การแสดงชุด “กลอง กะ บานอ” โดยเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเยาวชนไทยพุทธ และไทยมุสลิม

รูปภาพของ sea


การแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ 
เนื่องในโอกาสมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2553 
ชื่อการแสดงชุด “กลอง กะ บานอ” 
จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิ-แก้ว แก้วแดง 
และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
แสดงโดยเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเยาวชนไทยพุทธ และไทยมุสลิม 

 

 

ปิดฉากไปแล้วอย่างน่าประทับใจ สำหรับการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้าน "กลอง กะ บานอ" ขององค์กรเยาวชนชายแดนใต้ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง นำเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 400 ชีวิตมาแสดงในระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมชม พร้อมแสดงความชื่นชมเยาวชนที่มาแสดงความสามารถกันด้วยว่า ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าหากเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับโอกาส ก็สามารถแสดงออกได้เป็นอย่างดี และทำให้คนอื่นได้มองเห็นศักยภาพ ทั้งนี้ ต้องการให้การแสดงได้เผยแพร่ไปทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม รวมถึงถ่ายทอดสิ่งดีๆ ให้กับรุ่นน้องและรุ่นหลานๆ ต่อไป

การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านชายแดนใต้ “กลอง กะ บานอ” มีองค์กรร่วมจัดหลายองค์กร ซึ่งได้รับงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเยาวชนระดับ อบต. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสันติสุข ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสุขแก้ว-แก้วแดง, และได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), องค์กรเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), การรถไฟแห่งประเทศไทย ฯลฯ

“กลอง” และ “บานอ” แม้จะเขียนต่างกัน แต่มีความหมายเดียวกันคือเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน
“กลอง” คือกลองในภาษาไทย ส่วน “บานอ” คือกลองชนิดหนึ่งในภาษามลายูปัตตานี ภาษาที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

ด้วยความหมายที่เหมือนกัน กลองและบานอจึงได้รับการเลือกให้เป็นชื่อการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านขององค์กรเยาวชนชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เนื้อหาการแสดง ดำเนินเรื่องโดยตัวละคร 3 ตัว คือ อาแป๊ะ ตัวแทนของชาวไทยเชื้อสายจีน เด็กชาวไทยพุทธ ชื่อ “กลอง” และเด็กชาวไทยมุสลิม ชื่อ “บานอ”

ชื่อการแสดง “กลอง กะ บานอ” จึงมีความหมายเพื่อให้เห็นว่า แม้จะแตกต่างกันที่ศาสนาและภาษา แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน โดยตัวละครทั้งสามได้บอกกล่าวและนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ยุครุ่งเรืองในอดีตจากลังกาสุกะ ฟาตอนีดารุสซาลาม ยุคสิ่งดีๆ ที่ชายแดนภาคใต้ และยุคที่เกิดความขัดแย้งในปัจจุบัน จนมาถึงยุคที่องค์กรเยาวชนกับการนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก

การแสดงในครั้งนี้ มี ๕ ตอนใหญ่ๆคือ

          ตอนที่ ๑ ความสุข นำเสนอการแสดงในราชสำนักของราชอาณาจักรลังกาสุกะ ที่เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองอยู่ยาวนานพันกว่าปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๗๐๐ โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ความเจริญรุ่งเรือง ในยุคที่ศาสนาพราหมณ์รุ่งเรืองในแผ่นดินทะเลใต้ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่ค้าขายติดต่อระหว่าง ๒ ฝั่งมหาสมุทร โดยข้ามทางไหล่ทวีป และการค้าขายนี้ ทำให้ราชอาณาจักรมีความเจริญรุ่งเรือง และมั่งคั่ง
การแสดงที่เป็นร่องรอยของอารยธรรมอินเดีย ได้แก่ระบำอินเดีย ซึ่งเป็นการแสดงที่สวยงาม มีเยาวชนจากตำบล บางตาวา และเกาะเปาะ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีเป็นผู้แสดง มีผู้ร่วมแสดงทั้งหมด ๑๘ คน

 

