วิจัยนางสาวเปาซีย๊ะ ยูโซ๊ะ

 

1. ชื่อเรื่อง การพัฒนาผู้เรียนที่มีพื้นฐานด้านการใช้อินเตอร์เน็ต ด้วยความสามารถในการสร้างเว็บบนโปรแกรม Dreamweaver

        - ระบุความสำคัญของเรื่อง
 เนื่องจากในปัจจุบันยุคเทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในด้านการสื่อสาร บนอินเตอร์เน็ต ฉะนั้นเพื่อพัฒนาผู้เรียน และเล็งเห็นถึงความสามารถของผู้เรียนที่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต พร้อมทั้งมีความสนใจในการสร้างงานด้วยคอมพิวเตอร์ และชอบในด้านศิลปะการใช้สีในด้านต่าง ๆ ด้วย   มาพัฒนาในด้านการสร้างเว็บบนโปรแกรม Dream weaver ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความเข้าใจ และการใช้งานการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้นด้วย

         -  แนวทางในการพัฒนา
 1.1. ให้ผู้เรียนเล็งเห็น และรู้ถึงความสามารถในการใช้งานอินเตอร์เน็ตของตัวเองที่แท้จริง
 1.2. ทำให้ผู้เรียนหันมาสนใจในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้เรียนเด็กเริ่มรู้จักการใช้โปรแกรม (โปรแกรมที่ใช้ทดสอบคือ โปรแกรมสร้างเว็บสำเร็จรูป Dreamer ewer)
 1.3. พยายามโน้มน้าวให้ผู้เรียนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองมีความสามารถ (สามารถที่จะสร้างเว็บบนอินเตอร์เน็ตด้วยตนเอง และอาจเป็นโปรแกรมเมอร์คนหนึ่งในอนาคต)
1.4. พยามยามสอนการใช้โรแกรมการออกแบบเว็บ เป็นขั้นตอนโดยพยามยามสอนให้เด็กรู้สึกได้ถึงความง่าย  ไม่ยุ่งยาก ซึ่งในที่นี้จะเริ่มจาก
        - การจัดการข้อความ
        - การใส่พื้นหลัง
        - การแทรกรูป
        - การแทรกตาราง
        - การเชื่อมโยง
        - การสร้าง Frame
1.5. ทดสอบพื้นฐานของผู้เรียนในการใช้อินเตอร์เน็ตว่ามีมากน้อยเพียงใด
1.6   พยายามเลือกโหลดตัวอย่างเว็บที่สวยงาม มีมาตรฐาน มาเป็นตัวอย่างในการสอนผู้เรียนออกแบบ
1.7ทำให้ผู้เรียนซึมซับในการเรียนออกแบบเว็บที่สวย มีมาตรฐาน พร้อมทั้งชี้แจ้งในเรื่องต่าง  ๆ ที่เกี่ยวกับการออกแบบเว็บ
1.8. จัดผู้เรียนให้แข่งขันบางในงานวิชาการ และการแข่งขันด้านทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้ถึงศักยภาพของตัวเอง ว่ามีความสามารถอยู่ในระดับใด และเพื่อให้มีประสบการในการเข้าร่วมการแข่งขัน แล้วหากเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดี ก็จะเป็นผลทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึกว่าตัวเองก็เก่งชนะคนอื่นได้เหมือนกัน เป็นผลทำให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนและฝึกฝนมากยิ่งขึ้น

2. บทนำ
   - แนะนำตนเอง ตำแหน่ง ประวัติการศึกษา และความสำเร็จในอดีต
 ดิฉันนางสาวเปาซีย๊ะ   ยูโซ๊ะเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์โรงเรียนรังผึ้ง มีประวัติการศึกษาดังนี้
             - ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 –ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนบ้านสะหริ่ง
             - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น                       โรงเรียนอิสลามบูรพา
             - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย                    โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์  สายศิลป์พาณิชย์
             - ระดับอนุปริญญา                                     วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี คณะบริหารธุรกิจ   สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
             - ระดับปริญญาตรี                                      มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล
                                    คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาระบบสารสนเทศ-                  พัฒนาซอฟต์แวร์

