ห้อง3/8 งานชิ้นที่1

รูปภาพของ puangtip

มอบหมายงาน ชิ้นที่ 1

สวัสดีค่ะนักเรียนที่รัก

งานชิ้นแรก ให้นักเรียนค้นคว้า เรื่องการเกิดแฝด พร้อมรูปภาพประกอบ ความยาวประมาณ 10 บรรทัด โดยมีการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทั้งที่เป็นเนื้อหา และรูปภาพ

การส่งงาน ให้ส่งที่แสดงความคิดเห็น.........นะคะSmile

กำหนดส่ง ภายใน วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2552 เวลา 16.00 น.

รูปภาพของ puangtip

Undecided

+--------ปัจจัย....เกิดแฝด--------+
1. กรรมพันธุ์ เครือญาติของแม่ที่มีแฝด จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าเครือญาติของพ่อที่มีลูกแฝด อย่างเช่น ผมเคยทำคลอดรายหนึ่งตัวคุณแม่เป็นแฝด ลูกเขาก็แฝด และยายของหลานแฝดก็เป็นแฝด ซึ่งมันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. เชื้อชาติ เช่น ในฝรั่งผิวขาวชาวยุโรปจะเกิดฝาแฝด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 100 คน ส่วนหญิงนิโกรเกิด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 80 คน
3. อายุของแม่และจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ก็มีส่วนอย่างยิ่ง เพราะยิ่งอายุและจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์มากเท่าไร ไข่จะมีโอกาสตกเยอะขึ้น โอกาสตั้งครรภ์แฝดก็มากขึ้นตาม อย่างในประเทศไนจีเรีย หญิงตั้งครรภ์จะมีโอกาสเป็นแฝดได้ร้อยละ 2 แต่หญิงที่ตั้งครรภ์ครั้งที่ 6 หรือมากกว่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้ถึงร้อยละ 6.6
4. หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากโดยสาเหตุมาจากการกินเยอะ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าหญิงรูปร่างผอม ที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการหรือขาดอาหาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความสมบูรณ์ของร่างกายครับ
5. การได้รับสารหรือยากระตุ้นให้ตกไข่มากกว่า 1 ใบ ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาฮอร์โมน
6. การทำเด็กหลอดแก้ว
7. การกินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะยาคุมจะมีฤทธิ์ไปกดต่อมฮอร์โมนใต้สมองไม่ให้ไข่ตก แต่ถ้าเราเกิดอยากมีลูกและหยุดคุมขึ้นมาฮอร์โมนที่ถูกกดไว้มันจะเป็นอิสระ ทำให้ตกไข่ทีละหลายๆ ใบ จึงเกิดโอกาสเป็นเด็กแฝดได้มากกว่าคนปกติ

+-------กำเนิดของ…ฝาแฝด--------+
ฝาแฝดนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
1. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่ 1 ใบ (Indentical twins) เด็กจะรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน เพศเดียวกัน 1 ใบ ออกมาทุกเดือน หากมีเพศสัมพันธ์ตัวอสุจิก็จะเข้าไปผสมในท่อรังไข่ จะเกิดเป็นเด็ก 1 เซลล์ จากไข่ 1 ใบ เป็นเด็ก 1 คน วันต่อมาไข่ใบนี้ก็จะแบ่งเป็น 2 เซลล์ วันต่อมาเป็น 4 เซลล์ และ 8 เซลล์ตามลำดับ ซึ่งจะเยอะขึ้นเป็น 64 เซลล์ เพื่อพร้อมจำแนกเซลล์และสร้างอวัยวะ หลังจากนั้นวันที่ 5-6 ไข่ก็จะเดินทางมาถึงมดลูก ฝังตัว เติบโตและกลายเป็นเด็ก 1 คน แต่ในกรณีที่เป็นเด็กแฝดจากไข่ใบเดียวกัน เด็กจะแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวออกเป็น 4 เซลล์ แล้ว 1 ใน 4 เซลล์เกิดแบ่งตัวออกมาเองกลายเป็น 3 เซลล์อันหนึ่ง และ 1 เซลล์อันหนึ่ง ก็จะเกิดความเหมือนกันทุกอย่าง เพราะเกิดมาจากเซลล์ๆ เดียวกันแต่มีการแบ่งตัวเท่านั้น การพัฒนาและการเติบโตของเซลล์ก็จะดำเนินไปเหมือนเดิม เดินทางไปยังมดลูก และฝังตัวเหมือนกันทั้ง 2 เซลล์ฉะนั้นเขาก็จะมีถุงน้ำและรกเป็นคนละอันกัน
หากเด็กไม่มีการแบ่งเซลล์ เขาก็จะเป็นคนๆ เดียว แต่ถ้าเกิดแบ่งตัวหลังจากนั้นหรือตอนโตแล้ว ก็จะเกิดการวิปริต ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดเพราะเซลล์ต่างๆ เริ่มสร้างอวัยวะแล้ว อย่างฝาแฝดอินจันเกิดจากการแบ่งตัวภายหลัง ตัวเด็กที่กำลังถูกสร้างเกิดการแบ่งตัวก็เลยติดกัน เราจะห้ามไม่ได้ว่าเขาจะแบ่งตัวตอนไหน เวลาใด และความจริงอินจันเขาต้องเกิดมาเป็นคนๆ เดียว แต่เกิดมาแบ่งตัวตอนที่ไม่ควรแบ่งแล้วอย่างคนอื่นก็อาจมีกรณีอย่างนี้ เช่น หัวติดกัน ท้องติดกัน เป็นต้น
2. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่มากกว่า 1 ใบ (Fraternal twins) จะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นคนละเพศกันก็ได้ เกิดจากแม่มีไข่ตกมากกว่า 1 ใบ และไข่มีความสมบูรณ์มากกว่า 1 ใบ ตัวอสุจิจึงเข้าไปผสมตามจำนวนไข่ที่สมบูรณ์ หากมีไข่ 3 ใบ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นแฝด 3 ได้ จึงเป็นฝาแฝดที่แยกกันตั้งแต่ตอนเป็นไข่แล้ว ฝาแฝดชนิดนี้จึงมีความคล้ายพี่น้องมากกว่าความเหมือนของฝาแฝด มีสิทธิ์จะเป็นคนละเพศหรือเพศเดียวกันก็ได้ เพราะไข่คนละใบ อสุจิคนละตัวกัน
ที่มาของเนื้อหา---http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=trex&date=10-11-2005&group=1&gblog=14
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=trex&date=10-11-2005&group=1&gbl...
ที่มาของรูปภาพ---http://i232.photobucket.com/albums/ee274/akapong99/Pangporn/album3/d8-1.jpg
http://www.thaimtb.com/webboard/107/53629-49.jpg

รูปภาพของ puangtip

Smile

+-------------การเกิด...ฝาเเฝด------------+
ฝาแฝดนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
1. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่ 1 ใบ (Indentical twins) เด็กจะรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน เพศเดียวกัน 1 ใบ ออกมาทุกเดือน หากมีเพศสัมพันธ์ตัวอสุจิก็จะเข้าไปผสมในท่อรังไข่ จะเกิดเป็นเด็ก 1 เซลล์ จากไข่ 1 ใบ เป็นเด็ก 1 คน วันต่อมาไข่ใบนี้ก็จะแบ่งเป็น 2 เซลล์ วันต่อมาเป็น 4 เซลล์ และ 8 เซลล์ตามลำดับ ซึ่งจะเยอะขึ้นเป็น 64 เซลล์ เพื่อพร้อมจำแนกเซลล์และสร้างอวัยวะ หลังจากนั้นวันที่ 5-6 ไข่ก็จะเดินทางมาถึงมดลูก ฝังตัว เติบโตและกลายเป็นเด็ก 1 คน แต่ในกรณีที่เป็นเด็กแฝดจากไข่ใบเดียวกัน เด็กจะแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวออกเป็น 4 เซลล์ แล้ว 1 ใน 4 เซลล์เกิดแบ่งตัวออกมาเองกลายเป็น 3 เซลล์อันหนึ่ง และ 1 เซลล์อันหนึ่ง ก็จะเกิดความเหมือนกันทุกอย่าง เพราะเกิดมาจากเซลล์ๆ เดียวกันแต่มีการแบ่งตัวเท่านั้น การพัฒนาและการเติบโตของเซลล์ก็จะดำเนินไปเหมือนเดิม เดินทางไปยังมดลูก และฝังตัวเหมือนกันทั้ง 2 เซลล์ฉะนั้นเขาก็จะมีถุงน้ำและรกเป็นคนละอันกัน
หากเด็กไม่มีการแบ่งเซลล์ เขาก็จะเป็นคนๆ เดียว แต่ถ้าเกิดแบ่งตัวหลังจากนั้นหรือตอนโตแล้ว ก็จะเกิดการวิปริต ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดเพราะเซลล์ต่างๆ เริ่มสร้างอวัยวะแล้ว อย่างฝาแฝดอินจันเกิดจากการแบ่งตัวภายหลัง ตัวเด็กที่กำลังถูกสร้างเกิดการแบ่งตัวก็เลยติดกัน เราจะห้ามไม่ได้ว่าเขาจะแบ่งตัวตอนไหน เวลาใด และความจริงอินจันเขาต้องเกิดมาเป็นคนๆ เดียว แต่เกิดมาแบ่งตัวตอนที่ไม่ควรแบ่งแล้วอย่างคนอื่นก็อาจมีกรณีอย่างนี้ เช่น หัวติดกัน ท้องติดกัน เป็นต้น
2. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่มากกว่า 1 ใบ (Fraternal twins) จะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นคนละเพศกันก็ได้ เกิดจากแม่มีไข่ตกมากกว่า 1 ใบ และไข่มีความสมบูรณ์มากกว่า 1 ใบ ตัวอสุจิจึงเข้าไปผสมตามจำนวนไข่ที่สมบูรณ์ หากมีไข่ 3 ใบ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นแฝด 3 ได้ จึงเป็นฝาแฝดที่แยกกันตั้งแต่ตอนเป็นไข่แล้ว ฝาแฝดชนิดนี้จึงมีความคล้ายพี่น้องมากกว่าความเหมือนของฝาแฝด มีสิทธิ์จะเป็นคนละเพศหรือเพศเดียวกันก็ได้ เพราะไข่คนละใบ อสุจิคนละตัวกัน

