ชุมชนป้อมมหากาฬ ต้องรื้อด่วน!!!

รูปภาพของ pornchokchai

                เรื่องชุมชนป้อมมหากาฬเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวของผู้อยู่อาศัยจำนวนหนึ่ง ที่บุกรุกเอาสมบัติของส่วนรวมไปใช้ส่วนตัวมาหลายชั่วรุ่น  แถมยังมีสื่อดรามาให้ท้ายอีก  เลิกเอาเปรียบสังคมได้แล้ว

                มาตีโต้ความเห็นของนักวิชาการและพวกองค์กรสิทธิ์ฯ กันตามบทความ "3 นักวิชาการย้ำโบราณสถานอยู่ร่วมกับชุมชนป้อมมหากาฬได้" (http://bit.ly/29EP7xw) และข่าว "องค์กรสิทธิที่อยู่อาศัยสากล ส่งจม.ถึงผู้ว่าฯกทม.กรณีรื้อชุมชนป้อมมหากาฬ" (http://bit.ly/2aziHKg)  คนเหล่านี้หลับตาพูดส่งเดช ใช้แนวคิดแบบความดีไร้รากหรือไม่  มีแต่ข้อเสนอที่ไร้เหตุผล เห็นแก่ตัว เข้าข้างผู้เอาเปรียบสังคมหรือไม่  ลองมาวิเคราะห์กันดู

วิพากษ์ความคิด ผศ.ดร.ประภัสสร์

                ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี ศิลปากร กล่าวว่า "ชุมชนป้อมมหากาฬเป็นชุมชนชานพระนครมรดกการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม ลักษณะการตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนป้อมฯ สืบถอดมาเป็นเวลาพันปีบนดินแดนไท" นี่เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย  กรุงเทพมหานครเพิ่งตั้งมี 234 ปี  อาณาจักรสุโขทัยเพิ่งเริ่มเมื่อ 767 ปีมานี้เอง  ในคำฟ้องของชาวบ้านเองก็ยังอ้างว่าบางส่วนของพวกตนอยู่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เท่านั้น (http://bit.ly/2a1Zlti)

                ท่านยังว่า ‘การที่บอกว่าชุมชนอยู่กับโบราณสถานไม่ได้เราก็ต้องเอาเครื่องมือทางโบราณคดีเหล่านี้มาต่อกรมายันได้ หลายแห่งในโลกนี้ให้ความสำคัญมรดกทางวัฒนธรรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้’  นี่ก็เป็นการพูดแบบเลื่อนลอย ที่ว่า "จับต้องไม่ได้" เป็นคำอ้างส่งเดชที่ "พิสูจน์ไม่ได้" ด้วยหรือไม่  โดยนัยนี้ถ้าจะหาทางเข้าข้างผู้บุกรุก ก็ควรให้มีเหตุผลมากกว่านี้

วิพากษ์ความคิด ผศ.พิพัฒน์

                ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "การรื้อชุมชนป้อมมหากาฬจะทำให้สูญเสียโบราณคดีที่มีชีวิต  ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้แต่ต้องมีกระบวนการในการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการรื้อถอน การจัดการตัวข้อมูลความรู้ทำป้ายข้อมูลชุมชนปรับตัวพร้อมกันไปกับการเปลี่ยนแปลง"  ข้อนี้อาจารย์คงละเลยความจริงที่ว่าพวกชาวบ้านไม่มีสิทธิอยู่  การที่รัชกาลที่ 3 พระราชทานที่ดินให้ข้าราชบริพารอยู่  แล้วพวกชาวบ้านก็มาเช่าที่ดินต่อ  แต่ตอนนี้แม้แต่ข้าฯ เหล่านั้นก็ย้ายออกไปแล้ว  แต่ผู้เช่ายังไม่ยอมไป  อย่างนี้มีมโนธรรมหรือไม่

                ที่ อ.พิพัฒน์ บอกมี "ตัวอย่างของเมืองโบราณในต่างประเทศอย่างเช่น กรุงโรม ลอนดอน. . .เป็นการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าที่อยู่ร่วมกับโบราณสถานที่สำคัญ"  อาจารย์ไม่ได้ยกตัวอย่างชื่อโบราณสถานให้ชัดเจน  แต่เชื่อว่าที่เขาอยู่นั้น ไม่ได้อยู่อย่างบุกรุกไร้สิทธิเป็นแน่  อันที่จริงชาวบ้านควรตระหนักว่าตน "อยู่ฟรี" มาหลายชั่วรุ่นแล้ว เอาเปรียบสังคมมามากแล้ว  ควรรู้จักพอเสียที

 

องค์กรสิทธิที่อยู่อาศัยสากล ตาบอด!