     -ข้อมูลโรงเรียน (โดยย่อ)
โรงเรียนรังผึ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2  ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนตันหยงมะลิ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 69120 โทร.073 -647184-6  
             ปัจจุบันนี้   โรงเรียนรังผึ้งได้มีผู้บริหารจากการแต่งตั้งดังนี้.-
                          นายปราโมทย์  สิมศิริวงษ์  เป็น ผู้รับใบอนุญาต
                          นางสาวแสงเทียน  สิมศิริวงศ์    เป็น ผู้จัดการ
                          นางสาวกัญจนลักษณ์  จิตต์ภักดี  เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียน
             โรงเรียนรังผึ้ง จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เงินทุนที่นำมาใช้ในการก่อสร้างเป็นเงินส่วนตัวของผู้รับใบอนุญาต และเงินบริหารโรงเรียนในปัจจุบัน ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนส่วนหนึ่ง และเงินส่วนตัวส่วนหนึ่ง โรงเรียนมีแผนการพัฒนานักเรียนให้ก้าวทันความเจริญของโลกในยุคข้อมูลข่าวสาร ได้จัดส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมโปรแกรมช่วยสอน และการศึกษาผ่านดาวเทียม อบรมชี้แนะนักเรียนให้เป็นผู้รู้เท่าทันเหตุการณ์ รู้จักวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร รู้จักคิดและแก้ปัญหาชีวิตด้วยตนเอง อย่างสุขุมรอบคอบ หลีกเหลี่ยงอบายมุขและยาเสพติทุกประเภท โรงเรียนให้การศึกษาอบรมเด็กและเยาวชน ตามปรัชญาแนวนโยบายของโรงเรียนบนพื้นฐาน แห่งคุณธรรม เพื่อให้นักเรียนขะมักเขม้นในการเรียน ใฝ่รู้ รักความก้าวหน้า รักความสะอาด มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ รู้จักทำงานเป็นกลุ่ม ไม่เลือกงาน มีความเอื้ออาทรต่อกัน รู้จักแบ่งปัน และมีความเข้าใจในความต้องการของผู้อื่น เป็นต้น นักเรียนของโรงเรียนทุกคนจะได้มีลักษณะที่พึงประสงค์ และบรรลุเป้าหมาย ตามที่โรงเรียนได้คาดหวังในทุกประการ 
             โรงเรียน มีสถานที่และสนามเพียงพอที่ให้นักเรียนได้เล่นกีฬา ทำกิจกรรมและพักผ่อน มีสิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่น มีต้นไม้ มีใบไม้ ไม้ประดับ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาความสะอาด และเป็นระเบียบภายในโรงเรียน มีอาคารเรียน 12 หลัง  มีห้องประชุม ห้องปฏิบัติการ  ห้องธุรการ  ห้องเก็บของ     ห้องพักครู ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา  ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้องพยาบาล ห้องสื่อ ห้องแนะแนว และห้องจริยศึกษา ห้องเครื่องเล่น พร้อมอุปกรณ์สื่อ - การเรียนการสอนอย่างครบครัน ห้องน้ำ ห้องส้วม เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน – ครู และผู้ที่เข้าเยี่ยม มีห้องเรียนจำนวน 35 ห้อง จำนวนนักเรียน 760 คน จำนวนครู 45 คน นอกจากนี้โรงเรียนได้จัดซื้อและขยายพื้นที่เพิ่มอีกกว่า 25 ไร่ เพื่อรองรับการขยายของโรงเรียนภายในอนาคตอันใกล้นี้
นอกจาก นี้ด้านการพัฒนาการ และวิชาการแล้ว เด็กทุกคนยังได้รับการอบรมคุณธรรมจริยธรรม และเข้าร่วมกิจกรรม ด้านวัฒนธรรม ด้านสังคมสงเคราะห์ และอื่น ๆ อีก ซึ่งโรงเรียน ได้จัดเป็นกิจกรรมพิเศษที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์เสมอมา ในการศึกษาของโรงเรียนนั้น ได้เน้นให้นักเรียนได้เป็นคนดี มีความรัก- เคารพและเชื่อฟังต่อบุพการี ญาติผู้ใหญ่ ครูอาจารย์รู้จัก และเข้าใจถึงสัจธรรมด้วยการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย สุภาพเรียบง่าย เปี่ยมด้วยเมตตา มีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะศึกษาศาสตร์ และศิลป์แขนงต่าง ๆ ให้ลุล่วงทั้งยัง  ประกอบหน้าที่การงาน ซึ่งตนเองต้องรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งเรียนรู้ที่จะรักษาสุขภาพพลานามัยของตนเอง เพื่อให้จิตใจ และร่างกายอยู่ในสภาวะที่จะประพฤติปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วงไปด้วยดี

      - ปัญหาการเรียนการสอนที่พบ
              2.1.1. ผู้เรียนไม่ค่อยมีพื้นฐานมักไม่สนใจเรียน
              2.1.2. ผู้เรียนไม่ค่อยชอบเนื้อหาที่เกี่ยวกับทฤษฎี
              2.1.3. ผู้เรียนไม่ชอบอะไรที่ยาก และต้องใช้ความจำมาก
              2.1.4. ผู้เรียนมีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์น้อย
              2.1.5. ผู้เรียนไม่ค่อยสนใจในตัวโปรแกรมในการที่จะเรียนปฏิบัติ
              2.1.6. ผู้เรียนเบื่อง่าย ไม่ชอบทำอะไรที่ซ้ำซาก
              2.1.7. ไม่มีประสบการในการแข่งขัน เลยไม่มีแรงจูงใจในการเรียน


      - ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุง
              2.2.1. ให้ผู้เรียนที่มีพื้นฐานในการใช้อินเตอร์เน็ตหันมาสนใจในการสร้างเว็บบนโปรแกรม Deamweaver  จนรู้สึกชอบในการใช้คอมพิวเตอร์
              2.2.2. เน้นการสอนคอมพิวเตอร์ด้านการปฏิบัติมากกว่าการสอนทฤษฎีในหนังสือ
              2.2.3. มีวิธีการสอนตามขั้นตอน ค่อยเป็นค่อยไปที่ละขั้นตอนโดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดความเคยชินในการใช้โปรแกรมมากกว่าการใช้ความจำ พยายามทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าง่ายที่สุด
              2.2.4. พยายามสอนในส่วนของพื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ก่อนการเข้าสู้เนื้อหาโปรแกรมการออกแบบเว็บ ตัวอย่างเช่น การเปิดโปรแกรม การปิดโปรแกรม การบันทึกข้อมูล การพิมพ์ข้อความ การสร้างตารางเป็นต้น
             2.2.5. สอนให้นักเรียนรู้สึกและมองเห็นถึงความสำเร็จในอนาคต และพยายามทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึก เพลิดเพลิน สนุกกับการเรียนปฏิบัติโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยการป้อนสิ่งใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนอยู่เสมอ
             2.2.6. พยายามนำผู้เรียนออกนอกพื้นที่เพื่อหาประสบการในการแข่งขัน เพื่อให้ทราบถึงศักยภาพของตนเอง และหากได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีก็จะช่วยให้มีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นด้วย
 
3. เนื้อเรื่อง
       -ได้ทำอะไรเพื่อปรับปรุง/พัฒนา
 ได้ทดลองคัดเลือกเด็กจำนวน 3 คนที่มีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์และชอบเล่นอินเตอร์เน็ต  มาเรียนโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ คือโปรแกรม Dream weaver      โดยเน้นการปฏิบัติมากกว่าการใช้ทฤษฎีในหนังสือ

        - แนวความคิด หรือทฤษฎีที่ใช้
แนวความคิด หรือทฤษฎีที่ใช้พัฒนาผู้เรียนที่มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตด้านวิชาการที่ค่อนข้างอ่อน มีผลการเรียนต่ำมีขั้นตอน ดังนี้
             3.1.1. สร้างความสนใจให้กับ ผู้เรียน
             3.1.2. บอกวัตถุประสงค์ในการเรียนให้กับผู้เรียน
             3.1.3. ทบทวนความรู้พื้นฐานเดิมที่มีอยู่ในการใช้คอมพิวเตอร์
             3.1.4. การนำเสนอเนื้อหาใหม่โดยการอธิยายการใช้โปรแกรม
             3.1.5. ชี้แนะการเรียนรู้โปรแกรม
             3.1.6. กระตุ้นการตอบสนองของ ผู้เรียน
             3.1.7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ
             3.1.8. ทดสอบความรู้ที่ผู้เรียนได้รับ
             3.1.9. สรุปและนำไปใช้


รายละเอียดของแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
             3.1.1.  สร้างความสนใจให้กับเด็ก
 การเร่งความสนใจในขั้นตอนแรกนี้ คือการพูด อธิบายให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะเรียนพร้อมทั้ง พร้อมทั้งบงชี้ให้ผู้เรียนเห็น ถึงความสำเร็จในภายภาคหน้า ว่ามีผลต่อตัวเองดีอย่างไรบ้าง เช่นในที่นี้คือฝึกการใช้โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ Dream weaver   ซึ่งเราต้องพยายามพูดกับผู้เรียนเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ ว่าไม่ใช่ใครก็จะสามารสร้างเว็บได้เพราะการสร้างเว็บไม่ใช่เรื่องง่าย น้อยคนนักที่จะทำได้ แต่ถ้าผู้เรียนทำได้ตรงนี้ เราก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่เก่งและมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนหนึ่งในอนาคตก็ได้ ซึ่งจากที่เราเพียงแค่คนหนึ่งที่เล่นอินเตอร์เน็ตบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่นักโปรแกรมเมอร์สร้างขึ้น แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตคนอื่นอาจจะมาเล่นเน็ตอินเตอร์เน็ตอยู่บนเว็บไซต์ของผู้เรียนซึ่งผู้เรียนเป็นโปรแกรมเมอร์สร้างเว็บขึ้นนั้นเอง
              3.1.2. บอกวัตถุประสงค์ให้กับเด็ก
วัตถุประสงค์ของบทเรียน นับว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อกระบวนการเรียนที่ผู้เรียนจะได้ทราบถึงความคาดหวัง ของบทเรียนจากผู้เรียน นอกจากนั้นผู้เรียนจะทราบถึง พฤติกรรมขั้นสุดท้ายของตนเอง หลังจากจนบทเรียน แล้วยังเป็นการแจ้งให้ทราบล้วงหน้าถึงประเด็นสำคัญของโปรแกรมอีกด้วย การที่ผู้เรียนทราบถึงข้อมูลพื้นฐานคร่าว ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถ ผสมผสานแนวความคิดในการใช้โปรแกรมทางลัด จนทำให้เกิดความชำนาญ และความเคยชินในการใช้โปรแกรมซึ่งมีผลทำให้การเรียนรู้การปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการวิจัยที่ผ่านมาได้ค้นพบแล้วว่า การที่ผู้เรียนได้ทราบวัตถุประสงค์ของการเรียนก่อนการปฏิบัติเข้าสู่บทเรียนจะสามารถจำ และเข้าใจในตัวโปรแกรมได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ในการนี้จะกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติการ เนื่องจากเป็นวัตถุประสงค์ที่ชี้เฉพาะ สามารถมองเห็น วัด สังเกต และใช้งานได้ ซึ่งง่ายต่อการตรวจประเมินผู้เรียนในขั้นสุกท้าย วัตถุประสงค์การเรียนโปรแกรมนี้คือ
                          3.1.2.1 สามารถบอกได้ว่าเป็นโปรแกรมแบบใด ใช้ทำอะไร
                          3.1.2.2 สามารถใช้พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นบนเว็บเพ็จได้
                          3.1.2.3 สามารถแทรกรูปภาพได้
                          3.1.2.4 สามารถสร้างตารางได้
                          3.1.2.5  สามารถแทรกภาพเคลื่อนไหวได้
                          3.1.2.6  สามารออกแบบให้สวยงาม เหมาะสมถูกต้องได้
                          3.1.2.7 สามารถ Link ในหน้าเดียวกันได้
                          3.1.2.8 สามารถ Link หน้า Home page อื่นได้
                          3.1.2.9 สามารถ Link ในหน้าเว็บเพ็จได้
                          3.1.2.10 สามารถ Link ไปยัง E-mailได้
                          3.1.2.11 สามารถสร้างเฟรมได้
                          3.1.2.12  สามารถสร้างเว็บอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ได้