+---------ปัจจัย...การเกิดฝาแฝด----------+
1. กรรมพันธุ์ เครือญาติของแม่ที่มีแฝด จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าเครือญาติของพ่อที่มีลูกแฝด อย่างเช่น ผมเคยทำคลอดรายหนึ่งตัวคุณแม่เป็นแฝด ลูกเขาก็แฝด และยายของหลานแฝดก็เป็นแฝด ซึ่งมันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. เชื้อชาติ เช่น ในฝรั่งผิวขาวชาวยุโรปจะเกิดฝาแฝด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 100 คน ส่วนหญิงนิโกรเกิด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 80 คน
3. อายุของแม่และจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ก็มีส่วนอย่างยิ่ง เพราะยิ่งอายุและจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์มากเท่าไร ไข่จะมีโอกาสตกเยอะขึ้น โอกาสตั้งครรภ์แฝดก็มากขึ้นตาม อย่างในประเทศไนจีเรีย หญิงตั้งครรภ์จะมีโอกาสเป็นแฝดได้ร้อยละ 2 แต่หญิงที่ตั้งครรภ์ครั้งที่ 6 หรือมากกว่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้ถึงร้อยละ 6.6
4. หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากโดยสาเหตุมาจากการกินเยอะ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าหญิงรูปร่างผอม ที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการหรือขาดอาหาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความสมบูรณ์ของร่างกายครับ
5. การได้รับสารหรือยากระตุ้นให้ตกไข่มากกว่า 1 ใบ ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาฮอร์โมน
6. การทำเด็กหลอดแก้ว
7. การกินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะยาคุมจะมีฤทธิ์ไปกดต่อมฮอร์โมนใต้สมองไม่ให้ไข่ตก แต่ถ้าเราเกิดอยากมีลูกและหยุดคุมขึ้นมาฮอร์โมนที่ถูกกดไว้มันจะเป็นอิสระ ทำให้ตกไข่ทีละหลายๆ ใบ จึงเกิดโอกาสเป็นเด็กแฝดได้มากกว่าคนปกติ

ที่มาของเนื้อหา---http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=trex&date=10-11-2005&group=1&gblog=15
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=trex&date=10-11-2005&group=1&gbl...
ที่มาของรูปภาพ---http://idea.kapook.com/files/imgidea/thumb/04539/Idea-6750-04539.jpg
http://i232.photobucket.com/albums/ee274/akapong99/Pangporn/album3/d5-1.jpg

รูปภาพของ puangtip

Smile

การเกิดแฝด
การเกิดแฝดมี 2 แบบคือ แฝดแท้ กับแฝดเทียม

แฝดแท้ เกิดจากไข่ใบเดียว ผสมกับน้ำเชื้อ 1 ตัว แต่ตัวอ่อนที่เกิดขึ้น มีการแบ่งตัวเป็นสองตัวหรือมากกว่านั้นจะเป็นเพศเดียวกันเสมอ
แฝดเทียม คือมาจากไข่หลายใบ เชื้อตัวผู้หลายตัวมีความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างคือ เพศเดียวกัน หรือต่างเพศกันและมีปัญหาตามมา
คือเป็น ฟรีมาติน ( Freemartin ) คือ
การที่ฮอร์โมนตัวผู้กดการทำงานงานของตัวเมีย ในระยะที่เป็นตัวอ่อนทำให้ตัวเมียเป็นหมัน แบบถาวรโดยที่ไม่มีความผิดปกติที่ตรวจได้เลยนอกจากการตรวจประวัติ
การศึกษาของชาวดัชพบว่า เด็กแฝดมักเกิดกับแม่ที่มีอายุมากเพราะว่าแม่มักจะมีแนวโน้มที่จะสร้างไข่ได้ทีละหลายใบมากกว่าหญิงที่มีอายุน้อยกว่า การเพิ่มขึ้นของการรักษาเรื่องการสืบพันธุ์ (ของแต่ละคน) อธิบายถึงอัตราการเกิดของแฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin)นักวิจัยจาก Vrije University อัมสเตอร์ดัม มองไปที่การพัฒนาของไข่ในหญิงมากกว่า 500 คน เพื่อที่จะดูว่าทำไมการเกิดแฝดจึงเกิดขึ้นบ่อยนัก งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร journal Human Reproduction
แฝดเหมือน (Identical twins) เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิของไข่ใบเดียวที่มีการแบ่งตัวทำให้ได้เด็ก 2 คน แต่แฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin) เกิดจากการพัฒนาของไข่ที่ปฏิสนธิ 2 ใบ
แฝดคู่ไม่เหมือนนับเป็น 1 ใน 3 ของการท้องเด็กแฝดในวงจรปกติ ฮอร์โมนที่มีชื่อว่า follicle stimulating hormone (FSH) กระตุ้นการเจริญของไข่ที่อยู่ในฟอลลิเคิล (follicle) ในรังไข่ กระบวนการนี้ถูกควบคุมเมื่อฟอลลิเคิลเจริญเต็มที่แล้ว ระดับของฮอร์โมน FSH ก็จะลดลง
นักวิทยาศาสตร์ชาวดัชได้วิเคราะห์การพัฒนาของฟอลลิเคล (ซึ่งเป็นที่สร้างไข่) ในวงจร 959 รอบในผู้หญิงเมื่อทำการให้สเปิร์มเข้าไปภายในมดลูกโดยตรง เพราะสาเหตุจากการเป็นหมันที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือการเป็นอย่างอ่อนของผู้ชาย นักวิจัยพบว่ามีการพัฒนาของฟอลลิเคิลในรังไข่ที่สร้างไข่หลายใบ เกิดขึ้นในผู้หญิง 105 คน (ฟอลลิเคิล 1 อันมีขนาดใหญ่กว่า 14 มิลลิเมตร) ในผู้หญิง 105 คนนั้นมีเพียง 5 คนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี 45 คนมีอายุระหว่าง 30-35 ปี และ 55 คน มีอายุมากกว่า 35 ปี
ความเข้มข้นของฮอร์โมน FSH เพิ่มขึ้นตามอายุ ทั้งในผู้หญิงที่มีการพัฒนาของฟอลลิเคิลแบบมีการสร้างไข่ใบเดียวและหลายใบ แต่คนที่มีการสร้างไข่หลายใบจะมีระดับฮอร์โมนที่สูงกว่า
ในระยะสุดท้ายของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง คือในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ อายุ 38-48 ปี เรียกว่าช่วง peri-menopausal transition ซึ่งต่อมพิทูอิทารี (pituitary gland) ได้ผลิตฮอร์โมน FSH มากขึ้นๆ เพื่อใช้ในการกระตุ้นการพัฒนาของไข่ที่เหลืออยู่น้อยในฟอลลิเคิล
จากการศึกษาพบว่า ในผู้หญิงบางคนระดับของ FSH ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เกินระดับที่ต้องการในการทำให้ไข่ 1 ใบสุก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีฟอลลิเคิล 2 อันหรือมากกว่าที่ประกอบไปด้วยไข่ที่มีคุณภาพดีที่พร้อมจะสุก เมื่อมีการกระตุ้นการตกไข่สองครั้งในเวลาเดียวกันเกิดขึ้น ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แบบแฝดเกิดขึ้นได้มากขึ้น

