สมัยอยุธยา

รูปภาพของ sss28805

     
       

พระบรมไตรโลกนาถ
 
ขอบคุณรูปจาก    http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/psl/picture/phit3.jpg

     พระบรมไตรโลกนาถ เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 8 (ในจำนวน 34 พระองค์ ของอาณาจักรอยุธยา)
พระบรมไตรโลกนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ.1974 ทรงเป็นโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2(เจ้าสามพระยา)
และมีพระมารดาเป็นเจ้าหญิงจากราชวงศ์สุโขทัย ดังนั้นพระองค์จึงเป็นเชื้อสายของฝ่ายอยุธยา (ราชวงศ์สุพรรณบุรี) และราชวงศ์สุโขทัย
พระราชบิดาได้พระราชทานพระนามตามพระราชประเพณีว่า สมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร และเมื่อพระมหาธรรมราชาที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัยเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.1984 พระบรมไตรโลกนาถ พระชนมายุเพียง 15 พรรษา ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้เสด็จไปครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ โดยได้ประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก (ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยในสมัยนั้น)แทน และเมื่อพระราชบิดาสวรรคต พระองค์ก็ครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์ของอยุธยาในปี พ.ศ. 1991 เมื่อพระชนม์พรรษาได้ 17 พรรษา เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่แปดของกรุงศรีอยุธยา 


พระองค์ทรงครองราชสมบัติเป็นเวลานานที่สุดในบรรดากษัตริย์อยุธยาคือ 40 ปีสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงมีพระราชสมัญญาอีกพระนามหนึ่งว่า พระเจ้าช้างเผือก เนื่องจาก เมื่อปี พ.ศ.2014 พระองค์ได้ทรงรับช้างเผือก ซี่งนับเป็นช้างเผือกช้างแรกของกรุงศรีอยุธยา 
และทรงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ ไทยในฐานะผู้รวมอาณาจักรสุโขทัยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับอยุธยากับการปฏิรูปการปกครองของอยุธยาด้วยการตั้งระบบศักดินาและ การจัดระบบขุนนางให้เป็น 2 ฝ่าย คือ กลาโหม   มหาดไทย 

  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงปฏิรูปการปกครอง โดยทรงรวมอำนาจจากการปกครองเข้าสู่ศูนย์กลางคือ ราชธานี และแยกฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือนออกจากกันคือ ฝ่ายทหารมีสมุหพระกลาโหมเป็นหัวหน้า รับผิดชอบ ฝ่ายพลเรือนมีสมุหนายก เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ มีผู้ช่วยคือ จตุสดมภ์ ได้แก่ กรมเมือง กรมวัง กรมพระคลัง และกรมนา ในกรณีที่เกิดศึกสงครามทั้งฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือนจะต้องนำหน้าในกองทัพร่วมกัน 

ในสมัยของพระบรมไตรโลกนาถ ทรงทำให้เป็นระบบราชการ (เจ้าและขุนนาง) มากขึ้น กล่าวได้ว่าเป็นการทำการปกครองให้เป็นระบบที่เหมาะสมกับการเป็นอาณาจักรใหญ่อยุธยา เปลี่ยนไปจากระบบการปกครอง ที่เรียบง่ายอันเป็นลักษณะของการปกครองที่ยังเป็นแว่นแคว้นหรือเมือง ดังที่ปรากฎในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้นๆ มีการแบ่งฝ่าย การปกครองเป็นทหารกับพลเรือน มีตำแหน่ง กลาโหม ปกครองฝ่ายทหารและตำแหน่ง มหาดไทย ปกครองฝ่ายพลเรือน เป็นการแบ่งและการเพิ่มตำแหน่งกลายเป็น 6 ตำแหน่ง โดยที่ 2 ตำแหน่งใหม่มีฐานะที่สูงกว่า (เป็นอัครมหาเสนาบดีเหนือเสนาบดีธรรมดา ) 


  อย่างไรก็ตาม บทบาทหน้าที่ของกลาโหมและมหาดไทยอาจจะมิได้มีความหมายว่า แยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน คือ ทหารมีหน้าที่รบ ตรงกันข้ามกับพลเรือนที่ไม่ต้องออกสงครามอย่างที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน ในอดีตนั้น ต่างก็มีบทบาททั้งด้านทหารด้านด้านพลเรือนและอื่นๆ อีกมากที่เหมือนกัน หากแต่ต่างกันเฉพาะ "พื้นที่" ที่แบ่งกันปกครอง กล่าวคือ กลาโหม ปกครองพื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองหลวง ส่วนมหาดไทยปกครอวพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง และเมือการค้าของอยุธยากับต่างประเทศ เจริญรุ่งเรือง "กรมพระคลัง" ที่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สมบัติของพระมหากษัตริย์ ก็มีบทบาทหน้าที่เพิ่มเติมด้านการค้าและความสัมพันธ์กับ ต่างชาติ และกลายเป็นกรมที่มีบทบาทหน้าที่เหมือนกับกลาโหมและมหาดไทย คือ มีพื้นที่หัวเมืองชายฝั่งทะเลอยู่ใต้การปกครอง
 
การปกครองในส่วนภูมิภาค ได้ยกเลิกระบบการปกครองหัวเมืองต่าง ๆ แต่เดิมที่แบ่งออกเป็นเมืองลูกหลวง หลานหลวง แล้วระบบการปกครองหัวเมืองเสียใหม่ ดังนี้
 
หัวเมืองชั้นใน เช่น เมืองราชบุรี นครสวรรค์ นครนายก เมืองฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี เป็นต้น จัดเป็นเมืองจัตวา พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมไปปกครอง แต่สิทธิอำนาจทั้งหมดยังขึ้นอยู่กับองค์พระมหากษัตริย์
 
หัวเมืองชั้นนอก หรือ เมืองพระยามหานคร เช่น เมืองพิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา และทวาย จัดเป็น เมือง เอก โท ตรี พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งพระราชวงศ์หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปเป็นเจ้าเมืองมีอำนาจบังคับบัญชาเป็นสิทธิขาด เป็๋นผู้แทนองค์พระมหากษัตริย์ มีกรมการปกครองในตำแหน่ง เมือง วัง คลัง นา เช่นเดียวกับของทางราชธานี
 
เมืองประเทศราช ทางกรุงศรีอยุธยาคงให้เจ้าเมืองของเมืองหลวงนั้นปกครองกันเอง โดยพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเจ้าเมือง เมืองประเทศราชจะต้องถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองกับเครื่องราชบรรณาการทุกรอบสามปี และต้องส่งกองทัพมาช่วยทางราชธานี เมื่อเกิดการสงคราม
 
สำหรับการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้จัดเป็นหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้านปกครองดูแล ตำบล มีกำนันเป็นหัวหน้า แขวง มีหมื่นแขวงเป็นหัวหน้า การปกครองท้องถิ่นดังกล่าวได้ใช้สืบทอดมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการให้มีบรรดาศักดิ์ตามลำดับจากต่ำสุดไปสูงสุดคือ ทนาย พัน หมื่น ขุน หลวง พระ พระยา และเจ้าพระยา มีการกำหนดศักดินาเพื่อเป็นค่าตอบแทนการรับราชการ และได้อาศัยใช้เป็นเกณฑ์กำหนดการมีที่นาและการปรับไหมตามกฎหมาย 

รูปภาพของ ssspoonsak

เป็นกำลังใจ ขอมอบลูกไก่ให้ไปเลี้ยงจ้า

 

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 41 คน กำลังออนไลน์