             3.1.3. ทบทวนความรู้พื้นฐานเดิมที่มีอยู่ในการใช้คอมพิวเตอร์
สิ่งที่ต้องพิจารณาในการทบทวนความรู้ในการใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เดิมมีดังนี้
                           3.1.3.1   มีการทดสอดความรู้พื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้เรียนในการเข้าสู่การปฏิบัติการใช้โปรแกรมออกแบบเว็บ โดยไม่ต้องคาดเดาว่าผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานเท่ากัน
                           3.1.3.2   แบบทดสอบที่ใช้ต้องมีคุณภาพ สามารถแปรผลได้ในการใช้ปฏิบัติโดยวัดความรู้พื้นฐานที่จำเป็น กับการใช้โปรแกรม เช่น ให้ปฏิบัติในการเปิด – ปิดโปรแกรม บันทึกโปรแกรม         การคัดลอก วางข้อความ การตัดข้อความ เป็นต้น
                           3.1.3.3  ทบทวนเนื้อหาที่เป็นแบบทดสอบในการปฏิบัติโดยการสาธิตบนโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์  ควรใช้เวลา กระชับ และตรงตามวัตถุประสงค์ของบทเรียนมากที่สุด
                          3.1.3.4   เปิดโอกาสให้นักเรียนทำตามที่ได้ทบทวนให้ เพื่อเป็นการทวนความรู้พื้นฐาน เพราะหากไม่มีพื้นฐานเลยก็เป็นการยุ่งยากในการที่จะปฏิบัติโปรแกรมต่อไป
                          3.1.3.5   พยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เคยเรียนที่ผ่านมาแล้ว หรือประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจใช้โปรแกรมอื่นเปรียบเทียบเช่น โปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด ประกอบในการกระตุ้นการเปรียบเทียบ ความเหมือนพื้นฐานการใช้งานโปรแกรม ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ง่ายที่สุดในการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับข้อความ
             3.1.4. การนำเสนอเนื้อหาใหม่โดยการอธิบายการใช้โปรแกรม
หลักการสำคัญในการนำเสนอเนื้อหาใหม่ คือเปิดโปรแกรมพร้อมอธิบายส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโปรแกรมก่อนให้ได้ใจความเกิดความเข้าใจ กับผู้เรียนที่เกี่ยวกับตัวโปรแกรมมากที่สุด พร้อมทั้งมีความคงทนในการจำได้ดีกว่าการใช้เทคนิคการอธิบายอย่างเดียวหรือด้วยการใช้หนังสือ ดังหลักการที่ว่าการมองเห็น  จะช่วยอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมให้ง่ายต่อกรรับรู้แม้ในเนื้อหาบางส่วนจะมีความยากในการที่จะคิกสร้างภาพประกอบ แต่ก็ควรพิจารณาวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อความเข้าใจ และความจำของผู้เรียนได้มากที่สุด
โปรแกรมที่ใช้ประกอบการเรียน ออกแบบเว็บนี้สามารถกล่าวได้ว่าเรามี 2ส่วน ทีจะต้องเลือกก่อนการออกแบบเว็บคือ ส่วนแรกการเลือกภาษาที่จะใช้ในการออกแบบเว็บ เลือกว่าจะเอาภาษาอะไรในการออกแบบเว็บ ตัวอย่างเช่น ภาษHTML, ภาษาPHP เป็นต้น ส่วนที่สองการเลือกว่าจะใช้วิธีการออกแบบเว็บแบบใด ซึ่งจะมีให้เลือกอยู่สามแบบด้วยกันคือ การออกแบบเว็บโดยการเขียน Code อย่างเดียว, การออกแบบเว็บโดยDesign, และการออกแบบเว็บทั้งการเขียนCode และการ Designพร้อมกันเลยแล้วเมื่อได้เข้าสู่โปรแกรมเรียบร้อยแล้วมี่การเลือกทั้งสองส่วนที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็ควรที่จะอธิบายส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมที่มีอยู่บนหน้าจอทั้งหมด ซึ่งจะประกอบด้วยแถบต่าง ๆ ดังนี้คือ Title Bar,  Manu Bar,  Insert Bar,  Tool Bar,   Document Window,   properties,  Panel Group  พร้อมทั้งบอกความสำคัญจองแต่ละส่วนประกอบนั้น ๆ ด้วย   และในการปฏิบัติการอกแบบบนโปรแกรมผู้สอนสามารถอธิบาย ในประเด็นต่าง ๆ ตามขั้นตอนดังนี้ 
                          3.1.4.1  เลือกเครื่องมือที่ใช้บ่อยมาเป็นประจำมาอธิบายว่าใช้ทำอะไร มีความสำคัญอย่างไร
                          3.1.4.2 อธิบาย วิธีการกำหนดส่วนของ Properties ว่าใช้กำหนดอะไรได้บ้าง และควรกำหนดอย่างไรบ้าง
                          3.1.4.3  อธิบายวิธีการแทรกข้อความต่าง ๆ ว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง
                          3.1.4.4  การแทรกรูปภาพควรชี้แนะให้เห็นถึงวิธีการ และความเหมาะสม
                          3.1.4.5  การแทรกตารางรูปภาพควรชี้แนะให้เห็นถึงวิธีการสร้างตาราง และการกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆที่เกี่ยวกับตาราง
                          3.1.4.6  การแทรกภาพเคลื่อนไหวควรบอกวิธีการแทรก การใช้เครือมือ และความเหมาะสมกับเนื้อหา
                          3.1.4.7 ให้ชี้แนะถึงการเชื่อมโยง โดยควรที่จะให้ผู้เรียนรู้ต้นทางปลายทางที่จะทำการเชื่อมโยง พร้อมทั้งชี้แนะความเหมาะสมในความสะดวกต่อการท่องเว็บที่เราสร้างขึ้น
                          3.1.4.8  การสร้างเฟรม ควรบอกวิธีการสร้าง การเลือกรูปแบบ และให้ผู้เรียนเข้าใจในการบันทึกไฟล์ที่เป็นเฟรมส่วนต่าง ด้วย
                          3.1.4.9  ควรชี้ให้เห็นวิธีการออกแบบเว็บให้สวยงาม เหมาะสมกับเรื่องที่ทำ และนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาใส่ในเว็บด้วย
                          3.1.4.10. ในขณะที่ทำการอธิบายควรให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
             3.1.5. ชี้แนะการเรียนรู้โปรแกรม
 ตามหลักการและเงื่อนไขการเรียนผู้เรียนจะจำเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวโปรแกรม ว่าใช้ทำอะไรได้เป็นอย่างดี หากมีการสังเกต ตั้งใจ และสนใจ และมีการจัดระบบการสอนที่ดี และสัมพันธ์กับประสบการณ์เดิม  ความรู้ความสามารถเดิมของผู้เรียนบางทฤษฎีกล่าวไว้ว่า  การเรียนรู้กระจ่างชัดนั้น ทางเดียวที่จะเกิดขึ้นได้คือ การที่ผู้เรียนวิเคราะห์ และปฏิบัติในตัวโปรแกรมลงบนพื้นฐานของความรู้และประสบการณ์เดิมที่เคยปฏิบัติรวมกัน เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่  ดังนั้นหน้าที่ของครูผู้สอนในขั้นนี้คือ พยามค้นหาเทคนิคในการที่จะกระตุ้นผู้เรียนให้นำความรู้พื้นฐานเดิมมาใช้ในการศึกษาความรู้ใหม่ นอกจากนั้นยังต้องพยายามหาวิถีทางที่จะทำให้การศึกษา โปรแกรมของผู้เรียนนั้นมีความกระจ่างชัดเท่าที่จะทำได้ เป็นต้นว่าการใช้เทคนิคเข้าช่วย ได้แก่ เทคนิคการใช้ตัวอย่าง เว็บที่ออกแบบเป็นมาตรฐานมาเป็นตัวอย่างในการออกแบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนแยกแยะความแตกต่าง และเข้าใจมโนจิตซึมซับในการออกแบบเว็บได้ชัดเจนขึ้น สิ่งที่ต้องพิจารณาในการชี้แนะแนวทางการเรียนในขั้นนี้มีดังนี้
                            3.1.5.1  ในการปฏิบัติการใช้โปรแกรม แสดงให้ผู้เรียนได้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเนื้อหาความรู้ และช่วยให้เห็นว่าสิ่งย่อยนั้น มีความสัมพันธ์กับสิ่งใหญ่อย่างไร
                            3.1.5.2  แสดงให้ผู้เรียนเห็นถึงความสัมพันธ์ของโปรแกรมออกแบบเว็บนี้ กับโปรแกรมที่ผู้เรียนเคยมีประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว
                            3.1.5.3 นำเสนอตัวอย่างที่แตกต่าง เพื่อช่วยอธิบายความคิดรวบยอดให้ชัดเจน
                            3.1.5.4 นำเสนอตัวอย่างที่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ถูกต้อง เพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ถูกต้อง
                            3.1.5.5 การปฏิบัติโปรแกรมในส่วนที่ยาก ควรใช้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม มากกว่านามธรรม ถ้าเป็นเนื้อหาที่ไม่ยากมมากนักให้นำเสนอตัวอย่างจากนามธรรมในรูปธรรม
                            3.1.5.6 บทเรียนควรกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดถึงความรู้และประสบการที่ผ่านมา