Dr Cornelius Lambalk หัวหน้าหน่วยวิจัยทางการแพทย์ของระบบสืบพันธุ์จาก Vrije University Medical Centre ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษา กล่าวว่า อายุที่มากขึ้นของผู้หญิงเกี่ยวพันกับความสามารถในการสืบพันธุ์ที่ลดลง เนื่องจากการลดลงของคุณภาพและจำนวนของไข่ที่พร้อมจะสุก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการของอัตราการเกิดแฝดคู่ไม่เหมือนก็เพิ่มขึ้นด้วยอย่างชัดเจน ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดจนถึงตอนนี้

Dr Gillian Lockwood แพทย์ผู้อำนวยการของ Midland Fertility Services กล่าวว่า การศึกษาได้ชี้ชัดถึงอะไรที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย ผลของที่เราพยายามตั้งใจที่จะเหนี่ยวนำการตกไข่หรือ IVF เมื่อเราฉีดฮอร์โมน FSH ไปเพื่อกระตุ้นให้สร้างหลายฟอลลิเคิลใน 1 รอบ

แหล่งที่มาข้อมูล:การศึกษาของชาวดัชพบว่า เด็กแฝดมักเกิดกับแม่ที่มีอายุมากเพราะว่าแม่มักจะมีแนวโน้มที่จะสร้างไข่ได้ทีละหลายใบมากกว่าหญิงที่มีอายุน้อยกว่า

การเพิ่มขึ้นของการรักษาเรื่องการสืบพันธุ์ (ของแต่ละคน) อธิบายถึงอัตราการเกิดของแฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin)

นักวิจัยจาก Vrije University อัมสเตอร์ดัม มองไปที่การพัฒนาของไข่ในหญิงมากกว่า 500 คน เพื่อที่จะดูว่าทำไมการเกิดแฝดจึงเกิดขึ้นบ่อยนัก งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร journal Human Reproduction

แฝดเหมือน (Identical twins) เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิของไข่ใบเดียวที่มีการแบ่งตัวทำให้ได้เด็ก 2 คน แต่แฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin) เกิดจากการพัฒนาของไข่ที่ปฏิสนธิ 2 ใบ

แฝดคู่ไม่เหมือนนับเป็น 1 ใน 3 ของการท้องเด็กแฝด

ในวงจรปกติ ฮอร์โมนที่มีชื่อว่า follicle stimulating hormone (FSH) กระตุ้นการเจริญของไข่ที่อยู่ในฟอลลิเคิล (follicle) ในรังไข่ กระบวนการนี้ถูกควบคุมเมื่อฟอลลิเคิลเจริญเต็มที่แล้ว ระดับของฮอร์โมน FSH ก็จะลดลง

นักวิทยาศาสตร์ชาวดัชได้วิเคราะห์การพัฒนาของฟอลลิเคล (ซึ่งเป็นที่สร้างไข่) ในวงจร 959 รอบในผู้หญิง

เมื่อทำการให้สเปิร์มเข้าไปภายในมดลูกโดยตรง เพราะสาเหตุจากการเป็นหมันที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือการเป็นอย่างอ่อนของผู้ชาย นักวิจัยพบว่ามีการพัฒนาของฟอลลิเคิลในรังไข่ที่สร้างไข่หลายใบ เกิดขึ้นในผู้หญิง 105 คน (ฟอลลิเคิล 1 อันมีขนาดใหญ่กว่า 14 มิลลิเมตร) ในผู้หญิง 105 คนนั้นมีเพียง 5 คนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี 45 คนมีอายุระหว่าง 30-35 ปี และ 55 คน มีอายุมากกว่า 35 ปี
ความเข้มข้นของฮอร์โมน FSH เพิ่มขึ้นตามอายุ ทั้งในผู้หญิงที่มีการพัฒนาของฟอลลิเคิลแบบมีการสร้างไข่ใบเดียวและหลายใบ แต่คนที่มีการสร้างไข่หลายใบจะมีระดับฮอร์โมนที่สูงกว่า

ในระยะสุดท้ายของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง คือในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ อายุ 38-48 ปี เรียกว่าช่วง peri-menopausal transition ซึ่งต่อมพิทูอิทารี (pituitary gland) ได้ผลิตฮอร์โมน FSH มากขึ้นๆ เพื่อใช้ในการกระตุ้นการพัฒนาของไข่ที่เหลืออยู่น้อยในฟอลลิเคิล

จากการศึกษาพบว่า ในผู้หญิงบางคนระดับของ FSH ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เกินระดับที่ต้องการในการทำให้ไข่ 1 ใบสุก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีฟอลลิเคิล 2 อันหรือมากกว่าที่ประกอบไปด้วยไข่ที่มีคุณภาพดีที่พร้อมจะสุก เมื่อมีการกระตุ้นการตกไข่สองครั้งในเวลาเดียวกันเกิดขึ้น ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แบบแฝดเกิดขึ้นได้มากขึ้น

Dr Cornelius Lambalk หัวหน้าหน่วยวิจัยทางการแพทย์ของระบบสืบพันธุ์จาก Vrije University Medical Centre ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษา กล่าวว่า อายุที่มากขึ้นของผู้หญิงเกี่ยวพันกับความสามารถในการสืบพันธุ์ที่ลดลง เนื่องจากการลดลงของคุณภาพและจำนวนของไข่ที่พร้อมจะสุก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการของอัตราการเกิดแฝดคู่ไม่เหมือนก็เพิ่มขึ้นด้วยอย่างชัดเจน ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดจนถึงตอนนี้

Dr Gillian Lockwood แพทย์ผู้อำนวยการของ Midland Fertility Services กล่าวว่า การศึกษาได้ชี้ชัดถึงอะไรที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย ผลของที่เราพยายามตั้งใจที่จะเหนี่ยวนำการตกไข่หรือ IVF เมื่อเราฉีดฮอร์โมน FSH ไปเพื่อกระตุ้นให้สร้างหลายฟอลลิเคิลใน 1 รอบ

เรื่องที่เกี่ยวข้องมากกว่าอัตราการเกิดที่ลดลง โดยเฉพาะกับหญิงที่แก่ ซึ่ง “ปล่อยให้มันสายเกินไป” เป็นที่น่าสนใจที่จะคาดเดาว่า กลไกของธรรมชาติอาจจะชดเชยให้ โดยเพิ่มเติมส่วนที่ขาดไปก่อนหน้านี้

แหล่งที่มาข้อมูล http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4735446.stm
http://www.212cafe.com/boardvip/viewcomment.phpaID=208727&user=siamindu&...
แหล่งที่รูปภาพ http://www.elib-online.com/doctor_images461/ladytwin00103.gif
http://www.elib-online.com/doctor_images461/ladytwin00102.gif

รูปภาพของ puangtip

Undecided

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์แฝด
ในช่วงแรกนั้นอาการอาจไม่แตกต่างจากครรภ์ปกติ แต่คุณแม่บางคนมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นและที่ชวนให้สงสัยมากขึ้นคือขนาดของมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น เช่น อายุครรภ์จริง 3 เดือน แต่มดลูกโตเท่าอายุครรภ์ 4 เดือน เป็นต้น
เราสามารถรถวินิจฉัยครรภ์แฝดได้อย่างแน่นอนโดยการตรวจอัลตราซาวด์ ทั้งจำนวนของทารกในครรภ์ และผลของความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของเด็ก
ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- สิ่งแรกที่ควรทำคือไปฝากครรภ์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีมากกว่า และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
- เรื่องของอาหารการกิน คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าแม่ตั้งครรภ์ปกติ อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ ส่วนจำพวกแป้งและน้ำตาลคุณหมอไม่แนะนำมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
- เรื่องของยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก โดยทั่วไปตอนฝากครรภ์คุณหมอจะต้องให้เสริมอยู่แล้ว ยิ่งครรภ์แฝดก็ต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
การตั้งครรภ์แฝดมีโอกาสผิดปกติได้ เช่น
• ปัญหาเรื่องซีด ซึ่งจำเป็นต้องได้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
• ความดันโลหิตสูง
• เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
• การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากมดลูกเกิดการยืดขยายมากและหดรัดตัวไม่ค่อยดีหลังคลอด จึงมีโอกาสที่จะตกเลือดหลังคลอดได้
• TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็ไม่โตสักทีตัวเล็ก คนรับก็อ้วนท้วนสมบูรณ์

