้น
       4. ขาดเงินสนับสนุนชุมชน/หมู่บ้าน
       5. ขาดลูกค้า/รายได้
       6. ชุมชนต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหากเหมืองทองคำปิด
       7. ทางบริษัทมีการช่วยเหลือชุมชนในชมชนเสมอ
       8. ทำให้เศรษฐกิจชุมชนแย่ลง-ถ้าปิดจะเอาอะไรกิน
       9. เพราะเหมืองไม่ได้ส่งผลอะไรมาก/ไม่มีผลกระทบ
       10. โรงเรียนจะไม่ได้รับทุนสนับสนุน
       11. เหมืองจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนมาก
       ทั้งนี้สอดคล้องกับความเห็นของหอการค้าจังหวัดพิจิตรและคู่ค้าอัคราฯ ที่ยื่นหนังสือถึงทางราชการโดยระบุว่าการปิดเหมืองทอง  จะทำให้เศรษฐกิจ 4,000 ล้านบาทต่อปี "มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งจังหวัดในปี 2541 ที่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 6 หมื่นล้านบาทในปี 2556  . . . เฉพาะรายได้ค่าภาคหลวงแร่ในช่วงปี 2541 ถึงปี 2556 ยังคิดเป็น 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ทั้งหมดของจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์อีกด้วย . . . พิจิตรมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็นอันดับ 4 ของภาคเหนือ และอยู่ในลำดับที่ 29 ของทั้งประเทศในปี 2556 ที่ผ่านมา" {2}

เหตุผลที่ควรหยุดการหยุดการทำเหมือง
        ในทางตรงกันข้าม เหตุผลของการหยุดการทำเหมือง มีดังนี้
       1. กลัวตนเองลูกหลานได้รับสารพิษ/สารเคมี
       2. กลัวเป็นโรค
       3. คนที่ทำงานแล้วได้รับผลกระทบ ไม่มีการช่วยเหลือใดใดทั้งสิ้น
       4. คนในชุมชนเดือดร้อน-ป่วย-เสียชีวิต
       5. คนในพื้นที่ไม่ค่อยได้รับผลประโยชน์
       6. จะได้ไม่มีเสียง (ดัง) มารบกวนอีก
       7. ต้องทำตามกฎหมาย (ตามที่รัฐบาลสั่ง)
       8. ทำลายสิ่งแวดล้อม
       9. ผักและน้ำกินไม่ได้เพราะมีสารพิษ ไม่สะอาด
       10. ฝุ่นละออง
       11. มีผลเสียมากกว่าผลดี
       12. ไม่เคยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน
       13. ไม่ปรับปรุงแก้ไขเรื่องสารพิษ
       14. ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
       15. อากาศเสีย

อาชีพกับการปิดเหมือง
        แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่จะเห็นด้วยกับการให้เหมืองคงอยู่ต่อไป  แต่หากวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่า อาชีพที่แตกต่างกันก็มีสัดส่วนของความเห็นด้วยหรือไม่ที่แตกต่างไปบ้างเช่นกัน