             3.1.6. กระตุ้นการตอบสนองของนักเรียน
 การเรียนรู้การปฏิบัติจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับระดับและขั้นตอนของการประมวลผลข้อมูล หากผู้เรียนไม่ได้มีโอกาสร่วมคิด ร่วมกิจกรรมการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับเนื้อหาและร่วมตอบคำถามจะส่งผลให้มีความจำดีกว่าผู้เรียนที่วิธีการอ่านหรือคัดลอกข้อความจากผู้อื่นเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อให้การจำเครื่องมือในโปรแกรมของผู้เรียนดีขึ้น ครูผู้สอนจึงควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมทำกิจกรรมปฏิบัติในการสร้างเว็บอย่างต่อเนื่องโดยมีข้อแนะนำดังนี้
                          3.1.6.1  ส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสตอบสนองต่อโปรแกรมด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งตลอดตั้งแต่การเริ่มต้นออกแบบจนจบหลักสูตร เช่น การออกแบบเว็บตามตัวอย่างเว็บที่มีมาตรฐานได้เหมือน
                          3.1.6.2  ควรให้ผู้เรียนได้มีโอกาสในการออกแบบเว็บด้วยความสามารถของตัวเองหรือเติมสีสันให้กับเว็บเพื่อเรียกความสนใจ 
                          3.1.6.3  ถามคำถามเป็นช่วงๆ สลับกับการแนะนำการใช้งานโปรแกรม ตามความของลักษณะของการปฏิบัติ
                          3.1.6.4  เร่งเร้าความคิดและจินตนาการด้วยการปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้ความเข้าใจมากกว่าใช้ความจำในการปฏิบัติ
                          3.1.6.5  หลีกเลี่ยงการตอบสนองหลายๆครั้ง เมื่อผู้เรียน ทำผิด 2-3 ครั้งหรือใช้งานโปรแกรมไม่ถูกต้อง ควรตรวจปรับปรุงชี้แนะวิธีการที่ถูกต้องทันที และเปลี่ยนให้มีการปฏิบัติในหลาย ๆ ประเด็น หลาย ๆ หัวข้อ
                          3.1.6.7   ควรคำนึงถึงการตอบสนองที่มีข้อผิดพลาดอันเกิดจากการดูเว็บที่ไม่มีมาตรฐานมาเป็นตัวอย่าง และและไม่เข้าใจในบทเรียน

             3.1.7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ
 การให้ข้อมูลย้อนกลับ ถ้าให้ปฏิบัติบนโปรแกรมจะช่วยเร่งเร้าความสนใจได้ดี โดยเฉพาะถ้าโปรแกรมนั้นเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน การให้ข้อมูลย้อนกลับด้วยการสร้าวเว็บ หรือกราฟิกอาจมีผลเสียอยู่บ้างตรงที่ผู้เรียนอาจต้องปฏิบัติทำผิดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นเว็บที่ใช้กับกลุ่มเป้าหมายระดับสูงหรือเนื้อหาที่มีความยาก การให้ข้อมูลย้อนกลับด้วยการออกแบบหรือความสวยงามจะเหมาะสมกว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาในการให้ข้อมูลย้อนกลับมีดังนี้ 
                          3.1.7.1 ให้ข้อมูลย้อนกลับทันที หลังจากผู้เรียนได้ปฏิบัติบนโปรแกรมออกแบบ
                          3.1.7.2 ควรบอกให้ผู้เรียนทราบว่าออกแบบได้ดีหรือไม่ โดยแสดงการอธิบายพร้อมทั้งแสดงวิธีการออกแบบที่ดี
                          3.1.7.3 ถ้าให้ข้อมูลย้อนกลับโดยการใช้ปฏิบัติ ควรเป็นการออกแบบที่ง่ายและเกี่ยวข้องกับเนื้อหา ถ้าไม่สามารถให้ปฏิบัติในสิ่งที่เกี่ยวข้องได้ อาจใช้ภาพกราฟิกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก็ได้
                          3.1.7.4 หลีกเลี่ยงการใช้เทคนิคในการให้ข้อมูลย้อนกลับที่ตื่นตาเกินไป ในกรณีที่ผู้เรียนปฏิบัติมาถูกต้อง
                          3.1.7.5 อาจใช้คำชี้แจงสำหรับการให้ข้อมูลย้อนกลับ ซึ่งไม่ควรเลือกใช้เสียงที่ก่อเกิดลักษณะการเหยียดหยามหรือูแคลนในกรณีที่ผู้เรียนปฏิบัติไม่ถูกต้อง
                          3.1.7.7 อาจใช้วิธีการให้คะแนนในการออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dream weaver
                          3.1.7.8 พายายามสุ่มการให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อเรียกความสนใจตลอดบทเรียนที่ได้ปฏิบัติ
             3.1.8. ทดสอบความรู้ที่ผู้เรียนได้รับ
การทดสอบความรู้ใหม่ หลังจากศึกษาบทเรียนแล้วเรียกว่า  การทดสอบหลังเรียน ( Post-test ) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดสอบความรู้ของตนเองนอกจากนี้จะยังเป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่าผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ เพื่อที่ไปศึกษาในตัวโปรแกรมต่อไป หรือต้องกลับไปปฏิบัติในเนื้อหาใหม่ นอกจากจะเป็นการประเมินผลการเรียนรู้แล้ว การทดสอบปฏิบัติยังมีผลต่อความคงทนในการจดจำเรื่องมือและคำสั่งในโปรแกรมของผู้เรียนด้วย การสอบปฏิบัติจึงควรถามเรียงลำดับวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติ ถ้าการปฏิบัติมีหลายประเด็น อาจแยกแบบดสอบการปฏิบัติออกเป็นส่วนๆ ตามที่ได้เรียนปฏิบัติ โดยเว็บตัวอย่างที่ให้ออกแบบเหมือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเว็บว่ามีการออกแบบเหมือนมากน้อยเพียงใด สิ่งที่ต้องพิจารณาในการออกแบบเว็บหลังเรียน มีดังนี้
                          3.1.8.1 ชี้แจงวิธีการลงคะแนนให้ผู้เรียนทราบก่อนอย่างชัดเจนรวมทั้งคะแนนรวม คะแนนรายข้อและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอื่นๆเช่น ในการสร้างเว็บต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง ถ้าทันเวลา 10 คะแนนเป็นต้น 
                          3.1.8.2  แบบทดสอบต้องวัดพฤติกรรมตรงกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของบทเรียน และควรเลียงลำดับจากง่ายไปยาก
                          3.1.8.3  การออกแบบเว็บ และการตรวจปรับการปฏิบัติ ควรอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน และนำเสนออย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว
                          3.1.8.4  หลีกเลี่ยงแบบทดสอบแบบในทางทฤษฎี