ในกรณีที่เป็นมากส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือคนที่ตัวโต เพราะเกิดภาวะเลือดข้น หัวใจวาย บวมน้ำ เพราะว่าได้รับมากเกินไป แต่ถ้าขนาดต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีปัญหา และในกรณีที่ลูกเสียชีวิตไปคนหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่เสียชีวิตออก เพราะเมื่อเสียชีวิตเขาจะหยุดโต ไม่มีการเน่าเสียเพราะไม่ได้เจอเชื้อโรคภายนอก ส่วนอีกคนก็โตได้ตามปกติได้
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์โดยการใช้ผสมเทียม โอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดจะมีมาก ถ้าเป็นแฝดที่มากกว่า 2 คน โอกาสมีภาวะแทรกซ้อนก็มากขึ้นตามไปด้วย การที่เด็กแฝดคลอดออกมาหลาย ๆ คน แล้วทุกคนแข็งแรงปลอดภัยดี ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อย ทางที่ดีไม่ควรใส่ตัวอ่อนมากเกินไป ถ้าอยากได้แฝดก็เป็นแฝด 2 หรือ 3 คนก็พอ

การศึกษาของชาวดัชพบว่า เด็กแฝดมักเกิดกับแม่ที่มีอายุมากเพราะว่าแม่มักจะมีแนวโน้มที่จะสร้างไข่ได้ทีละหลายใบมากกว่าหญิงที่มีอายุน้อยกว่า

การเพิ่มขึ้นของการรักษาเรื่องการสืบพันธุ์ (ของแต่ละคน) อธิบายถึงอัตราการเกิดของแฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin)

นักวิจัยจาก Vrije University อัมสเตอร์ดัม มองไปที่การพัฒนาของไข่ในหญิงมากกว่า 500 คน เพื่อที่จะดูว่าทำไมการเกิดแฝดจึงเกิดขึ้นบ่อยนัก งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร journal Human Reproduction

แฝดเหมือน (Identical twins) เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิของไข่ใบเดียวที่มีการแบ่งตัวทำให้ได้เด็ก 2 คน แต่แฝดคู่ไม่เหมือน (non-identical twin) เกิดจากการพัฒนาของไข่ที่ปฏิสนธิ 2 ใบ

แฝดคู่ไม่เหมือนนับเป็น 1 ใน 3 ของการท้องเด็กแฝด

ในวงจรปกติ ฮอร์โมนที่มีชื่อว่า follicle stimulating hormone (FSH) กระตุ้นการเจริญของไข่ที่อยู่ในฟอลลิเคิล (follicle) ในรังไข่ กระบวนการนี้ถูกควบคุมเมื่อฟอลลิเคิลเจริญเต็มที่แล้ว ระดับของฮอร์โมน FSH ก็จะลดลง

นักวิทยาศาสตร์ชาวดัชได้วิเคราะห์การพัฒนาของฟอลลิเคล (ซึ่งเป็นที่สร้างไข่) ในวงจร 959 รอบในผู้หญิง

เมื่อทำการให้สเปิร์มเข้าไปภายในมดลูกโดยตรง เพราะสาเหตุจากการเป็นหมันที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือการเป็นอย่างอ่อนของผู้ชาย นักวิจัยพบว่ามีการพัฒนาของฟอลลิเคิลในรังไข่ที่สร้างไข่หลายใบ เกิดขึ้นในผู้หญิง 105 คน (ฟอลลิเคิล 1 อันมีขนาดใหญ่กว่า 14 มิลลิเมตร) ในผู้หญิง 105 คนนั้นมีเพียง 5 คนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี 45 คนมีอายุระหว่าง 30-35 ปี และ 55 คน มีอายุมากกว่า 35 ปี
ความเข้มข้นของฮอร์โมน FSH เพิ่มขึ้นตามอายุ ทั้งในผู้หญิงที่มีการพัฒนาของฟอลลิเคิลแบบมีการสร้างไข่ใบเดียวและหลายใบ แต่คนที่มีการสร้างไข่หลายใบจะมีระดับฮอร์โมนที่สูงกว่า

ในระยะสุดท้ายของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง คือในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ อายุ 38-48 ปี เรียกว่าช่วง peri-menopausal transition ซึ่งต่อมพิทูอิทารี (pituitary gland) ได้ผลิตฮอร์โมน FSH มากขึ้นๆ เพื่อใช้ในการกระตุ้นการพัฒนาของไข่ที่เหลืออยู่น้อยในฟอลลิเคิล

จากการศึกษาพบว่า ในผู้หญิงบางคนระดับของ FSH ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เกินระดับที่ต้องการในการทำให้ไข่ 1 ใบสุก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีฟอลลิเคิล 2 อันหรือมากกว่าที่ประกอบไปด้วยไข่ที่มีคุณภาพดีที่พร้อมจะสุก เมื่อมีการกระตุ้นการตกไข่สองครั้งในเวลาเดียวกันเกิดขึ้น ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แบบแฝดเกิดขึ้นได้มากขึ้น

Dr Cornelius Lambalk หัวหน้าหน่วยวิจัยทางการแพทย์ของระบบสืบพันธุ์จาก Vrije University Medical Centre ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษา กล่าวว่า อายุที่มากขึ้นของผู้หญิงเกี่ยวพันกับความสามารถในการสืบพันธุ์ที่ลดลง เนื่องจากการลดลงของคุณภาพและจำนวนของไข่ที่พร้อมจะสุก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการของอัตราการเกิดแฝดคู่ไม่เหมือนก็เพิ่มขึ้นด้วยอย่างชัดเจน ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดจนถึงตอนนี้

Dr Gillian Lockwood แพทย์ผู้อำนวยการของ Midland Fertility Services กล่าวว่า การศึกษาได้ชี้ชัดถึงอะไรที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย ผลของที่เราพยายามตั้งใจที่จะเหนี่ยวนำการตกไข่หรือ IVF เมื่อเราฉีดฮอร์โมน FSH ไปเพื่อกระตุ้นให้สร้างหลายฟอลลิเคิลใน 1 รอบ

เรื่องที่เกี่ยวข้องมากกว่าอัตราการเกิดที่ลดลง โดยเฉพาะกับหญิงที่แก่ ซึ่ง “ปล่อยให้มันสายเกินไป” เป็นที่น่าสนใจที่จะคาดเดาว่า กลไกของธรรมชาติอาจจะชดเชยให้ โดยเพิ่มเติมส่วนที่ขาดไปก่อนหน้านี้

ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4735446.stm
http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=117010&eid=20
ที่มารูปภาพ http://www.suksara.net/admin/images_upload/twin.jpg

รูปภาพของ puangtip

Undecided

การตั้งครรภ์แฝด
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติและเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม
รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์แฝด
ในช่วงแรกนั้นอาการอาจไม่แตกต่างจากครรภ์ปกติ แต่คุณแม่บางคนมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นและที่ชวนให้สงสัยมากขึ้นคือขนาดของมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น เช่น อายุครรภ์จริง 3 เดือน แต่มดลูกโตเท่าอายุครรภ์ 4 เดือน
เราสามารถรถวินิจฉัยครรภ์แฝดได้อย่างแน่นอนโดยการตรวจอัลตราซาวด์ ทั้งจำนวนของทารกในครรภ์ และผลของความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของเด็ก
ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- สิ่งแรกที่ควรทำคือไปฝากครรภ์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีมากกว่า และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
- เรื่องของอาหารการกิน คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าแม่ตั้งครรภ์ปกติ อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ ส่วนจำพวกแป้งและน้ำตาลคุณหมอไม่แนะนำมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
- เรื่องของยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก โดยทั่วไปตอนฝากครรภ์คุณหมอจะต้องให้เสริมอยู่แล้ว ยิ่งครรภ์แฝดก็ต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง การตั้งครรภ์แฝดมีโอกาสผิดปกติได้ เช่น
• ปัญหาเรื่องซีด ซึ่งจำเป็นต้องได้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
• ความดันโลหิตสูง
• เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
• การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากมดลูกเกิดการยืดขยายมากและหดรัดตัวไม่ค่อยดีหลังคลอด จึงมีโอกาสที่จะตกเลือดหลังคลอดได้
• TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็ไม่โตสักทีตัวเล็ก คนรับก็อ้วนท้วนสมบูรณ์
ในกรณีที่เป็นมากส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือคนที่ตัวโต เพราะเกิดภาวะเลือดข้น หัวใจวาย บวมน้ำ เพราะว่าได้รับมากเกินไป แต่ถ้าขนาดต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีปัญหา และในกรณีที่ลูกเสียชีวิตไปคนหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่เสียชีวิตออก เพราะเมื่อเสียชีวิตเขาจะหยุดโต ไม่มีการเน่าเสียเพราะไม่ได้เจอเชื้อโรคภายนอก ส่วนอีกคนก็โตได้ตามปกติได้
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์โดยการใช้ผสมเทียม โอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดจะมีมาก ถ้าเป็นแฝดที่มากกว่า 2 คน โอกาสมีภาวะแทรกซ้อนก็มากขึ้นตามไปด้วย การที่เด็กแฝดคลอดออกมาหลาย ๆ คน แล้วทุกคนแข็งแรงปลอดภัยดี ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อย ทางที่ดีไม่ควรใส่ตัวอ่อนมากเกินไป ถ้าอยากได้แฝดก็เป็นแฝด 2 หรือ 3 คนก็พอ
แหล่งที่มาข้อมูล : www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=117010&eid=20
แหล่งที่มารูปภาพ : http://www.d-ja.com/pic/read.asp?type=24&id=44

