อนุรักษ์ไทย กายแต่งกาย

การแต่งกายไทย

การแต่งกายไทย ในอดีต-ปัจจุบัน

     ชาติไทย เป็นชาติใหญ่ใน เอเชีย มาแต่ก่อน พุทธกาล เรามีแบบ เครื่องแต่งกาย ของเรา โดยไม่ได้ ลอกแบบ ใคร ทั้งสิ้น ไทยสมัย นั้น  ชายหญิง  ตาม การสันนิษฐาน ว่า นุ่งกางเกง กันเป็นพื้น เราเคยเข้าใจว่า  จีนนุ่งกางเกง มาก่อนไทย เพราะมีคำว่า ”กางเกงจีน” ทำให้เราเข้าใจเช่นนั้น  แท้จริงแล้ว จีน น่าจะลอกแบบ ไปจากไทย ด้วยซ้ำ ตามหลักฐาน  การค้นคว้า ภายหลังทำให้ทราบชัดขึ้นว่า   ไทยไม่ได้ เชื้อสาย มองโกเลีย กับจีน  แต่ไทยเรา น่าจะเป็น เชื้อสาย กับ ”มาเลเซีย” มากกว่า และก็ได้แผ่ขยายขึ้นไปจาก แผ่นดิน แหลมทอง ไม่ได้ลงมาจากเหนือ สิ่งที่เป็น พยานหลักฐาน นับว่าได้แก่ บรรดา เครื่องมือดิน และ พวกภาชนะ เครื่องปั้นดินเผา นั่นเอง ทั้งจีนเองก็เพิ่ง เคลื่อนย้าย มาอยู่ ตามแถบ แม่น้ำไหล ( สาขาของ แม่น้ำ แยงซีเกียง ) เรื่องราว 2000 ปี ก่อนพุทธศก นี้เอง แต่ไทยเรา ครอบครองแดน จีน มา ไม่ต่ำกว่า 4500 ปีแล้ว การแต่งกาย ของจีน นั้น รุ่มร่มกว่า เพราะต้องอยู่กับอากาศหนาว และต้องผ่าน ทะเลทราย โคบี อันไพศาล มาด้วย ประกอบกับ ไทยต้องอยู่ในประเทศ ลุ่มๆ ดอนๆ จึงจำต้อง แต่งกาย ให้เหมาะสม และสะดวก ใน การเดินทาง ซึ่งในสมัยนั้น จะดีกว่า การเดินเท้าเปล่า ก็เพียงเลื่อน และ เกวียน การแต่งกาย จึงขึ้นอยู่กับ การอาชีพ สภาพของ ดินฟ้าอากาศ และ ภูมิประเทศ นี่เป็น การสันนิษฐาน เรื่องไทย นุ่งกางเกง มาก่อน

การแต่งกายของไทยในสมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยา

สมัยสุโขทัย

   ที่ตั้งของอาณาจักรสุโขทัยเจริญขึ้นไปบนดินแดนของอาณาจักรลพบุรี  ลักษณะ การแต่งกายของ ชายหญิงสมัยนี้ จึงปฏิรูปมาจากลพบุรีเป็นส่วนใหญ่ การแต่งกาย ของชาวสุโขทัยในชุดนี้ ดำเนินเรื่อง ตามจารึกหลักที่หนึ่งที่กล่าวว่า  “1214 ศก.ปีมะโรงพ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยนี้ เมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตาลนี้ได้สิบสี่เข้า จึงให้ช่างฟันขะดาร หินตั้งหว่างกลาง ไม้ตาลนี้ วันเดือนดับ เดือนออกแปดวัน ฝูงปู่ครูเถรมหาเถรขึ้นนั่ง เหนือขะดารนี้สวดธรรมแก่อุบาสกฝูง ท่วยจำศีลมิใช่วันสวดธรรม พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัย ขึ้นนั่ง เหนือขะดารหิน ให้ฝูงทวยลูกเจ้า ลูกขุน ฝูงท่วยถือบ้านถือเมืองกัน วันเดือนดับ เดือนเต็ม ท่านแต่งช้างเผือก กระพัดลยาง เทียรย่อม ทองงานซ้ายขวา ชื่อ รูจาศรี พ่อขุนรามคำแหง ขึ้นขี่ ไปนบพระอรัญญิกแล้วเข้ามา”

สมัยอยุธยา

อยุธยาเป็นราชธานีที่ยาวที่สุดของไทยถึง 417 ปี ระยะเริ่มแรก ของกรุงศรีอยุธยา อยู่ในปลายพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นดินแดนที่เคยรับอารยธรรม อันเจริญรุ่งเรือง ล่วงมาแล้ว หลายยุคด้วยกัน ความปะปนในด้านอารยธรรมต่างๆ ย่อมปรากฏอยู่เป็นอันมาก แต่ในขณะ ที่กรุงศรีอยุธยาได้เจริญนั้นชั้นแรกทีเดียวต้องมีอารยธรรมลพบุรีสอดแทรกอยู่เป็น ส่วนใหญ่ แล้วต่อมาก็ได้รับอารยธรรมของไทยฝ่ายเหนืออีก คือ อารยธรรมของ ชาว สุโขทัย ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 ลงมากล่าวคือ สตรีไทยไว้ผมยาว เกล้ามวย บนศรีษะ สวมเสื้อบาง ผ่าอก คอรูปสามเหลี่ยมแขนสั้นขลิบขอบสาบเสื้อ ชายเสื้อปรกเอวย้วย รัดกับสะโพก สวมกำไลแขนเป็นปลอก นุ่งผ้าโจงกระเบนยาวครึ่งแข้ง

    ส่วนชาวบ้านไว้ผมยาวประบ่า หวีแสกกลาง ไม่สวมเสื้อ ห่อผ้าสไบเฉียง ปิดอก นุ่งผ้าเชิง ใต้สะดือยาวครึ่งแข้ง จีบหน้านาง ชักชายพกยาวตกลงมาตรงกลาง

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 40 คน กำลังออนไลน์