             3.1.9.  สรุปและนำไปใช้
การสรุปและนำไปใช้  จัดว่าเป็นส่วนสำคัญในขั้นตอนสุดท้ายที่บทเรียนจะต้องสรุปมโนคติการออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dream weaverเฉพาะประเด็นสำคัญๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทบทวนความรู้ของตนเองหลังจากศึกษาเนื้อหาผ่านมาแล้ว  ในขณะเดียวกันบทเรียนต้องชี้แนะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือให้ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม  เพื่อแนะแนวทางให้ผู้เรียนได้ศึกษาต่อในบทเรียนถัดไป หรือนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นต่อไปในอนาคต

   - การวางแผนการดำเนินการ
ขั้นตอนวิธีการดำเนินงาน
             3.2.1.  คัดเลือกนักเรียนจำนวน  3   คน  ที่มีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต เพื่อใช้ในการทดสอบการเรียนบทเรียน ออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dream weaver   
             3.2.2.  รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับบทเรียน  เรื่องการใช้โปรแกรมออกแบบเว็บ  Dream weaver   
             3.2.3.  บอกวัตถุประสงค์พร้อมโน้มน้าว ให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะเรียนโปรแกรมมากที่สุด
             3.2.4. ทดสอบความรู้พื้นฐานการใช้โปรแกรมของผู้เรียนโดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดทดสอบ
             3.2.5. ประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียนและทบทวนโดยการสาธิตโปรแกรมที่จะใช้เรียนพร้อมทั้งเปรียบเทียบกับการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
             3.2.6. ใช้วิธีการสอนผู้เรียนตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้ในวัตถุประสงค์ของการเขียนโปรแกรม
7. เมื่อผู้สอนไดทำการสอนหมดทุกวัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนคัดเลือกเว็บตัวอย่าง ที่มีมาตรฐานให้ผู้เรียนดูพร้อมทั้งให้สร้างเว็บเหมืนกันกับเว็บตัวอย่าง
             3.2.8. ประเมินผลการสร้างเว็บของผู้เรียน
             3.2.9. ส่งไปแข่งขันงานวิชาการต่าง ๆ