รูปภาพของ puangtip

Undecided

ทารกที่คลอดออกมาประมาณ ๑ ใน ๑๐๐ จะเป็นฝาแฝด แฝดมีสองประเภท คือ แฝดแท้ และแฝดเทียม
แฝดแท้ เป็นฝาแฝดที่เหมือนกันทุกประการ เพศของเด็กก็จะเหมือนกันด้วย เพราะเกิดจากไข่ใบเดียวกันผสมกับอสุจิเซลล์เดียว ขณะที่เริ่มแบ่งตัวตามปกติเซลล์กลับแบ่งตัวแยกเป็น ๒ กลุ่มแทน ซึ่งแต่ละกลุ่มเจริญเติบโต โดยฝังตัวอยู่ในมดลูก และพัฒนาเป็นทารกน้อย ๒ คน เมื่อเวลาผ่านไป ๙ เดือน ทารกที่มีโครโมโซม และยีนเหมือนกันทุกประการก็จะถือกำเนิดมา
แฝดเทียม เกิดขึ้นจากไข่ ๒ ใบ ผสมกับเซลล์อสุจิคนละตัว ฝาแฝดประเภทนี้สามารถเป็นเพศเดียวกันก็ได้ หรือคนละเพศก็ได้ ทารกน้อย ๒ คนอาจดูคล้ายกัน แต่ต่างจะมียีน และโครโมโซมของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน
คำว่า แฝด (Twins) ในสัตววิทยานั้นคือ การที่เพศเมียให้กำเนิดลูกมากกว่าหนึ่งชีวิตในท้องเดียว สำหรับในที่นี้จะพูดถึงแฝดที่เกิดขึ้นในมนุษย์
แฝดที่เกิดในมนุษย์ (Human Twins) สามารถแบ่งได้ ๕ แบบ คือ
๑.แฝดเทียมชาย-หญิง เป็นอุบัติการณ์ที่พบร้อยละ ๔๐ ของแฝดทั้งหมด
๒.แฝดเทียมหญิง-หญิง
๓.แฝดเทียมชาย-ชาย
๔.แฝดแท้หญิง-หญิง
๕.แฝดแท้ชาย-ชาย
ซึ่งในบางครั้งแฝดก็มีมากกว่า ๒ คน แล้วแต่อุบัติการณ์
ชนิดของแฝด (Type of Twins) สามารถแบ่งได้ ๔ ชนิด คือ
๑.แฝดเทียม (Fraternal twins; non-identical twins) เกิดจากไข่ (egg) ๒ ฟองที่ได้รับการปฏิสนธิ (fertilization) จากอสุจิ (sperm) คนละตัว แล้วฝังตัวบนผนังชั้นในของมดลูก (endometrium) ไข่ ๒ ฟองนี้เจริญไปเป็น ๒ ไซโกต (dizygotic) ซึ่งมีโอกาสที่น้อยมากๆ ที่ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นจะมีรูปแบบของพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ ทำให้แฝดในรูปแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกัน รวมทั้งเพศด้วย

๒.แฝดแท้ (Identical twins) เกิดจากไข่ฟองเดียว ได้รับการปฏิสนธิเป็นไซโกต (monozygotic) แต่แบ่งตัวให้กำเนิด ๒ คัพภะ (embryo) ซึ่งจะอยู่ในถุงน้ำคร่ำเดียวกัน รวมทั้งใช้สายสะดือและรกร่วมกันด้วย แฝดแท้เป็นแฝดที่มักจะเหมือนกันมาก เพราะเกิดจากการกลาย (mutation) ในระหว่างการแบ่งเซลล์ ดังนั้นแฝดในรูปแบบนี้จะมีเพศเหมือนกัน และหน้าตาเหมือนกัน เนื่องจากมีลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นจะต้องมีลายนิ้วมือที่เหมือนกัน

๒.แฝดกระจก (Mirror twins) เป็นแฝดแท้ (monozygotic) ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน เช่น การมีหัวใจคนละด้าน (dextrocardia) เป็นต้น เรียกว่า Situs inversus ซึ่งย่อมาจากวลีละตินที่ว่า "situs inversus viscerum" แปลว่า "การที่มีตำแหน่งของอวัยวะภายในสลับด้านกัน"

๔.แฝดโพลาร์ (Polar twins) เป็นแฝดแท้ (monozygotic) แต่อาจเรียกว่า half-indentical twins เพราะว่านอกจากอสุจิจะปฏิสนธิกับไข่แล้ว ยังมีอีกตัวไปปฏิสนธิกับส่วนโพลาร์บอดี (Polar body) ของไข่ฟองเดียวกัน
แหล่งที่มา http://hanulzora.exteen.com/20061002/fanfiction-my-destiny-part-3

รูปภาพของ puangtip

Smile

ทารกที่คลอดออกมาประมาณ ๑ ใน ๑๐๐ จะเป็นฝาแฝด แฝดมีสองประเภท คือ แฝดแท้ และแฝดเทียม
แฝดแท้ เป็นฝาแฝดที่เหมือนกันทุกประการ เพศของเด็กก็จะเหมือนกันด้วย เพราะเกิดจากไข่ใบเดียวกันผสมกับอสุจิเซลล์เดียว ขณะที่เริ่มแบ่งตัวตามปกติเซลล์กลับแบ่งตัวแยกเป็น ๒ กลุ่มแทน ซึ่งแต่ละกลุ่มเจริญเติบโต โดยฝังตัวอยู่ในมดลูก และพัฒนาเป็นทารกน้อย ๒ คน เมื่อเวลาผ่านไป ๙ เดือน ทารกที่มีโครโมโซม และยีนเหมือนกันทุกประการก็จะถือกำเนิดมา
แฝดเทียม เกิดขึ้นจากไข่ ๒ ใบ ผสมกับเซลล์อสุจิคนละตัว ฝาแฝดประเภทนี้สามารถเป็นเพศเดียวกันก็ได้ หรือคนละเพศก็ได้ ทารกน้อย ๒ คนอาจดูคล้ายกัน แต่ต่างจะมียีน และโครโมโซมของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน
คำว่า แฝด (Twins) ในสัตววิทยานั้นคือ การที่เพศเมียให้กำเนิดลูกมากกว่าหนึ่งชีวิตในท้องเดียว สำหรับในที่นี้จะพูดถึงแฝดที่เกิดขึ้นในมนุษย์
แฝดที่เกิดในมนุษย์ (Human Twins) สามารถแบ่งได้ ๕ แบบ คือ
๑.แฝดเทียมชาย-หญิง เป็นอุบัติการณ์ที่พบร้อยละ ๔๐ ของแฝดทั้งหมด
๒.แฝดเทียมหญิง-หญิง
๓.แฝดเทียมชาย-ชาย
๔.แฝดแท้หญิง-หญิง
๕.แฝดแท้ชาย-ชาย
ซึ่งในบางครั้งแฝดก็มีมากกว่า ๒ คน แล้วแต่อุบัติการณ์
ชนิดของแฝด (Type of Twins) สามารถแบ่งได้ ๔ ชนิด คือ
๑.แฝดเทียม (Fraternal twins; non-identical twins) เกิดจากไข่ (egg) ๒ ฟองที่ได้รับการปฏิสนธิ (fertilization) จากอสุจิ (sperm) คนละตัว แล้วฝังตัวบนผนังชั้นในของมดลูก (endometrium) ไข่ ๒ ฟองนี้เจริญไปเป็น ๒ ไซโกต (dizygotic) ซึ่งมีโอกาสที่น้อยมากๆ ที่ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นจะมีรูปแบบของพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ ทำให้แฝดในรูปแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกัน รวมทั้งเพศด้วย

