ไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์อิหร่านกันไหม

รูปภาพของ pornchokchai

            ในขณะที่ท่านอ่านบทความนี้ของผมในกรุงเทพธุรกิจฉบับวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ผมยังอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ตระเวนไปหลายเมือง  และจะกลับมาในวันพรุ่งนี้  แล้วต่อไปประชุมที่ฮานอยเลย  สิ่งที่หลายท่านอาจอยากทราบก็คือ เห็นข่าวอิหร่านบูมจัง  เราจะมีลู่ทางไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการก่อสร้าง พัฒนา ซื้อ ขาย เช่าในนครต่าง ๆ ในอิหร่านบ้างไหม

            พอพูดถึงอิหร่าน หลายท่านยังนึกถึงซาอุดิอารเบียหรืออาหรับ ซึ่งเป็นคนละสายกัน  หลายท่านนึกถึงการสู้รบในซีเรีย เลบานอน  หลายท่านนึกถึงอิรัก  แต่จริงๆ อิหร่านอาจมีเรื่องเขย่าโลกคือการปฏิวัติอิสลามโดยอิหม่ามโคไมนีเมื่อปี 2522 ที่เลิกระบอบกษัตริย์  และการ (ถูกหาว่า) พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์  แต่ไม่ได้ข่าวการส่งออกการก่อการร้าย เว้นแต่การข่มขู่อย่างแข็งกร้าวต่อผู้ที่โจมตีศาสนาอิสลาม เป็นต้น

            จะเห็นได้ว่าอิหร่านมีขนาดประเทศใหญ่เป็น 3 เท่าของไทย  มีขนาดที่ดินทำกินในสัดส่วนที่น้อยกว่าไทยมาก หากคิดเป็น แต่หากคิดเป็นปริมาณที่ดินทำกินก็ใกล้เคียงกับไทย  เราอาจนึกไม่ถึงว่าเขาก็สามารถปลูกข้าว ข้าวโพด หรือสินค้าเกษตรอื่น ๆ ได้  ในอนาคตหากมีการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบอิสราเอล น่าจะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ก็ว่าได้  อิหร่านมีประชากรมากกว่าไทยคือมีถึงราว 81 ล้านคนในขณะที่ไทยมี 68 ล้านคน

            คนอิหร่านมีอายุเฉลี่ย 28.3 ปี แสดงว่าเป็นคนหนุ่มสาว ในขณะที่ไทยเข้าสู่วัยกลางคน อายุเฉลี่ย 36.2 ปี  อายุขัยของไทยสูงกว่าคือ 74 ปี เทียบกับ 71 ปีในกรณีชาวอิหร่าน  ประชากรของเขาก็เพิ่มปีละ 1.22% ขณะที่ไทยเพิ่มเพียง 0.35% เท่านั้น  แต่คนอยู่ในเมืองของเขามีมากกว่าเพราะสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่าไทย  ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาที่อยู่อาศัย  อิหร่านมีนครที่มีประชากรเกินล้านคนหลายเมือง  ไม่กระจุกตัวเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเช่นไทย

            เศรษฐกิจหลักของอิหร่านก็อยู่ที่การส่งออกน้ำมัน  ในขณะที่ราคาน้ำมันลดต่ำลงลงทั่วโลก และถูกสหรัฐอเมริกาแซงชั่นกรณีนิวเคลียร์ จึงทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศปั่นป่วน  อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่นี่ถูกกว่าไทย เช่น เบนซินธรรมดาลิตรละ 10 บาท  ดีเซลลิตรละ 6 บาท  จริง ๆ แล้วราคาน้ำมันถูกกว่าราคาน้ำดื่มเสียอีก  อย่างไรก็ตามขณะนี้ราคาน้ำมันก็กำลังปรับตัวขึ้นรอบใหม่  ซึ่งจะส่งผลดีต่ออิหร่าน  แต่อาจส่งผลร้ายต่อประเทศไทยของเราเอง  เพราะสินค้าต่าง ๆ คงถีบตัวสูงขึ้นอย่างหนัก   

