ภาษาอังกฤษง่ายมาก

รูปภาพของ heman




กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพูดที่ยอดเยี่ยม

 

          ทักษะใดที่มีความสำคัญมากที่สุด?  ทักษะใดที่คุณต้องใช้ในการสื่อสารให้ดีที่สุด?

          แน่นอนที่สุด  สิ่งแรกคือความคล่องแคล่ว  แล้วความคล่องแคล่วคืออะไร?  ความคล่องแคล่วคือความสามารถในการพูด (และเข้าใจ) ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจโดยไม่ต้องมีการตีความอีก 
ความคล่องแคล่วหมายถึงคุณสามารถพูดกับเจ้าของภาษาได้อย่างง่ายดาย  เขาเข้าใจที่คุณพูดและคุณเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด  ความจริงแล้วเมื่อคุณพูดไปแล้วคุณก็เข้าใจในทันที

          ดังนั้นความคล่องแคล่วคือเป้าหมายสำคัญที่สุดของคุณ

          การวิจัยได้ชี้ชัดแล้วว่า  มีหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความคล่องแคล่ว 
คุณจะไม่ได้รับความคล่องแคล่วจากการอ่านหนังสือ  คุณจะไม่ได้รับความคล่องแคล่วจากโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษ  คุณจะไม่ได้รับความคล่องแคล่วจากการเรียนรู้กฎไวยากรณ์ต่างๆ
ทางภาษา

 

การฟังคือคือกุญแจสำคัญ

          เพื่อให้ได้รับความคล่องแคล่ว  คุณต้องฟังมากๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ  นั่นคือวิธีเดียว  การจะเป็นผู้พูดภาษาอังกฤษที่เป็นเลิศนั้น 
คุณต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยหูของคุณไม่ใช่ด้วยตา  หรือพูดอีกอย่างว่าคุณต้องฟัง 
หูของคุณคือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพูดที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง

          การฟังแบบไหนที่ดีที่สุด? 
นั่นก็คือการฟังในสิ่งสามารถเข้าใจได้และฟังซ้ำๆ  ทั้งสองคำนี้สำคัญมากคือ  ฟังในสิ่งที่เข้าใจความหมายและฟังซ้ำๆ

          ถ้าคุณฟังแล้วไม่เข้าใจ  คุณก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย  คุณจะไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น 
ทำไมการฟังรายการโทรทัศน์ภาษาอังกฤษจึงไม่ได้ช่วยอะไรคุณ  เพราะส่วนใหญ่คุณไม่เข้าใจ  มันยากเกินไป 
และเร็วเกินไปที่จะทำอย่างนั้น

          มันชัดเจนแล้วใช่ไหม?  ถ้าคุณไม่เข้าใจคุณก็ไม่พัฒนา  ดังนั้นการฟังเนื้อหาที่ดีที่สุดเป็นสิ่งที่ง่าย  ถูกต้องไหม? 
คุณควรฟังเนื้อหาภาษาอังกฤษที่ง่ายๆ 
นักเรียนส่วนใหญ่มักจะฟังภาษาอังกฤษที่ยากเกินไป  จึงไม่เข้าทำให้การเรียนรู้ไปได้ช้า 
ฟังเนื้อหาภาษาอังกฤษที่ง่ายแล้วการพัฒนาการพูดของคุณจะไปได้เร็วกว่า

          ความเข้าใจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสูตร

          ความเข้าใจอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ  เราต้องทำซ้ำๆ 
ถ้าคุณได้ฟังคำศัพท์ใหม่หนึ่งคำเพียงหนเดียว  คุณจะลืมในไม่ช้า  ถ้าฟัง 5 ครั้งคุณก็ยังมีโอกาสลืมได้อีก

          คุณต้องฟังคำใหม่ๆ
และกฎไวยากรณ์ใหม่ๆ หลายๆ ครั้งก่อนที่คุณจะเข้าใจอย่างถาวร

          แล้วกี่ครั้งจึงจะพอ?  คนส่วนใหญ่ต้องฟังคำใหม่เพียงหนึ่งคำถึง 30
ครั้งจึงจะจำตลอดไป 
เพื่อให้รู้และเข้าใจคำหนึ่งๆได้อย่างถ่องแท้นั้น  ควรได้ฟัง 50-100 ครั้งเลยทีเดียว 
นั่นคือเหตุผลที่ผมให้นักเรียนของผมได้ฟังเนื้อหาทั้งหมดหลายๆ ครั้ง  ผมได้บอกกับนักเรียนให้ฟังเรื่องสั้นๆ,
คำศัพท์,  ใจความสำคัญของเรื่องและอื่นๆ
ทุกวัน  ผมย้ำไว้ว่าต้องใช้เวลารวมฟัง 30
ครั้ง(เช่น สองครั้งต่อวันในเวลาสองสัปดาห์เป็นต้น)

          ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดสองประการคือ  ฟังเนื้อหาภาษาอังกฤษที่ง่ายและฟังซ้ำๆ

