ไอศกรีมไบโอติก

ในช่วงที่อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ ถ้าได้ “ไอศกรีม” ถ้วยโปรดมาช่วยดับร้อน คงทำให้ใครหลายคนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่ทราบไหมคะว่าในไอศกรีมแต่ละถ้วยนั้นมีไขมันแฝงอยู่ใน ปริมาณที่สูงมาก เพราะฉะนั้นการบริโภคไอศกรีมในปริมาณมากเกินไปก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราได้...
ได้ยินแบบนี้แล้วใครที่ชอบรับประทานไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจอาจรู้สึกกังวใจ แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะล่าสุดมีการวิจัยเพื่อคิดค้นไอศกรีมสูตรใหม่ขึ้นมา โดยฝีมือของเยาวชนไทย ที่ได้นำเอาสารไบโอติคมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนของการผลิตไอศกรีมจนกลายเป็น “ไอศกรีมไบไอติก”  ที่มีปริมาณไขมันต่ำและไม่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค ซึ่งผลงานการวิจัยดังกล่าวได้นำมาจัดแสดงภายใน งานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชน ครั้งที่ 5 ซึ่ง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกันจัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา


การศึกษาวิจัยเรื่องไอศกรีมไบโอติกนี้ เป็นผลงานของนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เล็งเห็นคุณสมบัติพิเศษของสารไบโอติกที่สามารถนำมาผสมแทนไขมันที่ได้จากนม  หลังจากมีงานวิจัยที่พบว่าคนเอเชียไม่สามารถย่อยไขมันที่ได้จากนมได้ดีเท่ากับคนยุโรป


ศุภกร  ตันเป็นสุข นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ผู้คิดค้นสูตรไอศกรีมไบโอติก กล่าวว่า ในการทดลองได้นำเอาสารไบโอติก  2  ชนิด คือ  Prebiotic และProbiotic  มาผสมลงในไอศกรีม ผลการทดลองพบว่าไอศกรีมที่ได้นั้น มีปริมาณไขมันที่ต่ำเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก  ผู้รักสุขภาพ  และผู้ที่ชื่นชอบทานไอศครีมแต่ไม่อยากเป็นโรคอ้วน  ฯลฯ


ถึงตรงนี้ ... หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า สารไบโอติกที่กำลังพูดถึงอยู่นั้น คืออะไร มีประโยชน์ในด้านใดบ้างและสามารถนำเอาสารดังกล่าวมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง  ศุภกร เยาวชนคนเก่งของเราเล่าให้ฟังว่า


"สารไบโอติกที่นำมาใช้นั้นสกัดมาจากถั่วเหลือง ซึ่งให้โปรตีนสูง ไขมันต่ำและไม่ทำให้อ้วน สำหรับ Prebiotic ก็เป็นสารอาหารกลุ่มหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้  แต่สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่โดยจะทำให้ทางเดินอาหารนั้นดีขึ้น  ทั้งยังสามารถจำกัดปริมาณการเจริญเติบโตของแบคทีเรียเหล่านั้นได้ ส่วน Probiotic  จะเป็นแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่บางชนิด ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในลำไส้และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหารได้ดีขึ้น เมื่อทั้ง Prebiotic และ Probiotic ได้มาทำงานร่วมกันจะเป็นผลดีต่อร่างกายมาก นอกจากนี้ยังสามารถนำเอาสารเหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทที่มีไขมันสูง โดยในอนาคตอาจจะนำสารเหล่านี้ไปสกัดให้อยู่ในรูปของผง  เพื่อที่จะสามารถนำมาประกอบอาหารทุกประเภทได้"


เห็นอย่างนี้แล้ว  “ไอศกรีมไบโอติก”  อาจเป็นเพียงผลงานการวิจัยชิ้นเล็ก ๆ ของหนึ่งต้นกล้าวิทย์ที่จุดประกายความคิดให้เกิดการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากจะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดคนรักสุขภาพแล้วยังอาจจะนำไปสู่การคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ จนกลายเป็นผลงานคุณภาพจากฝีมือเยาวชนไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากลต่อไปก็ได้ ..ใครจะรู้


ข้อมูลจาก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์