          การแสดงที่ยิ่งใหญ่อีกชุดหนึ่งก็คือมโนราห์ ซึ่งเป็นการแสดงเก่าแก่ของคนไทยพุทธ เข้าใจว่ามีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ฉากร่ายรำเหมือนเทวดาและนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ การแสดงนี้มีเยาวชนแสดงถึง ๕๐ คน เป็นโรงใหญ่จาก ๔ อบต. ได้แก่ อบต.คีรีเขต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา / อบต.สุไหง-ปาดี ตำบลสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส / อบต.ป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และ อบต.ควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 

 

 

          นอกจากนี้ยังมีการแสดง ซีละ ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ตำนานเล่าว่า นางฟาตีเมาะ เป็นผู้ค้นพบคนแรก และได้ถ่ายทอดให้กับสามีและลูกศิษย์ เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้พัฒนาไปเป็น ปัญจะซีละ ในปัจจุบัน การแสดงซีละที่กำลังจะสูญหายนี้มีเยาวชนและครูภูมิปัญญามาร่วมแสดง ๓๑ คน จาก ๕ อบต. ได้แก่ อบต. ปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส / อบต.บางปอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส / อบต.กายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส / อบต.ป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอบต.เกาะเปาะ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

 

 

          การรำกริช ศิลปะการต่อสู้ของนักรบทะเลใต้ ซึ่งในปัจจุบันมีเพียงแห่งเดียวที่ยังคงทำกริช ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของนักสู้คาบสมุทรมลายูมายาวนาน ได้แก่ ตำบลตะโละหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในครั้งนี้พวกเขาจะมารำกริชพร้อมกฎกติกาให้ได้ดู

 

 

          การแสดงตารีอีนา ซึ่งเป็นการแสดงผสมผสานระหว่างมโนราห์กับซีละ มีท่าสะพานโค้งที่อ่อนช้อยและสวยงาม ซึ่งปัจจุบันเหลือให้ชมอยู่เพียงแห่งเดียว ที่ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

 

 

          การแสดงที่สวยงามทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ฉากที่สวยงามของพระราชวังของอาณาจักรลังกาสุกะ

          
          ตอนที่ ๒ เป็นการแสดงในยุคของอาณาจักรปัตตานีดารุสลาม ซึ่งเดิมเป็นเมืองท่าของลังกาสุกะ ต่อมา พัฒนาเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรือง ยาวนาน เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งที่ ๒ บนฝั่งแม่น้ำปัตตานี ส่งออกทรัพยากรทางธรรมชาติ ป่าไม้ ดีบุก และทองคำ ผลิตข้าวและเกลือ
เริ่มจากการแสดง ร็องเง็ง ซึ่งตำนานเล่าว่า พ่อค้าชาวเปอร์เซียที่มาค้าขายที่เมืองปัตตานีนำเข้ามา และเป็นการแสดงที่ราชสำนักปัตตานีใช้รับแขกบ้านแขกเมือง โดยการแสดงนี้มีเยาวชนจาก อบต.บานา ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าของเมืองปัตตานีดารุสลาม

 

 

          การแสดงที่ยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชายแดนใต้ก็คือ การแสดง ดีเกฮูลู ซึ่งเป็นการแสดงของชาวบ้าน คำว่า ดีเก แปลว่า เสียงร้อง ฮูลู แปลว่า ทางใต้ มีทั้งหมด ๖ ตอน การแสดงในครั้งนี้มีเยาวชนร่วมแสดงทั้งสิ้น ๖๐ คน เป็นวงดีเกฮูลูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นการแสดงที่รวมพลัง ไม่แข่งขันเหมือนในอดีต

 

 

          สำหรับเยาวชนที่เป็นนักแสดงดีเกฮูลู มาจาก ๗ อบต. ได้แก่ อบต.ตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี / อบต.ปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส / อบต.เตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี / อบต.กะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี / อบต.เกียร์ อำเภอสุคีริน จังหวัดนราธิวาส / อบต.บางตาวา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และอบต.จะรัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โดยเนื้อหาเพลงที่ร้องนั้น เล่าถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรปัตตานี ความร่ำรวยจากแร่ดีบุก แร่ทองคำ ทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม คนอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