- กระบวนการดำเนินงาน
กระบวนดำเนินงานจะใช้แผนการดำเนินงานเป็นหลักในการปฏิบัติงาน ดังขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่  1  คัดเลือกนักเรียนจำนวน  3   คน  ที่มีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต เพื่อใช้ในการทดสอบการเรียนบทเรียน ออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dream weaver   ซึ่งได้มีการคัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งนักเรียนพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต คือ
           - เด็กชายสันกาด  รัตนนุกิจ 
           - เด็กชายรักษ์พงษ์  นกต่อ  
           -  เด็กชายจินตสิทธิ์       บุญเอนกพัฒน์  
ขั้นตอนที่  2    รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน เพื่อการใช้ประกอบการเรียนโปรแกรมออกแบบเว็บ Dream weaver   ผู้สอนได้มีการคัดเลือกหนังสือ คือหนังสือการสร้างเว็บที่ พรเศก จิตต์แจ้งเป็นผู้แต่ง และค้นหาข้อมูลอินเตอร์เน็ต บันทึกเป็นไฟล์ไมโครซอฟต์เวิร์ด และทำสื่อการสอนในรูปแบบการนำเสนอสไลด์ด้วยโปรแกรม Power Point
ขั้นตอนที่ 3   บอกวัตถุประสงค์ในการใช้โปรแกรมออกแบบเว็บ พร้อมโน้มน้าวให้ผู้เรียนมีความสนใจจะเรียนโปรแกรมมากที่สุด  ผู้สอนบอกวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ผู้เรียนเรียนโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์คือ ต้องการให้ผู้เรียนใช้ความรู้พื้นฐานในการออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dream weaver และเพื่อส่งไปแข่งขันทดสอบความสามารถในการใช้ทักษะคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ในการปฏิบัติทักษะการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยการงานออกแบบ Home page และพูดถึงการแข่งขันว่าผู้เรียนมีโอกาสในการที่จะชนะคู่แข่งได้แน่นอน
ขั้นตอนที่ 4   ทดสอบความรู้พื้นฐานในการใช้โปรแกรมของผู้เรียน โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดทดสอบ
ในขั้นตอนนี้ผู้สอนจะทำการทดสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียนโดยการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดในเมนูภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการทดสอบในหัวข้อดังต่อไปนี้ คือ
                          3.3.4.1 การเปิดโปรแกรม
                          3.3.4.2 การพิมพ์ข้อความ
                          3.3.4.3 การคัดลอกข้อความ
                          3.3.4.4 การวางข้อความ
                          3.3.4.5 การตัดข้อความ
                          3.3.4.6 การบันทึกข้อความ
                         3.3.4.7 การปิดข้อความ
 ขั้นตอนที่ 5  ประเมินความรู้พื้นฐาน ของผู้เรียนว่ามีถึงขั้นไหน และทบทวนโดยการสาธิตโปรแกรมที่จะใช้เรียนเปรียบเทียบกับการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
 ในการประเมินผลการที่ผู้เรียนผ่านพื้นฐานที่ทบทวน ในขั้นตอนที่ 4 ถือได้ว่าสามารถที่จะเรียนโปรแกรมการออกแบบเว็บได้ขั้นหนึ่ง ส่วนในการเปรียบเทียบการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด กับโปรแกรม Dream weaver   นั้นสามารเปรียบเทียบได้ดังนี้
                         3.3.5.1. การเปิดโปรแกรม คือ   ทั้งสองโปรแกรมใช้การดับเบิลคลิกที่ไอคอนโปรแกรมเหมือกัน แต่โปรแกรม Dream weaver   เมื่อเข้าโปรแกรมแล้วต้องเลือกภาษาที่จะสร้างเว็บก่อนถึงจะสามารถ เข้าไปพิมพ์ข้อความในตัวโปรแกรม แต่โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด เมื่อดับเบิลคลิกเข้าโปรแกรมแล้วสามารถใช้พิมพ์ข้อความได้เลย
                          3.3.5.2.  การพิมพ์ข้อความ ในการพิมพ์ข้อความถ้าเป็นโปรแกรม Dream weaver   ถ้าต้องการเว้นวรรคให้กด Ctrl+ Alt+ Speak Bar     ในการขึ้นบรรทัดใหม่ให้กด Shift+ Enter    แต่ถ้าโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดถ้าต้องการเว้นวรรคให้กด Speak Bar ในการขึ้นบรรทัดใหม่ให้กด Enter  
                          3.3.5.3. การคัดลอกข้อความใช้เหมือนกันทั้ง 2 โปรแกรม คือการเลือกข้อความแล้วคลิกขวา เลือกคำว่า  Copy
                          3.3.5.4. การวางข้อความใช้เหมือนกันทั้ง 2 โปรแกรม คือการเลือกข้อความแล้วคลิกขวา เลือกคำว่า  Paste 
                          3.3.5.5. การตัดข้อความใช้เหมือนกันทั้ง 2 โปรแกรม คือการเลือกข้อความแล้วคลิกขวา เลือกคำว่า  Cut
                          3.3.5.6. การบันทึกใช้เหมือนกันทั้ง 2 โปรแกรม  คือไปที่เมนู File เลือก Save แต่ตางกันที่โปรแกรม Dream weaver   ต้องเลือกนามสกุลไฟล์ตามภาษาที่ใช้ในการเขียนเว็บ แต่โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดไม่ต้องเลือกนามสกุลไฟล์
                          3.3.5.7.  การปิดโปรแกรมใช้เหมือนกันทั้ง2 โปรแกรม คือคลิกที่    หรือไปที่ File เลือก Exit
 ขั้นตอนที่ 6  ผู้สอนอธิบายวิธีการสอนผู้เรียนตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้ในวัตถุประสงค์ของการออกแบบโปรแกรม
              ในการเรียนโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ สิ่งที่ผู้สอน ต้องสอนโดยใช้เทคนิคการสอน เพื่อผู้เรียนได้ผ่านหลักสูตรการออกแบบเว็บด้วยโปรแกรม Dream weaver ในหัวข้อดังนี้
                          3.3.6.1 ผู้สอนสอนให้ผู้เรียนสามารถพิมพ์ข้อความต่าง ๆ บนเว็บไซต์
                          3.3.6.1  ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน สามารถแทรกรูปภาพ ขึ้นบนเว็บไซต์
                          3.3.6.3 ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน สามารถสร้างตาราง ขึ้นบนเว็บไซต์
                          3.3.6.4 ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน สามารถแทรกภาพเคลื่อนไหว ขึ้นบนเว็บไซต์
                          3.3.6.5 แนะนำวิธีการออกแบบเว็บที่ถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสม
                          3.3.6.6  ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน รู้จักวิธีการ Link ในหน้าเดียวกัน
                          3.3.6.7  ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน รู้จักวิธีการ Link ในหน้าเว็บเพจอื่น
                          3.3.6.8  ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน รู้จักวิธีการ Link ในหน้าHome page
                          3.3.6.9  ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน รู้จักวิธีการ Link ไปยัง E-mail 
                          3.3.6.10 ผู้สอนสอนให้ผู้เรียน รู้จักวิธีการ สร้างเฟรม
เมื่อผู้เรียนเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้แล้ว จึงให้ปฏิบัติในขั้นตอนที่ 7 ต่อไป
ขั้นตอนที่ 7  เมื่อผู้สอนไดทำการสอนหมดทุกวัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนคัดเลือกเว็บตัวอย่าง ที่มีมาตรฐานให้ผู้เรียนดูพร้อมทั้งให้สร้างเว็บเหมือนกันกับเว็บตัวอย่าง
 สำหรับในตอนนี้เว็บตัวอย่างที่เลือกมาให้นักเรียนออกแบบคือ เว็บพระพี่นาง ให้สร้างจำนวน 8 หน้า รวมหน้า Home page ใช้เวลา  3  ชั่วโมง โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน
                          3.3.7.1  สามารถ Link ในหน้าเดียวกันได้ถูกต้อง                10  คะแนน
                          3.3.7.2  สามารถ Link ในหน้าเว็บเพ็จได้ถูกต้อง                10  คะแนน
                          3.3.7.3  สามารถ Link หน้า Home page อื่นได้ถูกต้อง  10  คะแนน
                          3.3.7.4  สามารถ Link ไปยัง E-mailได้ถูกต้อง   10  คะแนน
                          3.3.7.5  สามารถแทรกรูปภาพได้ถูกต้อง    10  คะแนน
                          3.3.7.6  สามารถสร้างตารางได้ถูกต้อง    10  คะแนน
                          3.3.7.7  สามารถสร้างเฟรมได้ถูกต้อง    10  คะแนน
                          3.3.7.8  สามารถแทรกภาพเคลื่อนไหวได้ถูกต้อง   10  คะแนน
                          3.3.7.9  สามารถสร้างเว็บอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ได้ถูกต้อง 10  คะแนน
                          3.3.7.10 สามารออกแบบให้สวยงาม เหมาะสมถูกต้องได้ถูกต้อง 10  คะแนน
ขั้นตอนที่ 8  ประเมินผลการสร้างเว็บของผู้เรียน
              ในการประเมินผลจากการออกแบบเว็บไซต์ของผู้เรียนมีผลดังนี้
คะแนนเต็ม 100 คะแนน
              - เด็กชายสันกาด  รัตนนุกิจ                 ได้   95   คะแนน
              - เด็กชายรักษ์พงษ์ นกต่อ                   ได้   88   คะแนน
              -  เด็กชายจินตสิทธิ์       บุญเอนกพัฒน์   ได้  85   คะแนน
จากผลการตัดสินถือได้ว่าผู้เรียนทั้ง 3 คนได้ทำคะแนนที่ค่อนข้างสูงพอสมควรจึงถือว่าผ่านหลักสูตรในการเรียนออกแบบเว็บไซต์บนโปรแกรม Dream weaver