ตารางที่ 2: อาชีพกับความเห็นต่อการปิดเหมือง       

อาชีพ                     ให้ปิดเหมือง ไม่ควรปิด      รวม    %ที่ไม่ปิดเหมือง

ข้าราชการ                             10             19         29    66%

ค้าขาย/อิสระ                          50           155       205    76%

พนง.เหมือง/เกี่ยวข้อง                5             79         84    94%

พนง.เอกชนอื่น                       10             31         41    76%

เกษตรกร                               46           124       170    73%

อื่นๆ                                      12             55         67    82%

รวมทั้งหมด                          133           463       596    78%

รวมแต่ไม่เอาข้าราชการ        123           444       567    78%

รวมที่ไม่รวม พนง.เหมือง      128           384       512    75%

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        อาจกล่าวได้ว่าแม้ส่วนใหญ่ถึงเกือบ 80% จะต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป  แต่จะพบว่าข้าราชการ มีความต้องการเช่นนี้ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าคือ 66% หรือราวสองในสาม ในขณะที่ประชาชนทั่วไปสี่ในห้าต้องการเหมือง  กรณีเช่นนี้คงเป็นเพราะข้าราชการไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการทำเหมือง  และคงวิตกไปตามการกล่าวอ้างถึงเรื่องมลพิษ  แต่หากตัดกลุ่มข้าราชการออกไป ก็ยังพบว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังต้องการมีเหมืองต่อไป  ในทางตรงกันข้ามกลุ่มคนที่ทำงานในเหมืองหรือเป็นบริษัทรับจ้างต่อมีสัดส่วนถึง 94% ที่ต้องการให้เหมืองดำเนินการต่อไป  อย่างไรก็ตามหากตัดกลุ่มนี้ทิ้งไป ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ได้มีอาชีพที่เกี่ยวกับการทำเหมืองส่วนใหญ่ถึง 75% ก็ยังต้องการให้เหมืองดำเนินการต่อไป

อายุและระยะเวลาการอยู่อาศัย
        หากพิจารณาถึงช่วงอายุ และระยะเวลาการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน มีความเห็นต่อการปิดเหมืองอย่างไรบ้าง ก็ได้พบดังนี้:

ตารางที่ 3: อายุของประชาชนกับความเห็นต่อการปิดเหมือง          

อายุ                        ให้ปิดเหมือง ไม่ควรปิด      รวม    %ที่ไม่ปิดเหมือง

ไม่เกิน 30 ปี                           28             75       103    73%

31-45 ปี                                 25             76       101    75%

46-60 ปี                                 36           144       180    80%

มากกว่า 60 ปี                         44           168       212    79%

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        อาจกล่าวได้ว่าประชาชนในชุมชนที่มีอายุที่แตกต่างกันตั้งแต่อายุไม่เกิน 30 ปีที่ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ จนถึงกลุ่มผู้สูงวัย (อายุเกิน 60 ปี) ก็ไม่ได้มีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ  ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการเหมืองทองคำ
ตารางที่ 4: ระยะเวลาในการอยู่อาศัยในชุมชนกับความเห็นต่อการปิดเหมือง               

อายุ                        ให้ปิดเหมือง ไม่ควรปิด      รวม    %ที่ไม่ปิดเหมือง

ไม่เกิน 10 ปี                           21             39         60    65%

11-20 ปี                                 22             61         83    73%

21-30 ปี                                 18             92       110    84%

31 ปีขึ้นไป                             72           271       343    79%

        133                              463           596      78%

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในชุมชนไม่เกิน 10 ปี คือเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนไม่นานนักนั้น แม้มีสัดส่วนความต้องการเหมืองถึงสองในสาม (65%) แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป  กลุ่มที่เข้ามาอยู่ใหม่นี้อาจจะมีความกังวลมามากกว่าผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเหมืองมาช้านานกว่า  จากการวิเคราะห์ในรายละเอียดพบว่า กลุ่มที่อยู่อาศัยไม่เกิน 10 ปีที่ต้องการให้ปิดเหมืองนั้น กลุ่มใหญ่ที่สุดทำอาชีพค้าขาย-อาชีพอิสระ ไม่ใช่เกษตรกร หรือประชาชนทั่วไป

ความเห็นในระดับหมู่บ้าน
        คณะนักวิจัยยังแยกแยะให้เห็นว่าชาวบ้านในหมู่บ้านใดที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการเปิดหรือปิดเหมือง โดยมีรายละเอียด ดังนี้:

ตารางที่ 5: การแยกแยะความเห็นรายหมู่บ้าน

หมู่   ตำบล        อำเภอ      จังหวัด  ควรปิด  ไม่ควรปิด    รวม   %ที่ไม่ปิด

1-2   เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร             2             44       46   96%

3      เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร           18             82     100   82%

4      เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร             3             48       51   94%

7      เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร             4             22       26   85%

8      เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร           29             41       70   59%

9      เขาเจ็ดลูก  ทับคล้อ    พิจิตร             2             10       12   83%

1      ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์    13             45       58   78%