            แม้ขนาดเศรษฐกิจอิหร่านจะใหญ่กว่าไทย มีรายได้ประชาชาติต่อหัว สูงกว่าไทย (12,800 ต่อ 9,900 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปีระหว่างอิหร่านและไทย)  อัตราการเติบโตต่อปีก็ราว 4.2% และ 4.7% ในปี 2559-2560 (http://goo.gl/999dA0  สูงกว่าไทย)  อย่างไรก็ตามความไม่เท่าเทียมกันมีสูง  มีอัตราว่างงานสูงถึง 16% และมีประชากรต่ำกว่าเส้นความยากจนถึง 19%  และที่สำคัญอัตราเงินเฟ้อสูงมากถึง 42% เลยทีเดียว  เงินเฟ้อสูงขนาดนี้ส่งผลให้ผู้มีรายได้สูงหนีไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

            รัฐบาลก็พยายามแก้เกมด้วยการเปิดประเทศมากขึ้น  มีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษถึง 6 แห่ง (http://ow.ly/4dZP3053dM1)  แม้ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง  แต่ก็เกี่ยวเนื่องมาก เพราะเมื่อมีนักลงทุนแห่เข้าไปมาก ก็จะทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยของนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งคนท้องถิ่นที่เข้าไปทำงานในเขตเศรษฐกิจเหล่านี้  โอกาสการเติบโตจึงมีอยู่ไม่น้อย

            อาจกล่าวได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในอิหร่านเติบโตตั้งแต่ปี 2548 – 2555 ซึ่งเป็นผลจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการพัฒนา “บ้านเอื้ออาทร” ตามแบบของอิหร่าน  ก็ปรากฏว่ามีการเก็งกำไรกันมาก  ทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่แตกในต้นปี 2556 เป็นต้นมา  ในตลาดขณะนี้มีบ้านว่าง (ที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแต่ไม่มีคนอยู่ 1.6 ล้านหน่วย)  ประชาชนต้องการซื้อบ้านขนาดเล็กราคาถูก ๆ แต่บริษัทต่าง ๆ กลับสร้างบ้านที่ใหญ่เกินไป  คนซื้อสู้ไม่ไหว (http://ow.ly/fhwg3053eyW)

            อย่างไรก็ตามในปี 2559 นี้โดยเฉพาะในปีหน้า สถานการณ์น่าจะดีขึ้นบ้าง  ในเดือนพฤษภาคม 2559 มีการซื้อขายที่อยู่อาศัย 15,800 หน่วย เพิ่มขึ้น 8%  ทั้งที่ในช่วงตกต่ำ ตกลงมาเพียงเดือนละ 7,000 หน่วย  และในช่วงบูม มีการซื้อขายกันถึง 20,000 หน่วยต่อเดือน  นี่เป็นสัญญาณการฟื้นตัวประการหนึ่ง   และนับแต่เดือนมิถุนายน 2558 รัฐบาลก็ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ใหม่ด้วยการให้กู้ซื้อบ้าน ณ อัตราดอกเบี้ยเพียง 14%  แต่ผู้ซื้อบ้านต้องฝากเงินให้ได้จำนวนหนึ่งก่อนที่จะซื้อบ้านภายหลังจาก 1 ปีที่เริ่มฝากเงิน (http://ow.ly/rVC03053eV0)

            สิ่งละอันพันละน้อยที่น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ประกอบการพิจารณาการลงทุนในอิหร่านก็คือ

            1. คนอิหร่านมีอัธยาศัยไมตรีดีมาก  นักท่องเที่ยวหลายชาติที่ไปอิหร่านจะรู้สึกเช่นนี้  โดยเฉพาะประเทศไทย ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ

            2. คนอิหร่านมาเที่ยวไทยมากกว่าไทยไปเที่ยวอิหร่านน่าจะหลายเท่าตัว

            3. กรุงเตหะรานมีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สาย และยังมีแผนที่จะขยายตัวเพิ่ม อีกทั้งยังมีรถประจำทางบนช่องจราจรเฉพาะ (แบบ BRT แบบบ้านเรา) และก็เปลืองช่องทางจราจรแบบบ้านเราด้วยเช่นกัน (แต่มีผู้ใช้บริการมากกว่า)

            4. ทางหลวงระหว่างเมืองจะแทบไม่มีสี่แยก ยกเว้นในเขตเมือง ทำเป็นทางลอดเพื่อให้ไม่ติดไฟแดง ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้ากว่าไทย

            ประเทศนี้กำลังเข้าสู่ความสงบ  น่าจะมีโอกาสเจริญเติบโตมาก  สมควรที่นักลงทุนไทยจะหันมามองเช่นกัน  นักลงทุนที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแต่รายใหญ่ที่อุ้ยอ้าย  SMEs ที่จะแสวงหาโอกาสในต่างประเทศ พึงพิจารณา

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_an...

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 26 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • pornchokchai