๒.แฝดแท้ (Identical twins) เกิดจากไข่ฟองเดียว ได้รับการปฏิสนธิเป็นไซโกต (monozygotic) แต่แบ่งตัวให้กำเนิด ๒ คัพภะ (embryo) ซึ่งจะอยู่ในถุงน้ำคร่ำเดียวกัน รวมทั้งใช้สายสะดือและรกร่วมกันด้วย แฝดแท้เป็นแฝดที่มักจะเหมือนกันมาก เพราะเกิดจากการกลาย (mutation) ในระหว่างการแบ่งเซลล์ ดังนั้นแฝดในรูปแบบนี้จะมีเพศเหมือนกัน และหน้าตาเหมือนกัน เนื่องจากมีลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นจะต้องมีลายนิ้วมือที่เหมือนกัน

๒.แฝดกระจก (Mirror twins) เป็นแฝดแท้ (monozygotic) ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน เช่น การมีหัวใจคนละด้าน (dextrocardia) เป็นต้น เรียกว่า Situs inversus ซึ่งย่อมาจากวลีละตินที่ว่า "situs inversus viscerum" แปลว่า "การที่มีตำแหน่งของอวัยวะภายในสลับด้านกัน"

๔.แฝดโพลาร์ (Polar twins) เป็นแฝดแท้ (monozygotic) แต่อาจเรียกว่า half-indentical twins เพราะว่านอกจากอสุจิจะปฏิสนธิกับไข่แล้ว ยังมีอีกตัวไปปฏิสนธิกับส่วนโพลาร์บอดี (Polar body) ของไข่ฟองเดียวกัน
http://hanulzora.exteen.com/20061002/fanfiction-my-destiny-part-3

รูปภาพของ puangtip

Smile

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์แฝด
ในช่วงแรกนั้นอาการอาจไม่แตกต่างจากครรภ์ปกติ แต่คุณแม่บางคนมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นและที่ชวนให้สงสัยมากขึ้นคือขนาดของมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น เช่น อายุครรภ์จริง 3 เดือน แต่มดลูกโตเท่าอายุครรภ์ 4 เดือน เป็นต้น
เราสามารถรถวินิจฉัยครรภ์แฝดได้อย่างแน่นอนโดยการตรวจอัลตราซาวด์ ทั้งจำนวนของทารกในครรภ์ และผลของความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของเด็ก
ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- สิ่งแรกที่ควรทำคือไปฝากครรภ์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีมากกว่า และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
- เรื่องของอาหารการกิน คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าแม่ตั้งครรภ์ปกติ อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ ส่วนจำพวกแป้งและน้ำตาลคุณหมอไม่แนะนำมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
- เรื่องของยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก โดยทั่วไปตอนฝากครรภ์คุณหมอจะต้องให้เสริมอยู่แล้ว ยิ่งครรภ์แฝดก็ต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
การตั้งครรภ์แฝดมีโอกาสผิดปกติได้ เช่น
• ปัญหาเรื่องซีด ซึ่งจำเป็นต้องได้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
• ความดันโลหิตสูง
• เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
• การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากมดลูกเกิดการยืดขยายมากและหดรัดตัวไม่ค่อยดีหลังคลอด จึงมีโอกาสที่จะตกเลือดหลังคลอดได้
• TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็ไม่โตสักทีตัวเล็ก คนรับก็อ้วนท้วนสมบูรณ์

ในกรณีที่เป็นมากส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือคนที่ตัวโต เพราะเกิดภาวะเลือดข้น หัวใจวาย บวมน้ำ เพราะว่าได้รับมากเกินไป แต่ถ้าขนาดต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีปัญหา และในกรณีที่ลูกเสียชีวิตไปคนหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่เสียชีวิตออก เพราะเมื่อเสียชีวิตเขาจะหยุดโต ไม่มีการเน่าเสียเพราะไม่ได้เจอเชื้อโรคภายนอก ส่วนอีกคนก็โตได้ตามปกติได้
[IMG]http://i266.photobucket.com/albums/ii245/craziiz123/8e9872c7.jpg[/IMG]

ที่มาของข้อมูล : http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=117010&eid=20
ที่มาของรูปภาพ : http://hilight.kapook.com/view/25772

รูปภาพของ puangtip

Undecided

ตามหลักการวิทยาศาสตร์ การเกิดแฝดมี 2 แบบคือ 1.แฝดแท้ 2.แฝดเทียม แฝดแท้ เกิดจากไข่ใบเดียว ผสมกับน้ำเชื้อ 1 ตัว แต่ตัวอ่อนที่เกิดขึ้น มีการแบ่งตัวเป็นสองตัวหรือมากกว่านั้น จะเป็นเพศเดียวกันเสมอ แฝดเทียม คือมาจากไข่หลายใบ เชื้อตัวผู้หลายตัว มีความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างคือ เพศเดียวกัน หรือต่างเพศกัน และมีปัญหาตามมาคือเป็น ฟรีมาติน ( Freemartin ) คือ การที่ฮอร์โมนตัวผู้กดการทำงานงานของตัวเมีย ในระยะที่เป็นตัวอ่อนทำให้ตัวเมียเป็นหมัน แบบถาวร โดยที่ไม่มีความผิดปกติที่ตรวจได้เลยนอกจากการตรวจประวัติ การเกิดลูกแฝดในทางการแพทย์ถือว่าเป็นความผิดปกติ ต้องการมีการดูและเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแม่วัวที่คลอดลูกแฝด มักมีปัญหาอื่นๆตามมา เช่น การคลอดยาก บางครั้งต้องล้วงช่วย หรือหนักกว่านั้นต้องผ่าช่วยคลอด ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก หลังจากการคลอด ก็มีปัญหาการเกิดรกค้างค่อนข้างสูง แล้วเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมดลูกอักเสบต่อเนื่อง การมีลูกแฝดบางครั้งทั้งลูกทั้งแม่อาจตายได้ ที่มาของเนื้อหาhttp://www.212cafe.com/boardvip/viewcomment.php?aID=208727&user=siamindu&id=768&page=2&page_limit=50 ที่มาของรูปภาพhttp://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://idea.kapook.com/files/imgidea/thumb/04539/Idea-6750-04539.jpg&imgrefurl=http://idea.kapook.com/showidea/732/1&usg=_ _hHWy6cQUvwTkNTuMry90sPvT7i0=&h=335&w=500&sz=43&hl=th&start= 14&um=1&tbnid=SK588k7UkEHryM:&tbnh=87&tbnw=130&prev =/images%3Fq%3D%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%2594% 26hl%3Dth%26cr%3DcountryTH%26sa%3DN%26um%3D1

รูปภาพของ puangtip

Undecidedค้นเรื่องแฝดวัวก็น่าสนใจดีแต่ไม่เห็นรูปเลย

เรื่องการเกิดแฝด

ตามหลักการวิทยาศาสตร์ การเกิดแฝดมี 2 แบบคือ แฝดแท้ กับแฝดเทียม

แฝดแท้ เกิดจากไข่ใบเดียว ผสมกับน้ำเชื้อ 1 ตัว แต่ตัวอ่อนที่เกิดขึ้น มีการแบ่งตัวเป็นสองตัวหรือมากกว่านั้นจะเป็นเพศเดียวกันเสมอ

แฝดเทียม คือมาจากไข่หลายใบ เชื้อตัวผู้หลายตัวมีความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างคือ เพศเดียวกัน หรือต่างเพศกัน และมีปัญหาตามมาคือเป็น ฟรีมาติน ( Freemartin ) คือ การที่ฮอร์โมนตัวผู้กดการทำงานงานของตัวเมีย ในระยะที่เป็นตัวอ่อนทำให้ตัวเมียเป็นหมัน แบบถาวร
โดยที่ไม่มีความผิดปกติที่ตรวจได้เลยนอกจากการตรวจประวัติ

การเกิดลูกแฝดในทางการแพทย์ถือว่าเป็นความผิดปกติต้องการมีการดูและเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแม่วัวที่คลอดลูกแฝด มักมีปัญหาอื่นๆตามมา เช่น การคลอดยาก บางครั้งต้องล้วงช่วยหรือหนักกว่านั้นต้องผ่าช่วยคลอด ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก
หลังจากการคลอด ก็มีปัญหาการเกิดรกค้างค่อนข้างสูง แล้วเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมดลูกอักเสบต่อเนื่อง การมีลูกแฝดบางครั้งทั้งลูกทั้งแม่อาจตายได้