2-4   ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์      1             12       13   92%

5      ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์    21             23       44   52%

7      ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์      1             20       21   95%

8      ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์      7             11       18   61%

9      ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์    14             55       69   80%

10     ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์      4             13       17   76%

12     ท้ายดง      วังโป่ง     เพชรบูรณ์      9             15       24   63%

อื่นๆ วังหิน       วังโป่ง     เพชรบูรณ์      5             22       27   81%

โดยรวม                           133             463            596    78%

โดยรวม (ไม่นับวังหิน)     128             441            569    78%

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        อาจกล่าวได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในแทบทุกหมู่บ้านต่างเห็นด้วยกับการให้มีเหมืองทองคำต่อไป มีเพียงบ้านหมู่ 8 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัด ที่มีผู้เห็นด้วยกับการคงเหมืองทองคำ 59% และที่บ้านหมู่ 5 ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวดเพชรบูรณ์ ที่เห็นด้วยกับการคงเหมืองทองคำ 52% แต่ก็ยังถือได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านทั้งสองแห่งนี้ยังเห็นด้วยกับการมีเหมืองทองคำ  และหากไม่นับรวมสองหมู่บ้านนี้ สัดส่วนของผู้ที่เห็นด้วยกับเหมืองทองคำ จะสูงถึง 83%

ความเห็นต่อมลพิษและเหมือง
        ประชาชนในส่วนที่เห็นด้วยกับการปิดเหมืองเห็นว่าระดับมลพิษของเหมืองมีสูงถึง 7.2 คะแนนจาก 10 คะแนนเต็ม  ส่วนประชาชนกลุ่มที่ไม่เห็นควรให้ปิดเหมือง กลับมีความเห็นในเชิงที่แทบจะไม่มีมลพิษเลย (คะแนน 1 คือไม่มีมลพิษ)

ตารางที่ 5: ความเห็นของประชาชนต่อระดับมลพิษและการทำประโยชน์ของเหมือง

ความเห็น                                                          ให้ปิดเหมือง      ไม่ควรปิด               เฉลี่ย

ระดับมลพิษที่เกิดจากเหมือง                                          7.2                   1.7                   2.9

การมีเหมืองส่งผลดีเพียงใด                                             3.8                   9.1                   7.9

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        ในทางตรงกันข้าม ต่อความเห็นว่าการมีเหมืองทองคำ ส่งผลดีต่อชุมชนมากน้อยเพียงใด ผลปรากฏว่าโดยเฉลี่ยแล้วส่งผลดีมาก (7.9 คะแนนจาก 10 คะแนนเต็ม) โดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นด้วยกับการมีเหมืองให้คะนนถึง 9.1  ส่วนในกลุ่มที่ต้องการให้ปิดเหมือง ก็ยังเห็นคุณประโยชน์ของการมีเหมืองพอสมควร คือประมาณ 3.8 คะแนน  แสดงว่าเหมืองก็ได้สร้างคุณูปการเป็นที่ประจักษ์พอสมควร

การป่วยและเสียชีวิตจากการทำเหมือง?
        มักมีการกล่าวอ้างกันว่า การป่วยและตายของประชาชนในพื้นที่นั้น เกิดขึ้นจากการทำเหมืองทองคำ คณะนักวิจัยจึงได้สัมภาษณ์ประชาชนว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาในชุมชนของท่านมีผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำกี่คน  ผลการศึกษาเป็นดังนี้:

ตารางที่ 5: การแยกแยะความเห็นรายหมู่บ้าน

หมู่  ตำบล              อำเภอ         จังหวัด             ตาย    ป่วย

1-2   เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          0

2      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          0

3      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          0

4      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          0

7      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          6

8      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                  30        20

9      เขาเจ็ดลูก       ทับคล้อ      พิจิตร                    0          0

1      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

2-4   ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

3      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

5      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์          10        10

7      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          4

8      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

9      ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

10    ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

12    ท้ายดง            วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

4      วังหิน              วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

8      วังหิน              วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

9      วังหิน              วังโป่ง        เพชรบูรณ์            0          0

รวม                                                                         40        40

