ไม่น่ารื้อแยกรัชโยธิน

รูปภาพของ pornchokchai

            สะพานแยกรัชโยธินมีกำหนดจะรื้อเรียบร้อยแล้ว  แต่ ดร.โสภณ ก็ยืนยันคัดค้านการรื้อ เพราะยังไงก็ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนแน่นอน

ภาพประกอบ: https://thaisocialwork.files.wordpress.com/2016/11/59-445.jpg

ที่มา: เดลินิวส์ 5 กรกฎาคม 2559 http://bit.ly/2gjzDmm

            เหตุผลของการรื้อก็คือ "ในแนวถนนพหลโยธิน บริเวณสี่แยกรัชโยธิน มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า. . .เพื่อเป็นการแก้ไขการจราจรแบบยั่งยืน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จึงมีการก่อสร้างสะพานรถยนต์ ข้ามแยกรัชโยธินในแนวถนนพหลโยธิน โดยสะพานข้ามแยกรัชโยธินในแนวถนนพหลโยธิน จะมีความสูงเท่ากับสะพานข้ามแยกรัชโยธินในปัจจุบันที่อยู่ตามแนวถนนรัชดาภิเษก  ดังนั้นเพื่อเป็นการปรับปรุงแยกรัชโยธินให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นที่ต้องรื้อสะพานข้ามแยกของเดิมออก และสร้างสะพานข้ามแยกรัชโยธินตามแนวถนนพหลโยธิน ซึ่งจะใช้โครงสร้างร่วมทางวิ่งรถไฟฟ้า" (http://bit.ly/2gfbj7Q)

            อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง 'รฟม.'ไม่ฝืนกระแส'ปชช.' เลิกรื้อสะพานข้ามรัชโยธิน โดยข่าวกล่าวว่า 'บอร์ดรฟม.' ไม่ฝืนกระแสทำประชาชนเดือดร้อน มีมติไม้รื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธินแล้ว หวั่นทำรถติดกระทบชาวบ้าน แต่ปรับแบบทางรถไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีก 2 เมตรแทน" โดย พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังกล่าวว่า "เพราะเล็งเห็นว่าจะกระทบกับประชาชนมากที่สุด. . .ลดค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทางลอดประมาณ 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะมีการสร้างสะพานข้ามแยกพหลโยธินที่อยู่ใต้โครงสร้างรถไฟฟ้า โดยใช้ตอม่อเดียวกับรถไฟฟ้าและสะพานจะทำเป็นถนน 2 เลน ให้รถสามารถวิ่งสวนกัน โดยอนาคตอาจทำให้รถสามารถวิ่งเชื่อมต่อถึงแยกเกษตรเลยก็ได้" (http://bit.ly/2gjzDmm)

            อย่างไรก็ตามสุดท้ายก็ยังมีการทุบสะพานรัชโยธิน  ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.th) กล่าวว่า กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนกลับไปมาของแนวทางการจัดการกับสถานแยกรัชโยธิน ไม่โปร่งใสหรือไม่  ไม่มีการฟังเสียงของประชาชนเท่าที่ควรหรือไม่  ให้โอกาสประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสโต้แย้งและถกเถียงกันด้วยเหตุผลและข้อมูลที่เป็นจริงหรือไม่  ซึ่งเชื่อว่าคงไม่มี  การสั่งการราชการจากบนลงล่างโดยขาดประชาธิปไตย จึงไม่อาจแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องได้

            สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนก็คือ

            1. การทำให้การเลี้ยวขวาจากทุกด้านของแยกต้องมีการสร้างสะพานลอยให้ข้ามได้โดยไม่ติดขัด

            2. การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ทั่วถึงกว่านี้

            3. การเวนคืนที่ดินที่จ่ายค่าทดแทนให้ตามราคาตลาดและบวกต้นทุน ค่าเสียหาย ค่าเสียโอกาส เป็นต้น

            อย่างไรก็ตามการที่จะดำเนินการเช่นนี้กับแยกนี้ คงจะเป็นไปไม่ได้  ดังนั้นลำพังการสร้างอุโมงค์ถนนพหลโยธิน จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจริง

            นอกจากนั้นการสร้างรถไฟฟ้านั้น ก็ควรแจกแจงให้สังคมได้เห็นชัดเจนว่า สามารถคืนทุนได้จริง ไม่ใช่นำเงินของประชาชนทั่วประเทศมา "ประเคน" ให้คนกรุง หรือกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มลงทุนรถไฟฟ้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  กระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนที่ไม่ใช่แบบ "ลูบหน้าปะจมูก" จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ  แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา มักกระทำเพียงในรูปแบบ

            ที่สำคัญการที่ไม่สร้างรถไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีก 2 เมตร  อาจทำให้ต้นทุนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสูงขึ้น  แต่ก็คุ้มค่าที่จะดำเนินการ  ตามแยกต่าง ๆ ในใจกลางเมือง ระดับของรถไฟฟ้า ก็ไม่ได้สูงในแนวเดียวกันอยู่แล้ว  บางช่วงก็จำเป็นต้องยกสูงขึ้น เพราะประหยัดต้นทุนในการทุบสะพาน  ทั้งนี้รวมถึงสะพานแยกเกษตร  การก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็สามารถสร้างให้สูงขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อทุบสะพานลอยดังกล่าว

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_an...

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์