การพัฒนาอสังหาฯ ที่ไม่ดราม่า

รูปภาพของ pornchokchai

          "อสังหาริมทรัพย์ต่างแดน" ในวันนี้ ขอเน้นเรื่องการพัฒนาที่ไม่ดราม่า ซึ่งอาจขัดใจนักอนุรักษ์ (เฉพาะที่คร่ำครึ) ในประเทศไทยของเราสักหน่อย  แต่ถือเป็นการเปิดหูเปิดตา จะได้ไม่งมงายกับการพัฒนาที่ไร้ราก  ไม่นำพาความเหลวไหลมาอยู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และในแวดวงภูมิปัญญาไทย!

          ผมขออนุญาตนำการพัฒนาที่ดินดีๆ ในต่างประเทศมาเล่าสู่กันฟังบ้าง

          1. ท่าเรือลอนดอน (London Docklands) ซึ่งเป็นที่ดินกลางเมืองริมสองฝั่งแม่น้ำเทมส์ ขนาด 1,338 ไร่ ก็ใช้พัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างเข้มข้น (http://bit.ly/1UIj9jF)  เขาไม่ได้ดรามาว่าตรงนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบบท่าเรือคลองเตย เลยเอามาทำสวนสาธารณะแบบที่บ้านเราชอบปล้นที่หลวงไปทำสวนให้คนส่วนน้อยใช้แต่อย่างใด

          2. ศูนย์กลางการเงินบริเวณถนน Leadenhall ใจกลางกรุงลอนดอนอันเก่าแก่นับพันปี และในบริเวณใกล้เคียงก็เป็นที่ตั้งของอาคารอนุรักษ์มากมาย ก็นำไปพัฒนาใหม่เป็นอาคารสูงสมัยใหม่ รูปร่างสวยแปลกตาทั้งสิ้น โดยไม่เห็นว่าจะเกิดทัศนะอุจจาดแต่อย่างใด

          3. อาคารโบราณใกล้พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว อาคารนี้สร้างมานาน มีสถาปัตยกรรมในสมัยก่อน ถือได้ว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตามโดยที่ที่ดินใจกลางเมืองมีราคาแพงมาก ดังนั้นจึงอนุรักษ์อาคารเดิมไว้ แต่สร้างอาคารใหม่คร่อมอยู่บนอาคารเดิม เพื่อที่จะใช้สอยที่ดินที่แสนแพงในใจกลางกรุงโตเกียวให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

          4. สถานีรถไฟโอซากา นครโอซากา (http://bit.ly/1LBWMLS) ในปัจจุบันรถไฟต่าง ๆ ลงใต้ดินกันแทบหมดแล้ว สถานีรถไฟบนดินขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโอซากาจึงไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป ถ้าเป็นในประเทศไทย ก็คงมีเสียงเรียกร้องให้นำไปทำพื้นที่สีเขียว แต่ในกรณีนี้ เขาจะพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ เพราะในใจกลางเมืองพื้นที่มีจำกัด จำเป็นต้องพัฒนาเชิงพาณิชย์ จะได้ไม่รุกออกนอกเมือง ส่วนใครจะได้พื้นที่สีเขียวก็สามารถไปสูดอากาศนอกเมือง หรือสร้างเป็นสวนเล็ก ๆ เป็นอาคารเขียว เพื่อลดมลภาวะ เป็นต้น

          5. สร้างอาคารคร่อมอาคารเก่า นครโตรอนโต ปรากฏการณ์นี้ก็คล้ายกับที่ญี่ปุ่น เขาไม่ยอมให้ "คนตายขายคนเป็น" จึงสร้างอาคารคร่อมอาคารอนุรักษ์เดิมไว้ นอกจากนั้นภายในอาคารก็นำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ ดูคล้ายเหลือแค่เปลือกภายนอกที่เหมือนเดิมไว้เท่านั้น ไม่เฉพาะอาคารที่แสดงนี้ ในนครโตรอนโต มีการสร้างอาคารใหม่คร่อมอาคารใหม่หลายหลังด้วยกัน (http://bit.ly/1hMZUs8)

          6. ที่ตั้งเวิลด์เอ็กซ์โป นครเซี่ยงไฮ้ ขนาด 3,300 ไร่ มีโรงงาน-โกดังเก่าแก่ ก็ไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ แบบ “คนตายขายคนเป็น” แต่พัฒนาเป็นศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ทันสมัย (http://bit.ly/1PwU6Rd)  เซี่ยงไฮ้ใช้พื้นที่โรงงาน-โกดังเก่าใจกลางเมือง  และทำการพัฒนาในเชิงพาณิชย์  และหลังจากงานดังกล่าวนี้แล้ว ก็สามารถนำมาพัฒนาต่อเนื่องได้ทันที