ที่มา: ผลการสำรวจภาคสนาม 20 พฤษภาคม 2559

        ในการสำรวจ ในแต่ละหมู่บ้านแทบไม่มีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยที่คาดว่าจะมาจากมลพิษของการทำเหมืองทองคำในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาเลย ต่างจากความเชื่อของประชาชนทั่วไปในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง 30 ราย และป่วย 20 ราย  ส่วนที่หมู่ 5 ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัด    เพชรบูรณ์ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในรอบ 3 ปี 10 ราย และป่วย 10 ราย  อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการพิสูจน์ เป็นเพียงจำนวนสูงสุดที่ให้สัมภาษณ์
       ประชาชนผู้ให้สัมภาษณ์หลายรายระบุว่า หลายคนเสียชีวิตเพราะโรคชรา ก็ถูกนำมาอ้างว่าเสียชีวิตเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำ  ที่สำคัญประชาชนในส่วนที่ทำงานกับเหมือง ก็ยังแข็งแรงดี  หากเหมืองมีสารพิษจริง คนทำงานในโรงงานก็คงรู้และไม่กล้าเข้าไปทำงานด้วย

ประชาชนไม่ได้เสียชีวิตเพราะเหมือง
        อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต เช่นกรณีนายสมคิด ธรรมพเวช ที่เสียชีวิตจากสาเหตุปอดอักเสบบวม และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในเนื้อปอด ไม่มีสาเหตุมาจากการทำงานในเหมืองแร่ทองคำชาตรี โดยภริยานายสมคิดระบุว่า "แต่ยังมีผู้ไม่หวังดีแอบอ้างการเสียชีวิตของสามีตน นำไปเป็นข้ออ้างในการต่อต้านเหมืองแร่ทองคำชาตรีอยู่อีก นอกจากนี้ ยังมีการไปแอบอ้างรับบริจาคเงินด้วย โดยที่ตนเองและครอบครัวไม่ได้อนุญาต และไม่ได้รับเงินที่รับบริจาค" {3}
       อีกกรณีหนึ่งก็คือนายเฉื่อย บุญส่ง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเหมืองแร่ทองคำ ได้เสียชีวิตลงโดยจากการตรวจสอบพบสารแมงกานีสสูงเกินค่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตามนายเฉื่อยก็มีโรคตับแข็งด้วย {4}  ส่วนในกรณีพบสารเคมีนั้น จากการตรวจสอบของทางราชการกลับพบว่าในพื้นที่รอบเหมืองมีสารเคมี (เหล็ก แมงกานีส สารหนู) เกินค่ามาตรฐานก่อนการทำเหมืองแล้ว {5}  ยิ่งกว่านั้นการที่คนไข้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น โรคนี้คงไม่ได้เกิดจากการทำเหมืองเพราะแม้เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็เกิดขึ้นทั่วโลก จนถึงขนาดมีการรณรงค์ Ice Bucket Challenge ในช่วงที่ผ่านมา {6}

