ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

รูปภาพของ sss27462

 ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

 

รูปภาพจาก 

http://www.army.mil/-news/2009/04/30/20356-h1n1-flu-procedures-in-place-to-care-for-personnel-in-the-benelux/

1. สาเหตุ
         ไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่มีลักษณะพันธุกรรม หรือยีน แตกต่างจากไวรัสไข้หวัดหมูในอดีต เพราะมีองค์ประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ประกอบด้วย

          1.1 เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ

          1.2 เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ 

          1.3 เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย

           เชื้อไข้หวัดหมูพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ "Antigenetic Shift" ซึ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ อาจเข้าไปอยู่ในตัวหมูที่เป็นพาหะนำโรค ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ตามปกติเชื้อไข้หวัดหมูจะติดคนที่สัมผัสหมูโดยตรงเท่านั้น เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู แต่เชื่อว่าอาจแพร่จากคนสู่คนผ่านการไอ การจาม หรือรับเชื้อจากวัสดุที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่บนพื้นผิว แต่การบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด


2. อาการ
        อาการป่วยของผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เม็กซิโกนั้น จะไม่แตกต่างจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป ลักษณะของผู้ป่วยจะคล้ายกับเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ต้องนำมาแยกเชื้อดูในห้องปฏิบัติการ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร (เนื้อหมู)

 

3. วิธีป้องกันตนเองจากโรคดังกล่าว
  1.) รักษาร่างกายให้แข็งแรงโดยการรับประทานอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างพอเพียง ลดความเครียด หลีกเลี่ยงบุหรี่
  2.) รักษาสุขอนามัยให้ถูกต้อง เช่นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ โดยเฉพาะหลังการจามหรือไอ
  3.) หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก ปาก คอ หากจำเป็นให้ล้างมือก่อน
  4.) อย่าใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวผ้าเช็ดหน้า หากใช้กระดาษเช็ดน้ำมูกเมื่อใช้เสร็จก็ทิ้งลงในถังที่มีฝาปิดทันที
  5.) ทำความสะอาดบ้าน เครื่องเรือน ของใช้ ราวบันได ลูกบิดประตู โดยเฉพาะโทรศัพท์ควรจะเช็ดอย่างน้อยวันละครั้ง
  6.) รับประทานอาหารให้ใช้ช้อนกลาง หากมีคนป่วยให้แยกอุปกรณ์ส่วนตัว
  7.) ให้มีการระบายอากาศที่ดี
  8.) หลีกเลี่ยงชุมชนที่การระบายอากาศไม่ดี
  9.) หากต้องเดินทางโดยรถโดยสารและสงสัยว่าอาจจะมีผู้ป่วย หรือชาวต่างประเทศก็ให้สวมหน้ากากอนามัย
  10.) ปรึกษาแพทย์หากเกิดอาการไข้หวัด
  11.) ใช้ผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม
  12.) ไม่คลุกคลีกับคนที่ไม่สบาย หากจำเป็นก็ให้สวมหน้ากากอนามัย
  13.) หลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเสี่ยง


4. หากไม่มีแนวทางระวังและป้องกันโรค จะเกิดอะไรขึ้นในโลกใบนี้
        ถ้าไม่มีการป้องกัน แน่นอนที่สุดโรคนี้จะระบาดไปทั่วโลกทำให้ผู้คนติดเชื้อและล้มตายเป็นจำนวนมาก เป็นผลให้ประชากรของโลกลดลงอย่างรวดเร็ว การสร้างงานต่างๆก็จะขาดหายไป ความเจริญก้าวหน้าของโลกไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตร เทคโนโลยี และอื่นๆจะต้องหยุดชะงักลงและอาจต้องกลับไปใช้ ชีวิตแบบดั้งเดิมเป็นได้ หากประชากรทั้งโลกติดเชื้อและเสียชีวิต โลกใบนี้ก็จะไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ จะเหลือไว้แต่สัตว์เท่านั้น


แหล่งอ้างอิง
http://women.sanook.com/health/healthcare/sick_55029.php

http://www.thaihealth.or.th/node/8863

http://lifestyle.kingsolder.com/health/disease.asp?id=486

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 79 คน กำลังออนไลน์