          7. สนามบินไคตัก ฮ่องกง  หลังจากสนามบินแห่งนี้ปิดตัวลงในปี 2541 ทางการฮ่องกงไม่เอาไปทำสวน แต่มีวิสัยทัศน์กว่านั้นมาก เขานำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ คล้ายที่เซี่ยงไฮ้ โดยมีทั้งโรงแรม อาคารสำนักงานทั้งของรัฐและเอกชน ศูนย์การค้า ห้องชุดหรูเลิศขายให้กับคนรวยๆ เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ (http://bit.ly/1HdooTG)

          8. ศูนย์รถไฟฟ้า KL Sentral กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขนาด 200 ไร่ ก็มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อการพาณิชย์ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรมชั้นหนึ่ง แทบไม่มีพื้นที่ไหนใช้เพื่อการเป็นสวนเลย  กรณีนี้คล้ายกับที่ดินรถไฟมักกะสันของไทยที่พวกนักอนุรักษ์บางส่วนจะพยายามนำไปทำสวนสาธาณะ

          9. ค่ายทหารกลางกรุงมะนิลาหลายแห่ง ก็ให้ย้ายออกและพัฒนาเป็นศูนย์การค้าไปแล้ว บ้างก็เป็นกาสิโน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้เพราะค่ายทหารในอดีตมักอยู่ในเมือง  ในเขตกรุงเทพมหานคร ย่างกุ้ง ก็มีค่ายทหารใจกลางเมืองมากมายที่เปลี่ยนแปลงการใช้สอยได้ (http://bit.ly/2cGYAYM)

          10. สนามบินกรุงเบอร์ลินชื่อ Tempelhof นำไปทำสวนสาธารณะ เพราะอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย และใช้เป็นที่จัดงานแฟร์ แข่งรถ งานดนตรีหรืออื่นๆ (ไมได้ใช้แต่ทำสวน) และค่าใช้จ่ายก็ออกโดยท้องถิ่น (ไม่ได้ปล้นที่หลวง)  ส่วนสนามบิน Riem ในนครมิวนิก (http://goo.gl/h9csXO) หลังจากการเลิกใช้ ก็ได้เปลี่ยนศูนย์ประชุม อาคารชุดพักอาศัย เป็นต้น

          อย่างไรก็ตามก็มีการพัฒนาที่ดูคล้ายดรามาแต่ไม่ใช่  นั่นก็คือคลองช็องกเยช็อน (Cheong Gye Cheon) โดยรื้อทางด่วนคร่อมคลองน้ำเน่าในกรุงโซลไปทำสวนสาธารณะ  (https://goo.gl/YnTnI8)  ในใจกลางกรุงโซลมีการพัฒนาในย่านอื่นคือกังนำ ทำให้พื้นที่นี้เสื่อมถอยลง  ประชากรและการจ้างงานลดไปครึ่งหนึ่ง ธุรกิจใหญ่ ๆ ย้ายออกไปและอุตสาหกรรมในเขตใจกลางเมืองก็เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว

          ถนนที่เห็นคร่อมคลองแห่งนี้อยู่นั้น อยู่ในสภาพทรุดโทรม เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการใช้สอย และนับแต่ปี 2540 เป็นต้นมาจนถึงการรื้อทิ้งในปี 2551 ก็อนุญาตให้เฉพาะรถเล็กวิ่งผ่านเท่านั้น ค่าบำรุงรักษาก็สูงมาก  นอกจากนั้นกรุงโซลก็ใช้ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินและรถประจำทางมากขึ้น และจำกัดการใช้รถส่วนบุคคลเข้าสู่เขตใจกลางเมือง ความต้องการใช้ทางด่วนที่ทรุดโทรมดังกล่าวจึงลดน้อยลงตามลำดับ  ดงนั้นการอ้างการพัฒนาคลองนี้ลอย ๆ โดยไม่แสดงที่มาที่ไปที่ชัดเจน จึงเป็นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการนี้ เพียงเพื่อมาสนับสนุนการสร้างสวนสาธารณะในบริเวณมักกะสันอย่างผิดๆ

          เราต้องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นจริง รับใช้ปัจจุบันและอนาคต รับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้อดีต ไม่ใช่ให้คนตายขายคนเป็นเด็ดขาด    
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1643.htm

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์