 

คำแนะนำสำหรับการฟังที่ทรงพลังและการพูดยอดเยี่ยม

1.  ฝึก ฟังอย่างเจาะจง การฟังอย่างเจาะจง
หมายถึง การฟังจากหลายๆ สื่อในหัวข้อเดียวกัน 
วิธีนี้จะได้ผลมากกว่าการพยายามฟังจากหลายๆ เรื่อง  นักเรียนที่ฟังในสิ่งที่คล้ายๆ
กันจะเรียนรู้ได้เร็วและพูดได้ดีกว่านักเรียนที่ฟังเนื้อหาที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น  คุณสามารถรับฟังหลายๆ สิ่งจากบุคคลหนึ่งคน  ฟังเสียงเขาจากเครื่องเล่น 
เสียงประกอบการใช้หนังสือของเขาและการฟังการพูดของเขาสดๆ 
อย่างนี้จะได้ผลกว่าเพราะผู้พูดทุกคนจากมีการใช้คำศัพท์และไวยากรณ์ที่ตนชอบ  เขาจะพูดซ้ำๆ โดยธรรมชาติ  การฟังหลายๆ เรื่องจากบุคคลคนเดียวกันคุณจะได้รับการฟังคำศัพท์ที่ซ้ำๆ
อย่างอัตโนมัติ 
คุณจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าและลึกซึ้งกว่า

          ตัวอย่างอื่นคือการโฟกัสหรือเจาะจงที่หัวใจหลักเดียว  เช่น 
คุณสามารถอ่านหนังสือง่ายๆ ฟังเสียงจากสื่อในเนื้อความเดียวกัน  ฟังเสียงเกี่ยวกับหนังสือที่อ่าน  และชมภาพยนตร์เดียวกันกับเสียงที่ฟัง  เป็นต้น

          ผมทำอย่างนี้กับนักเรียนของผมในฟรานซานซิสโก  พวกเราอ่านหนังสือ ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแล็ต  จากนั้นเราได้ฟังเสียงที่มีเนื้อหาจากหนังสือ  จากนั้นเราได้ชมภาพยนตร์(ฟังเสียงไปด้วย)  จากนั้นเราได้ฟังบทสัมภาษณ์ของนักแสดง  นักเรียนของผมได้เรียนรู้คำศัพท์มากมายในช่วงเวลาสั้นและพวกเขาสามารถพัฒนาการพูดได้เร็วมาก

2.  การแบ่งเวลาในการฟัง  การฟังเป็นเวลา 2
ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่มีการหยุดพัก 
กับการฟังที่มีการแบ่งเวลาฟังเป็นช่วงๆ อย่างไหนจะดีกว่า?  แน่นอนที่สุด 
การแบ่งเวลาฟังเป็นช่วงๆ ย่อมจะดีที่สุด

          การแบ่งเวลาเป็นช่วงๆ ในแต่ละวันนั้น  คุณจะจำได้ดีและเร็วกว่าด้วย  ซึ่งจะเป็นการดีกว่าถ้าได้ฟัง  30  นาทีในตอนเช้า  แล้วอีก 
30 
นาทีขณะนั่งอยู่ในรถหรือรถไฟ 
แล้วอีก  30  นาทีเมื่อกลับมาถึงบ้านหลังเลิกงาน  และอีก 
30  นาทีก่อนนอน  ความจริงแล้วนี่คือตารางเวลาที่ผมได้เน้นย้ำให้กับนักเรียนของผมนั่นเอง

3.  ใช้เครื่องเล่น  iPod หรือ MP3  ให้เป็นประโยชน์  iPod 
เป็นสิ่งที่ดีมาก  คุณสามารถเก็บเสียงต่างๆ
ไว้ได้มากมาย 
แล้วคุณยังสามารถนำไปได้ทุกที่ 
คุณสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษขณะเดิน 
ขณะซื้อของ  ขณะนั่งในรถ  ขณะนั่งในรถไฟ 
ขณะทำอาหาร  เป็นต้น

          ในส่วนของ iPod หรือ MP3  คุณไม่ต้องกังวลเรื่องแผ่นซีดี 
คุณยังสามารถค้นหาสิ่งที่จะฟังได้จากอินเตอร์ซึ่งมีจำนวนมากมาย  คุณสามารถหาบทเรียนต่างๆ เรื่องราวต่างๆ  บทสนทนาต่างๆ รายการโทรทัศน์  บทสัมภาษณ์ต่างๆ  ดาวน์โหลดเสียงมาใช้อย่างง่ายๆ  แล้วนำไปใส่ใน
iPod 
ของคุณแล้วสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ทุกหนทุกแห่ง

4.  ฟังจากภาพยนตร์  ภาพยนตร์เป็นแห่งเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง  แต่คุณต้องใช้ให้ถูกต้อง  อย่าไปชมภาพยนตร์ทั้งเรื่อง  คุณจะไม่เข้าใจและคุณก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไร

          เพียงแค่ชมเฉพาะบางตอนต่อสัปดาห์เท่านั้น (อาจจะใช้เวลาแค่
2-3 นาที)  ดังนี้

ก)          

เริ่มต้นด้วยการชมภาพยนตร์ช่วงสั้นๆ
ที่มีข้อความแปลคำพูดเป็นภาษาที่คุณเข้าใจก่อน 
จากตรงนี้ทำให้คุณเข้าใจความหมายเดิมๆ ที่แท้จริง

ข)     

ต่อไป 
ชมภาพยนตร์ช่วงสั้นๆ ที่มีข้อความคำพูดเป็นภาษาอังกฤษ  หยุดชั่วคราว 
แล้วใช้พจนานุกรมค้นหาที่คุณไม่เข้าใจ 
เขียนประโยคใหม่ๆ ลงสมุดบันทึก

ค)          

ฟังภาพยนตร์ช่วงสั้นๆ ที่มีคำพูดเป็นภาษาอังกฤษนี้สัก
2-3 ครั้ง  โดยไม่ต้องหยุด

ง)           

ฟังภาพยนตร์ช่วงสั้นๆ ที่ไม่มีคำพูดเป็นภาษาอังกฤษนี้สัก
2-3 ครั้ง

จ)          

ทำซ้ำข้อ 
ก)-ง)  ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ในสัปดาห์ที่สอง  ให้ไปชมภาพยนตร์ช่วงอื่นต่อไปและทำซ้ำๆ
อย่างนี้เช่นกัน 
ภาพยนตร์จะจบหนึ่งเรื่องต้องใช้เวลานาน 
แต่ดี 
เพราะคุณได้พัฒนาการฟังและการพูดได้อย่างรวดเร็ว  วิธีนี้ได้ผลดี 

5.  อ่านและฟังในเวลาเดียวกัน  ขณะฟังและอ่านไปด้วยกันเป็นวิธีการที่ดี  ในขณะที่คุณฟังแล้วอ่านไปด้วยนั้น 
จะทำให้คุณได้รับการพัฒนาสำเนียงการพูดของคุณไปด้วย

          การอ่านขณะที่กำลังฟังนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจในสิ่งที่ยากกว่า  อ่านและฟังทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น  หลังจากที่คุณได้ปฏิบัติเช่นนี้  2-3 
ครั้ง แล้วไม่ต้องใช้บทหรือข้อความจากกระดาษให้ฟังเพียงอย่างเดียว 
คุณจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นและจะพัฒนาได้เร็วขึ้น  ให้พยายามหาทั้งเสียงและบทพูดควบคู่เสมอ

          เริ่มต้นที่คุณอ่านข้อความของผมและฟังเสียงโดยดาวน์โหลด

ข้อความจาก      http://www.EffortlessEnglishClub.blogspot.com 

เสียงจาก           http://www.EffortlessEnglish.libsyn.com

            แต่วิธีที่ดีกว่านั้นคือรับทั้งหนังสือและเสียง
(เช่น  จากตัวอย่างข้างต้นคือ
ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแล็ต)

 

พูดภาษาอังกฤษยอดเยี่ยมภายใน  6 
เดือน

ปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น
(และกฎ 7 ข้อจากไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของผม)
แล้วคุณจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างยอดเยี่ยม

ผมเป็นผู้สอนมากกว่า  10 
ปี 
นักเรียนทุกคนที่ปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้จะประสบความสำเร็จเสมอ  วิธีการของ 
The
Effortless English
เป็นกุญแจที่จะนำไปสู่การพูดภาษาอังกฤษอย่างยอดเยี่ยม  มันเป็นกุญแจสู่ความคล่องแคล่ว  คุณแค่สละเวลาเพียง  6 
เดือน  6 
เดือนเท่านั้นคุณจะพูดได้อย่างง่ายดายกับเจ้าของภาษา  6 
เดือนคุณจะพูดได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ  6 
เดือนคุณจะรู้สึกสบายๆ เมื่อคุณพูดภาษาอังกฤษ

คุณได้พยายามกับวิธีเก่าๆ
แล้ว  คุณได้พยายามกับตำราต่าง ๆ  คุณได้พยายามในโรงเรียน  คุณได้พยายามเรียนกฎไวยากรณ์

ได้เวลาแล้วที่จะลองสิ่งใหม่

โชคดี 
หวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษต่อไป

 

A.J. 
Hoge

ผู้อำนวยการศูนย์

Effortless  English, LLC  (ลองเข้าไปดูต้นฉบับ  ไม่แน่ใจว่าแปลได้ถูกหรือเปล่า)

รูปภาพของ nina

เรียนอ.เหมันต์

รบกวนอาจารย์ช่วยนำรายงานโครงการวิจัยฯ

ของท่านผอ.มาหะมะ  อ.มาเรียม  อ.อาสะมะห์  และ อ.ไซนับ

ขึ้น  Weblog ด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 193 คน กำลังออนไลน์