วันดื่มนมโลก (World Milk Day)

          องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ The Food and Agriculture Organization หรือ FAO กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี เป็น วันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆ และองค์กรที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนม ด้วยการให้ความรู้และคุณประโยชน์ของนมให้แก่ประชาชน โดยปัจจุบันมีมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลกที่ได้มีการจัดกิจกรรมวันดื่มนมโลก เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เวียดนาม อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน เดนมาร์ก เป็นต้น

          นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ ทั่วโลก พบว่า ในปี พ.ศ. 2550 มีการบริโภคประมาณ 242,000 ล้านลิตร สำหรับประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินเดียและจีน มีอัตราการบริโภคนมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในอินเดียมีอัตราการบริโภคนมในปี พ.ศ. 2550 ประมาณ 5 หมื่นล้านลิตร สูงเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2549 ประมาณ 1.4 พันล้านลิตร ส่วนประเทศจีน มีอัตราการบริโภคประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยล้านลิตรเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2549 ประมาณ 1.5 พันล้านลิตร   
          ในขณะที่ญี่ปุ่นมีอัตราการบริโภคมากกว่า 6 พันล้านลิตรในปี พ.ศ. 2550   สำหรับในประเทศไทย อัตราการบริโภคนมยังค่อนข้างน้อย โดยมีปริมาณการบริโภคนมโดยรวมเพียง 1,600 ล้านลิตร โดยแบ่งเป็นการบริโภคนมยูเอชทีเฉลี่ย 10 ลิตรต่อคนต่อปี  ซึ่งทำให้คนไทยส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาขาดแคลเซียม และส่งผลให้ต้องเผชิญกับภาวะโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ  “นม” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแท้จริง มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation หรือ IOF) ระบุว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ เป็นอาหารพร้อมบริโภคที่หาได้ง่าย จัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูงที่สุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยเป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด และยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะให้ทั้งโปรตีนและเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน  § นมช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงการสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกแตกหักได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุ 35 ขึ้นไป ร่างกายของคนเราจะค่อยๆ เริ่มสูญเสียกระดูกมากกว่าที่จะสร้างกระดูก 
          วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยรักษากระดูก และเกิดการสูญเสียกระดูกน้อยที่สุด ก็คือ การดื่มนมเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ§ ป้องกันความดันโลหิตสูง จากการศึกษาพบว่า ธาตุอาหารใน “นม” ทั้งโปรแตสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ล้วนมีส่วนช่วยไม่ให้ความดันโลหิตสูงเกินกว่าปกติ§ เพื่อสุขภาพฟันที่ดี โดยปกติเนื้อฟันมีสารเคลือบที่ถือเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายของคนเรา ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียม ฟันจึงต้องการแคลเซียมเพื่อช่วยเสริมสร้างให้ฟันแข็งแรงมีสุขภาพดี นมอุดมด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อฟัน มีโปรตีนที่ช่วยให้ฟันเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยเคลือบผิวฟันอีกด้วย§ ช่วยคุมน้ำหนัก หลายๆ คนหลีกเลี่ยงไม่ดื่มนมเพราะเชื่อว่า นมทำให้อ้วน แต่จริงแล้วๆ ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมพร่องไขมัน หรือนมไม่มีไขมัน มีปริมาณไขมันแค่เพียง 3.9%, 1.7%, และ 0.3% เท่านั้น

นม 1 กล่อง กับทุกคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
แคลเซียม                    สร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน
วิตามินบี 12                 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานกับร่างกาย
แมกนีเซียม                  สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
ฟอสฟอรัส                   สร้างพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกาย และทำให้กระดูกแข็งแรง
โปแตสเซียม                ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ
โปรตีน                        สร้างเสริมการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
วิตามินบี 2                   ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี
เหล็ก                          ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ข้อมูลอ้างอิง:  The Dairy Council, UK


ดื่มนมเป็นประจำ...ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน 
          ผศ. นพ. สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  1 ใน 4 ของคนไทย ไม่ทราบว่าโรคกระดูกพรุนนั้นรุนแรงถึงขั้นทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ โดยขณะนี้ประเทศไทยนมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมากกว่า 1 ล้านคน ร่างกายคนปกติเริ่มสูญเสียเนื้อกระดูกเมื่ออายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป แต่การสูญเสียเป็นอย่างช้า ๆ  ผู้หญิงมีปริมาณสูญเสียเนื้อกระดูกอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน ส่วนผู้ชายก็หนีไม่พ้นที่ต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน เพราะเมื่อร่างกายอายุมากขึ้น การสูญเสียเนื้อกระดูกก็เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระดูกแตกหักได้ง่าย และมักเกิดขึ้นกับผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป (Source: Milk bone building nutrients)

          "การป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการสะสมแคลเซียมอย่างต่อเนื่องให้กับร่างกายตั้งแต่อายุยังน้อยจนถึงวัยสูงอายุด้วยการดื่มนมเป็นประจำ เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุที่มีส่วนต่อการเจริญเติบโตของกระดูก โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายยิ่งต้องการแคลเซียมมากขึ้น เพื่อนำไปทดแทนการสูญเสียของเนื้อกระดูก"

          การดื่มนมเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังน้อยๆ จนอายุมากขึ้น ยังเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุนซึ่งกำลังเป็นโรคที่คุกคามประชากรทั่วโลก โดยโรคนี้มีผลกระทบต่อผู้หญิงหนึ่งในสามคน และผู้ชายหนึ่งในห้าคนทั่วโลกที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และคาดการณ์กันว่า ในปี พ.ศ. 2599 จะมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนในแถบเอเชียเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% นมจึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เพราะสารอาหารที่มีอยู่ในนมมีคุณค่าต่อการสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรง


ข้อมูลจาก เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) เผยแพร่โดยกองบก.นิตยสารการศึกษาวันนี้ www.elearneasy.com

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 38 คน กำลังออนไลน์