แนวทางการแก้ไข
        การแก้ไขปัญหาด้วยการปิดเหมืองทองคำนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศต่อการลงทุนของต่างชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะทางราชการอาจเพียงฟังเสียงของคนส่วนน้อย  คณะนักวิจัยมีความเห็นที่ขอเสนอต่อทางราชการในการจัดการปัญหาดังกล่าวดังนี้:
       1. สำหรับประชาชนที่ไม่ต้องการให้มีเหมืองทองคำ ทางราชการและ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ควรร่วมกันจัดหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่ ไกลออกจากพื้นที่เดิม แต่ต้องมีมูลค่าและผลิตภาพของที่ดินในด้านเกษตรกรรมเช่นเดิมหรือดีกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อว่าประชาชนในส่วนดังกล่าวจะได้หมดความกังวล  ทั้งนี้ไม่พึงเกรงว่าจะทำให้เป็นการทำลายรากเหง้าชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะกรณีคนไทย จีนหรืออินเดียย้ายไปทั่วโลก วัฒนธรรมก็ตามไปด้วย ไม่ได้สูญหาย  และที่ผ่านมาก็มีการย้ายวัด หมู่บ้านเพื่อการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ เป็นต้น
       2. ควรดำเนินการสำรวจเป็นระยะ ๆ และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ  ในความเป็นจริง สำหรับประชาชนโดยรอบเหมือง ต่างเห็นด้วยกับการทำเหมือง เพราะเหมืองเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าทำการตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  แต่ประชาชนในท้องถิ่นอื่น เช่น ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะไม่ได้รับทราบข้อมูล ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่แท้จริงเช่นที่ประชาชนในท้องถิ่นได้รับ จึงต่อต้านการมีเหมืองทองคำ ซึ่งการต่อต้านนี้ถือเป็นการทำร้ายประชาชนในพื้นที่โดยตรง
      3. สำหรับในอนาคต การทำเหมืองทองคำหรือเหมืองอื่นใด ก็ตาม รัฐบาลไม่ควรเพียงให้ประทานบัตร แล้วให้ภาคเอกชนไปเจรจาซื้อ-ขายที่ดินกันเอง  แต่รัฐบาลควรกำหนดเขตให้แน่ชัดแล้วทำการเวนคืน เช่น ที่เหมืองถ่านหินลิกไนต์ ได้ย้ายตัวอำเภอ วัด โรงเรียนออกจากพื้นที่เดิมมาตั้งในพื้นที่ใหม่เพื่อนำพื้นที่เดิมไปทำเหมือง หรือที่ดำเนินการในกรณีการก่อสร้างเขื่อนและสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่าง ๆ  เมื่อเวนคืนแล้ว รัฐบาลพึงจัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบพื้นที่ให้กับภาคเอกชนต่อไป

หมายเหตุ
        ดร.โสภณ พรโชคชัย หัวหน้าคณะนักวิจัยขอประกาศว่า การสำรวจวิจัยในครั้งนี้ ใช้ทุนของ ดร.โสภณ เอง ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใด ๆ ไม่ได้มีผลประโยชน์หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ใด ๆ ทั้งสิ้น  เพียงแต่ ดร.โสภณ เคยรับประเมินค่าทรัพย์สินเหมืองแห่งนี้เช่นเดียวกับบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินอื่นที่ดำเนินการให้กับบริษัทมหาชนทั้งหลายโดยเป็นบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน กลต.  การสำรวจครั้งนี้มุ่งสะท้อนความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่จริงๆ  และโดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ จึงควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนคนเล็กคนน้อยส่วนใหญ่รอบเหมืองทองคำแห่งนี้ซึ่งเป็นผู้ที่รู้เรื่องจริง มากกว่าประชาชนในพื้นที่อื่นหรือกลุ่มเอ็นจีโอ

อ้างอิง
{1}  "ปิดสัมปทานเหมืองทอง" !! บทพิสูจน์.."ประยุทธ์" คือนายกอยู่ข้างประชาชน 10 พฤษภาคม 2559 http://bit.ly/1NXkXYG
{2}  โวยปิดเหมืองทอง พิจิตร-เพชรบูรณ์ ศก.สูญ 4 พันล.-ภาคปชช.เคลื่อนไหวกดดันต่อเนื่อง 20 เมษายน 2559 www.isranews.org/thaireform/thaireform-news/item/46381-ak20.html
{3}  เมีย'ลุงสมคิด' โวย คนแอบอ้างการตายสามีไปต่อต้านเหมืองแร่ทองคำ 4 พฤษภาคม 2559 www.thairath.co.th/content/615118
{4}  "ลุงเฉื่อย" ชาวบ้านรอบเหมืองทองพิจิตร เสียชีวิตแล้ว 12 มีนาคม 2559 http://news.thaipbs.or.th/content/250869
{5}  หนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลว. 12 พฤษภาคม 2559 http://m.pantip.com/topic/35189537
{6}  มารู้จัก`โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง`กันเถอะ 25 สิงหาคม 2557 สสส: http://bit.ly/1l7KZdd

 

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_an...

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์