                เมื่อเร็วๆ นี้ สมาพันธ์ผู้อยู่อาศัยระหว่างประเทศส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าฯ กทม. แสดงความห่วงกังวลถึงแผนการรื้อชุมชนซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดการไล่ที่และหาแนวทางแก้ปัญหาที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน  แถมยังกล่าวหา กทม.ว่า ไม่มีข้อเสนอเงินชดเชยเพิ่มเติมที่เหมาะสม และว่าเงินชดเชยเดิมที่เสนอมาจะน้อยเกินกว่าที่จะสามารถใช้จ่ายสำหรับความต้องการพื้นฐานได้อย่างเพียงพอ

                ประเด็นหลักคือชาวชุมชนไม่มีสิทธิใดๆ เลย  นี่เป็นการกระทำผิดกฎหมายบุกรุกโดยตรง  ชาวชุมชนส่วนมากก็ได้รับเงินชดเชยไปแล้ว แต่หวนย้ายกลับเข้ามาอยู่ใหม่อีก  พฤติกรรมเช่นนี้สมควรแล้วหรือ  อย่างไรก็ตามในจำนวนบ้านพักอาศัยที่  ในแง่ตรงกันข้าม การกระทำของชาวบ้านส่วนหนึ่งนี้ เป็นการนำเอาสมบัติของแผ่นดินที่เป็นของส่วนรวมไปใช้เป็นของส่วนตัวอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่

เลิกดรามา มาหาทางออกที่ดี

                บางคนชอบอ้างวัฒนธรรมชุมชนแบบส่งเดช ถ้ารื้อชุมชนไปแล้ว จะเป็นการทำลายวัฒนธรรมชุมชน  บ้างก็ไพล่ไปบอกว่าเป็นการ "ทำลายประวัติศาสตร์กรุงเทพ" ดังหัวข้อเสวนาข้างต้น  แต่แท้จริงแล้วก็ต้องการจะครอบครองที่ดินของส่วนรวมไปใช้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  อย่างนี้ถือเป็นความไม่สง่างาม  ที่สำคัญการกล่าวอ้างนี้เลื่อนลอยเป็นอย่างยิ่ง  ดูอย่างวัฒนธรรมจีน อินเดีย หรือแม้แต่ไทยเราเอง ที่คนไทยย้ายไปทั่วโลก วัฒนธรรมก็ไม่ตาย  กลับกระจายไปทั่วโลกเช่นกัน  ดังนั้นจึงควรมีทางออกที่พึงเข้าใจ ดังนี้:

                1. ทำความเข้าใจกับประชาชนที่หลงเหลืออยู่ราว 56 ครัวเรือน ซึ่ง 42 หลังได้รับค่ารื้อถอนไปแล้ว (http://bit.ly/2aVZH7m) โดยเฉพาะในส่วนที่ยังไม่ยอมย้ายออกที่มีเพียงจำนวนหนึ่งให้เข้าใจว่าตนเองไม่ได้มีสิทธิในการครอบครองสมบัติของส่วนรวม และได้ครอบครองมานานแล้ว ควรคืนแก่สังคมได้แล้ว

                2. สำหรับครอบครัวที่ยากไร้ ไม่มีที่พักพิง ให้กรุงเทพมหานคร จัดหาที่อยู่อาศัยให้อยู่ชั่วคราวในบริเวณใกล้เคียง โดยอาจเช่าห้องเช่าทั่วไปให้อยู่ด้วยงบประมาณเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลาประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นต้องจัดหาที่อยู่อาศัยเอง  จะให้รัฐบาลเลี้ยงดูไปชั่วชีวิต เอาเปรียบสังคมไม่ได้ เว้นแต่หากเป็นคนชรา ไร้ที่พึง ก็จัดให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชราต่อไป

                ช่วยกันคิดเพื่อสังคมที่เป็นธรรม อย่าให้ใครเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบคนอื่น

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_an...

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์