การผสมเทียมให้เกิดลูกแฝดถ้าเกิดจากการผสมที่ปกติมีโอกาสน้อย อาจจะเป็นประมาณ 1ต่อ 10,000 ตัว คือ นาน นาน เกิดที แต่ถ้าเป็นการใช้วิทยาการหรือหลักวิชาการใหม่ๆมีความเป็นไปได้ แต่ต้องถามตังเองก่อนว่าพร้อมขนาดไหน
เพราะอาจมีตัแต่ดีใจคือ วัวแม่ลูกปลอดภัย หนักกว่านั้นอาจจะเสียใจ ที่ทั้งแม่และลูกตาย
หรือถ้าโชคดีคลอดได้ปกติ แต่เป็นแฝดเทียม มีทั้งสองเพศ ตัวเมียที่เกิดมาก็ไม่สามารถมีลูกได้แน่นอน 1,000%

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

แหล่งอ้างอิงเนื้อหา : http://www.212cafe.com/boardvip/viewcomment.phpaID=208727&user=siamindu&...
http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=117010&eid=20
แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://1.bp.blogspot.com/_ZQ5_t7IRGMQ/SKm7s_Fq0I/AAAAAAAAAQ0/zIYSEM86Jtc...
http://idea.kapook.com/files/imgidea/thumb/04539/Idea-6750-04539.jpg
http://www.goosiam.com/news/news1/admin/my_documents/my_pictures/5BE_%E0...

รูปภาพของ puangtip

Smile

ควรปรัปรุงลำดับเนื้อหา ใส่รูป และอธิบายปัญหา freemartinให้ชัดเจนกว่านี้

http://blog.hunsa.com/user/far139/upload/images.jpg
การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

รู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์แฝด
ในช่วงแรกนั้นอาการอาจไม่แตกต่างจากครรภ์ปกติ แต่คุณแม่บางคนมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นและที่ชวนให้สงสัยมากขึ้นคือขนาดของมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น เช่น อายุครรภ์จริง 3 เดือน แต่มดลูกโตเท่าอายุครรภ์ 4 เดือน เป็นต้น
เราสามารถรถวินิจฉัยครรภ์แฝดได้อย่างแน่นอนโดยการตรวจอัลตราซาวด์ ทั้งจำนวนของทารกในครรภ์ และผลของความสมบูรณ์และการเจริญเติบโตของเด็ก
ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- สิ่งแรกที่ควรทำคือไปฝากครรภ์ ซึ่งคุณหมอจะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีมากกว่า และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
- เรื่องของอาหารการกิน คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าแม่ตั้งครรภ์ปกติ อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ ส่วนจำพวกแป้งและน้ำตาลคุณหมอไม่แนะนำมาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
- เรื่องของยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก โดยทั่วไปตอนฝากครรภ์คุณหมอจะต้องให้เสริมอยู่แล้ว ยิ่งครรภ์แฝดก็ต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
การตั้งครรภ์แฝดมีโอกาสผิดปกติได้ เช่น
• ปัญหาเรื่องซีด ซึ่งจำเป็นต้องได้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
• ความดันโลหิตสูง
• เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
• การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากมดลูกเกิดการยืดขยายมากและหดรัดตัวไม่ค่อยดีหลังคลอด จึงมีโอกาสที่จะตกเลือดหลังคลอดได้
• TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็ไม่โตสักทีตัวเล็ก คนรับก็อ้วนท้วนสมบูรณ์

ในกรณีที่เป็นมากส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือคนที่ตัวโต เพราะเกิดภาวะเลือดข้น หัวใจวาย บวมน้ำ เพราะว่าได้รับมากเกินไป แต่ถ้าขนาดต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีปัญหา และในกรณีที่ลูกเสียชีวิตไปคนหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่เสียชีวิตออก เพราะเมื่อเสียชีวิตเขาจะหยุดโต ไม่มีการเน่าเสียเพราะไม่ได้เจอเชื้อโรคภายนอก ส่วนอีกคนก็โตได้ตามปกติได้
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์โดยการใช้ผสมเทียม โอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดจะมีมาก ถ้าเป็นแฝดที่มากกว่า 2 คน โอกาสมีภาวะแทรกซ้อนก็มากขึ้นตามไปด้วย การที่เด็กแฝดคลอดออกมาหลาย ๆ คน แล้วทุกคนแข็งแรงปลอดภัยดี ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อย ทางที่ดีไม่ควรใส่ตัวอ่อนมากเกินไป ถ้าอยากได้แฝดก็เป็นแฝด 2 หรือ 3 คนก็พอ
http://idea.kapook.com/files/imgidea/thumb/04539/Idea-6750-04539.jpg
แหล่งที่มาของเนื้อหา : http://blog.hunsa.com/far139/blog/14573/2
แหล่งที่มาของรูปภาพ : http://blog.hunsa.com/far139/blog/14573/2
http://idea.kapook.com/files/imgidea/thumb/04539/Idea-6750-04539.jpg

รูปภาพของ puangtip

Undecided

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1 : 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม

ปัจจัยการเกิดแฝด
1. กรรมพันธุ์ เครือญาติของแม่ที่มีแฝด จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าเครือญาติของพ่อที่มีลูกแฝด อย่างเช่น ผมเคยทำคลอดรายหนึ่งตัวคุณแม่เป็นแฝด ลูกเขาก็แฝด และยายของหลานแฝดก็เป็นแฝด ซึ่งมันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. เชื้อชาติ เช่น ในฝรั่งผิวขาวชาวยุโรปจะเกิดฝาแฝด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 100 คน ส่วนหญิงนิโกรจะเกิด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 80 คน
3. อายุของแม่และจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ก็มีส่วนอย่างยิ่ง เพราะยิ่งอายุและจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์มากเท่าไร ไข่จะมีโอกาสตกเยอะขึ้น โอกาสตั้งครรภ์แฝดก็มากขึ้นตาม อย่างในประเทศไนจีเรีย หญิงตั้งครรภ์จะมีโอกาสเป็นแฝดได้ร้อยละ 2 แต่หญิงที่ตั้งครรภ์ครั้งที่ 6 หรือมากกว่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้ถึงร้อยละ 6.6
4. หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากโดยสาเหตุมาจากการกินเยอะ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าหญิงรูปร่างผอม ที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการหรือขาดอาหาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความสมบูรณ์ของร่างกายครับ
5. การได้รับสารหรือยากระตุ้นให้ตกไข่มากกว่า 1 ใบ ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาฮอร์โมน
6. การทำเด็กหลอดแก้ว
7. การกินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะยาคุมจะมีฤทธิ์ไปกดต่อมฮอร์โมนใต้สมองไม่ให้ไข่ตก แต่ถ้าเราเกิดอยากมีลูกและหยุดคุมขึ้นมาฮอร์โมนที่ถูกกดไว้มันจะเป็นอิสระ ทำให้ตกไข่ทีละหลายๆ ใบ จึงเกิดโอกาสเป็นเด็กแฝดได้มากกว่าคนปกติครับ

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=117010&eid=20
http://pordesign.blogspot.com/2008/03/blog-post_18.html

แหล่งที่มารูปภาพ : http://photos2.hi5.com/0056/510/005/uz3IhZ510005-02.jpg
http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/entertain/Neko...
http://www.yenta4.com/webboard/upload_images/1245761.jpg

รูปภาพของ puangtip

Smile

กำเนิดของ…ฝาแฝด

" ฝาแฝดเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ เพราะธรรมดามนุษย์เราจะมีบุตรทีละ 1 คนเท่านั้น แต่สำหรับคนคูณสองอย่างฝาแฝดจึงเป็นกรณีพิเศษครับ"
คือความหมายของฝาแฝดจากคำบอกเล่าของ น.พ.มฆวัน ธนะนันท์กุล สูติแพทย์ผู้มากด้วยประสบการณ์ ซึ่งจะมาช่วยไขข้อข้องใจในเรื่องแฝดๆ ให้ได้ทราบกันค่ะ

" ฝาแฝดนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ครับคือ
1. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่ 1 ใบ (Indentical twins) เด็กจะรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน เพศเดียวกัน 1 ใบ ออกมาทุกเดือน หากมีเพศสัมพันธ์ตัวอสุจิก็จะเข้าไปผสมในท่อรังไข่ จะเกิดเป็นเด็ก 1 เซลล์ จากไข่ 1 ใบ เป็นเด็ก 1 คน วันต่อมาไข่ใบนี้ก็จะแบ่งเป็น 2 เซลล์ วันต่อมาเป็น 4 เซลล์ และ 8 เซลล์ตามลำดับ ซึ่งจะเยอะขึ้นเป็น 64 เซลล์ เพื่อพร้อมจำแนกเซลล์และสร้างอวัยวะ หลังจากนั้นวันที่ 5-6 ไข่ก็จะเดินทางมาถึงมดลูก ฝังตัว เติบโตและกลายเป็นเด็ก 1 คน
แต่ในกรณีที่เป็นเด็กแฝดจากไข่ใบเดียวกัน เด็กจะแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ 3-4 วันแรก สมมติว่าไข่ที่ถูกผสมแบ่งตัวออกเป็น 4 เซลล์ แล้ว 1 ใน 4 เซลล์เกิดแบ่งตัวออกมาเองกลายเป็น 3 เซลล์อันหนึ่ง และ 1 เซลล์อันหนึ่ง ก็จะเกิดความเหมือนกันทุกอย่าง เพราะเกิดมาจากเซลล์ๆ เดียวกันแต่มีการแบ่งตัวเท่านั้น การพัฒนาและการเติบโตของเซลล์ก็จะดำเนินไปเหมือนเดิม เดินทางไปยังมดลูก และฝังตัวเหมือนกันทั้ง 2 เซลล์ฉะนั้นเขาก็จะมีถุงน้ำและรกเป็นคนละอันกัน

หากเด็กไม่มีการแบ่งเซลล์ เขาก็จะเป็นคนๆ เดียว แต่ถ้าเกิดแบ่งตัวหลังจากนั้นหรือตอนโตแล้ว ก็จะเกิดการวิปริต ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดเพราะเซลล์ต่างๆ เริ่มสร้างอวัยวะแล้ว
อย่างฝาแฝดอินจันเกิดจากการแบ่งตัวภายหลัง ตัวเด็กที่กำลังถูกสร้างเกิดการแบ่งตัวก็เลยติดกัน เราจะห้ามไม่ได้ว่าเขาจะแบ่งตัวตอนไหน เวลาใด และความจริงอินจันเขาต้องเกิดมาเป็นคนๆ เดียว แต่เกิดมาแบ่งตัวตอนที่ไม่ควรแบ่งแล้วอย่างคนอื่นก็อาจมีกรณีอย่างนี้ เช่น หัวติดกัน ท้องติดกัน เป็นต้น

2. เด็กแฝดที่เกิดจากการปฏิสนธิจากไข่มากกว่า 1 ใบ (Fraternal twins) จะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นคนละเพศกันก็ได้ เกิดจากแม่มีไข่ตกมากกว่า 1 ใบ และไข่มีความสมบูรณ์มากกว่า 1 ใบ ตัวอสุจิจึงเข้าไปผสมตามจำนวนไข่ที่สมบูรณ์ หากมีไข่ 3 ใบ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นแฝด 3 ได้ จึงเป็นฝาแฝดที่แยกกันตั้งแต่ตอนเป็นไข่แล้ว ฝาแฝดชนิดนี้จึงมีความคล้ายพี่น้องมากกว่าความเหมือนของฝาแฝด มีสิทธิ์จะเป็นคนละเพศหรือเพศเดียวกันก็ได้ เพราะไข่คนละใบ อสุจิคนละตัวกันครับ"

ปัจจัยเกิดแฝด

" จากการสำรวจเด็กแฝดที่เกิดจากไข่ 1 ใบ หรือที่เรียกว่าแฝดเหมือน จะมีอุบัติการณ์เท่ากันทุกเชื้อชาติ คือ 1 คู่ / 250 คน ส่วนเด็กแฝดที่เกิดจากไข่มากกว่า 1 ใบ จะมีปัจจัยดังนี้ครับ
1. กรรมพันธุ์ เครือญาติของแม่ที่มีแฝด จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าเครือญาติของพ่อที่มีลูกแฝด อย่างเช่น ผมเคยทำคลอดรายหนึ่งตัวคุณแม่เป็นแฝด ลูกเขาก็แฝด และยายของหลานแฝดก็เป็นแฝด ซึ่งมันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์
2. เชื้อชาติ เช่น ในฝรั่งผิวขาวชาวยุโรปจะเกิดฝาแฝด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 100 คน ส่วนหญิงนิโกรจะเกิด 1 คู่ต่อหญิงตั้งครรภ์ 80 คน
3. อายุของแม่และจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ก็มีส่วนอย่างยิ่ง เพราะยิ่งอายุ และจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์มากเท่าไร ไข่จะมีโอกาสตกเยอะขึ้น โอกาสตั้งครรภ์แฝดก็มากขึ้นตาม อย่างในประเทศไนจีเรีย หญิงตั้งครรภ์จะมีโอกาสเป็นแฝดได้ร้อยละ 2 แต่หญิงที่ตั้งครรภ์ครั้งที่ 6 หรือมากกว่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้ถึงร้อยละ 6.6
4. หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากโดยสาเหตุมาจากการกินเยอะ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าหญิงรูปร่างผอม ที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการหรือขาดอาหาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความสมบูรณ์ของร่างกายครับ
5. การได้รับสารหรือยากระตุ้นให้ตกไข่มากกว่า 1 ใบ ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาฮอร์โมน
6. การทำเด็กหลอดแก้ว
7. การกินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ประมาณ 3 ปีขึ้นไป เพราะยาคุมจะมีฤทธิ์ไปกดต่อมฮอร์โมนใต้สมองไม่ให้ไข่ตก แต่ถ้าเราเกิดอยากมีลูกและหยุดคุมขึ้นมาฮอร์โมนที่ถูกกดไว้มันจะเป็นอิสระ ทำให้ตกไข่ทีละหลายๆ ใบ จึงเกิดโอกาสเป็นเด็กแฝดได้มากกว่าคนปกติครับ

แหล่งที่มา : http://www.elib-online.com/doctors46/lady_twin002.html
ที่มารูปภาพ : http://play.kapook.com/files/play/photo/3/17817_788230.jpg
http://www.campustvonline.com/newsboard/photo/16711671.jpg

รูปภาพของ puangtip

Smile

การเกิดเด็กแฝด

การตั้งครรภ์แฝดเกิดจาก
การตั้งครรภ์แฝดสามารถเกิดได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์
แฝดมี 2 ชนิดคือ
- แฝดเหมือน เกิดจากไข่ 1 ใบได้รับการผสมตามกระบวนการธรรมชาติ แล้วแบ่งตัวออกเป็น 2 จึงมีหน้าตาเหมือนกัน เปอร์เซ็นต์การเกิดแฝดชนิดนี้คือ 1: 250
- แฝดไม่เหมือน เกิดจากไข่ 2 ใบ (หรืออาจมากกว่า) อาจเกิดจากการผสมทั้งตามธรรมชาติและจากการผสมเทียม เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่แน่นอน ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์นั่นเองที่ทำให้พบภาวะนี้ได้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิม
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
การตั้งครรภ์แฝดมีโอกาสผิดปกติได้ เช่น
• ปัญหาเรื่องซีด ซึ่งจำเป็นต้องได้ธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น
• ความดันโลหิตสูง
• เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
• การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากมดลูกเกิดการยืดขยายมากและหดรัดตัวไม่ค่อยดีหลังคลอด จึงมีโอกาสที่จะตกเลือดหลังคลอดได้
• TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็ไม่โตสักทีตัวเล็ก คนรับก็อ้วนท้วนสมบูรณ์
ในกรณีที่เป็นมากส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือคนที่ตัวโต เพราะเกิดภาวะเลือดข้น หัวใจวาย บวมน้ำ เพราะว่าได้รับมากเกินไป แต่ถ้าขนาดต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 10-20 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีปัญหา และในกรณีที่ลูกเสียชีวิตไปคนหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่เสียชีวิตออก เพราะเมื่อเสียชีวิตเขาจะหยุดโต ไม่มีการเน่าเสียเพราะไม่ได้เจอเชื้อโรคภายนอก ส่วนอีกคนก็โตได้ตามปกติได้
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์โดยการใช้ผสมเทียม โอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดจะมีมาก ถ้าเป็นแฝดที่มากกว่า 2 คน โอกาสมีภาวะแทรกซ้อนก็มากขึ้นตามไปด้วย การที่เด็กแฝดคลอดออกมาหลาย ๆ คน แล้วทุกคนแข็งแรงปลอดภัยดี ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อย ทางที่ดีไม่ควรใส่ตัวอ่อนมากเกินไป ถ้าอยากได้แฝดก็เป็นแฝด 2 หรือ 3 คนก็พอ
http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=399
www.biotec.or.th/.../newsdetail.asp?id=4882

รูปภาพของ puangtip

Smile

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน กำลังออนไลน์