การพัฒนาสาระการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ของนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 3

ชื่อเรื่อง          :  การพัฒนาสาระการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทาง

   วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ของนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์”

   จังหวัดสุรินทร์

ผู้วิจัย   :  สุภาพร  ศรีศิลา, โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” อำเภอเมือง  จังหวัดสุรินทร์   

               ปีการศึกษา  2562.

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประยุกต์ในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  2) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  3) ทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 และ 4) ประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 มีขั้นตอนในการวิจัย  ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาความต้องการในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประยุกต์ในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ -คณิตศาสตร์ จำนวน  60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามความต้องการเนื้อหาสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย  () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ (Percentage) 

ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและความสอดคล้องของนวัตกรรมการเรียนรู้  และนักเรียนจำนวน 43 คน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80 นวัตกรรมและเครื่องมือที่ใช้การวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ()  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (การหาค่า IOC และการหาประสิทธิภาพโดยการใช้สูตร /

 

 

ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้การทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 29 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบประเมินทักษะความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อการปฏิบัติงาน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย () และ ค่าร้อยละ (Percentage) 

ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย () และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)   

ผลการวิจัย พบว่า

1. นักเรียนต้องการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร  สารที่จำเป็นต้องใช้ทำความสะอาดบ้านของเรา  การใช้จุลินทรีย์ในการหมักอาหาร  การย้อมหมี่มัดไหมผ้าพื้นเมืองสุรินทร์ การประดิษฐ์เครื่องฉีดน้ำอเนกประสงค์(เครื่องพ่นยาในนาข้าว) และการอนุรักษ์ดินเพื่อการปลูกข้าวหอมมะลิสุรินทร์และเสนอแนะให้จัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติงานและเนื้อหาความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน

2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตเรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวน 12 แผน 24 ชั่วโมง กำหนดขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 2 รูปแบบคือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและเน้นพัฒนาความรู้ ความเข้าใจสาระการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการนำความรู้วิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ซี่งแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสมอในระดับมากที่สุดและมีองค์ประกอบสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ที่กำหนดทุกด้านและมีประสิทธิภาพ  81.52/81.17 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

3.  นักเรียนมีทักษะความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ พฤติกรรมของนักเรียนระหว่างเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

4.  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 45 คน กำลังออนไลน์