 ขั้นตอนที่  9  ส่งไปแข่งขันงานวิชาการต่าง ๆ  
              ในขั้นนี้ได้มีการส่งผู้เรียนไปแข่งขันในครั้งแรกสุดคือ ไปแข่งขันงานวิชาการระดับศูนย์อำเภอสุไหงโก-ลก  ผลปรากฏว่าได้ที่ 1 เหรียญทอง เป็นตัวแทนของศูนย์อำเภอสุไหงโก-ลก แล้วต่อยอดไปแข่งขันต่อในระดับเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2  ผลปรากฏว่าได้ที่ 1 เหรียญทอง เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2  แล้วจึงต่อยอดไปแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมในระดับภาค  ผลปรากฏว่าได้ เหรียญทอง เป็นตัวแทนของภาคใต้ไปแข่งขันต่อในระดับประเทศ

 4.บทสรุป
             จากการทำงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผู้เรียนที่มีพื้นฐานด้านการใช้อินเตอร์เน็ต ด้วยความสามารถในการสร้างเว็บบนโปรแกรม Dreamweaver โดยใช้กระบวนการออกแบบเว็บบนโปรแกรม Dreamweaver สามารถให้ข้อสรุปในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

        4.1 ผลที่เกิดขึ้น
           - ความสำเร็จของตนเอง (ครูหรือผู้บริหาร)
 ความสำเร็จของดิฉันในการทำงานวิจัยครั้งนี้ คือ สามารถสอนผู้เรียนที่มีพื้นฐานด้านการใช้อินเตอร์เน็ต ให้สามารถออกแบบเว็บ บนโปรแกรม Dream weaver จนสามารถต่อยอดการแข่งขันในงานวิชาการจนถึงระดับประเทศ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาสเขต 2  และสถานศึกษาโรงเรียนรังผึ้ง ซึ่งบริหารโรงเรียนโดย นายปราโมทย์  สิมศิริวงษ์ เป็นผู้จัดการ   และนางสาวกัญจนลักษณ์   จิตต์ภักดี
        
           - ความสำเร็จของนักเรียน
 ความสำเร็จของนักเรียนคือ สามารถออกแบบเว็บ บนโปรแกรม Dream weaver จนได้ไปแข่งขันในงานวิชาการดังต่อไปนี้
               - แข่งขันงานวิชาการระดับศูนย์อำเภอสุไหงโกลกผลปรากฏว่าได้ที่ 1 เหรียญทอง เป็นตัวแทนของศูนย์อำเภอสุไหงโก-ลก 
               - แข่งขันต่อยอดในงานวิชาการระดับเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2  ผลปรากฏว่าได้ที่ 1 เหรียญทอง เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2 
               - แข่งขันงานศิลปหัตถกรรมในระดับภาค  ผลปรากฏว่าได้ เหรียญทอง เป็นตัวแทนของภาคใต้ไปแข่งขันต่อในระดับประเทศ (แต่ไม่ได้ไปแข่งเพราะผู้เรียนติดสอบเข้าในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย)

 

        4.2 สรุปบทเรียนที่ได้
                 - ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น
ความภูมิใจใหม่ที่เกิดขึ้นในการทำวิจัยครั้งนี้ คือ
             4.2.1.1. ได้รับทักษะในการสอนผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น
             4.2.1.2. ได้รับทักษะในการใช้โปรแกรมเพิ่มมากขึ้น
             4.2.1.3. เพิ่มประสบการณ์ในการส่งเด็กแข่งขันเพิ่มขึ้น

             - ได้แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงาน
            แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงานเกิดจาก
             4.2.2.1. แรงจูงใจจากผู้บริหาร
             4.2.2.2. ความสนใจของผู้เรียน
             4.2.2.3. เพื่อนำความรู้ที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์

           4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
- ที่เกิดกับตนเอง
 ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในการทำงานวิจัยครั้งนี้ มีดังนี้
             4.3.1. ทำให้รู้แนวในการสอนผู้เรียน โดยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
             4.3.2. ทำให้มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น
             4.3.3. ทำให้มีแรงบันดาลใจในการสอนมากยิ่งขึ้น

-แนวการพัฒนาผู้เรียน
             ในการที่จะให้ผู้เรียน เรียนอะไรสิ่งใดนั้นเราควรที่จะโน้มน้าวผู้เรียนให้เกิดความสนใจจะเรียนก่อนการเข้าสู่บทเรียนเพื่อที่ผู้เรียนจะได้สนุกและเพลิดเพลินในการเรียนการปฏิบัติ
               
-การเผยแพร่กับบุคคลอื่นต่อไป
              เด็กที่มีความรู้พื้นฐาน และประสบการณ์ในด้านความสามารถนั้นอาจเป็นยอดในการใช้คอมพิวเตอร์กว่าผู้เรียนที่เรียนเก่น เพราะฉะนั้นในบางครั้ง บางเรื่อง และบางอย่าง ผู้สอนจึงไม่ควรที่จะมองข้ามผู้เรียนที่เรียนไม่เก่ง  แต่ควรที่จะเลือกผู้เรียนที่พื้นฐานในแต่ละด้านของแต่ละเรื่องมากว่า  ว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด และประสบการณ์ในแต่ละด้านด้วย

 

รูปภาพของ nina

เรียน อ.เปาซียะห์ ยูโซะ

รายงานของอาจารย์ที่ส่งมานั้นมูลนิธิได้รับเรียบร้อยแล้ว

และรบกวนอ.เปาซีย๊ะ ช่วยนำรายงานโครงการวิจัยของท่านผอ.กัญจนลักษณ์

อ.มณี  อ.รัชนี  อ.ทัศนีย์  และ อ.สุนีย์

ขึ้น Weblog ด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

มูลนิธิสุข - แก้ว  แก้วแดง

 

ok

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์