          ตอนที่ ๓ ความตาย ความโหดร้ายและทารุณ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นยุคมืดของแผ่นดินใต้ ซึ่งมีแต่เสียงระเบิด เสียงปืน เสียงคร่ำครวญ การพลัดพรากร้องไห้ โรงเรียนถูกเผา ครูถูกยิง ผู้นำศาสนา พระ ถูกฆ่า และความตาย

 

 

          ในฉากนี้จะมีเสียงร้องเพลง อนาซิด ซึ่งบรรยายถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ มีนักแสดง ๓๒ คน จาก ๑๐ อบต. คือ อบต.น้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี / อบต.กายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา / อบต.กอตอตือระ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา / อบต.อาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา / อบต.ควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี / อบต.มาโมง อำเภอสุคีริน จังหวัดนราธิวาส / อบต.เกียร์ อำเภอสุคีริน จังหวัดนราธิวาส / อบต.สาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอบต.พร่อน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ตามด้วยการร้องเพลง อนาซิดกุมปัง จากเยาวชนชาย อบต.ริโก๋ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส/ อบต. บูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส / อบต. กาวะ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และอบต. กอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ที่ร้องอ้อนวอนขอพรจากพระเจ้า เพื่อให้นำความสุข ความปลอดภัย กลับมาสู่แผ่นดินนี้

 

 

          ฉากที่ ๔ ชายแดนใต้เริ่มสันติสุข
          ท่ามกลางความวิกฤติที่เกิดขึ้น ความสูญเสียที่มากมาย มูลนิธิสุข – แก้ว แก้วแดง ซึ่งเป็นมูลนิธิฯ ที่ตั้งโดยกลุ่มคนรักบ้านเกิด เพื่อเสริมสร้างสันติสุข ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการสนับสนุนจาก กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข (สสส.) หลังจากได้ทำกิจกรรมโครงการอื่นๆประสบความสำเร็จ ได้ทำโครงการพัฒนาขีดความสามารถองค์กรเยาวชน ซึ่งเป็นคนกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น ซึ่งฉากเล่าเรื่องนี้เป็นฉากการเรียนรู้ที่มูลนิธิฯ ในค่ายที่สวยงาม

          ผลการดำเนินงานของเยาวชน กิจกรรมที่นำไปสู่สันติสุขก็คือ ความสามัคคีของคนในชุมชนไทยมุสลิมที่ตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งในอดีตแตกแยกความสามัคคีอย่างรุนแรง แต่กิจกรรมการเรียนรู้ดีเกฮูลู ที่มีการเหย้าเยือนระหว่างชุมชน ทำให้เกิดการเป็นเพื่อน เป็นมิตร การออกไปแสดงนอกพื้นที่ ทำให้เกิดความสามัคคีมากขึ้น เยาวชนมีกิจกรรมช่วงกลางคืนลดลง การติดยาเสพติดหายไปโดยปริยาย

          สันติสุขของคน ๒ วัฒนธรรม ที่มีทั้งคนมุสลิมและคนพุทธ ที่ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กิจกรรมการแสดงดีเกฮูลู คู่กับกลองยาวทำให้เยาวชนคนไทยพุทธ และคนไทยมุสลิม กลับมาอยู่ร่วมกันเหมือนที่เคยเป็นในอดีต

          การแสดงของชุมชน ๓ วัฒนธรรม คือการเล่าเป็นเพลงจากเยาวชน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่มีเนื้อหาว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่าง คนจีน คนไทยพุทธ และคนไทยมุสลิม ทำให้เบตงเป็นชุมชนสันติสุข เศรษฐกิจดี เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหลืออยู่เมืองเดียวในชายแดนใต้

 

 

          เป็นการแสดงของเยาวชนที่หลากหลายชุมชน ที่ในอดีตเคยอยู่ร่วมกัน ซึ่งช่วงหนึ่งแบ่งแยกความสามัคคี ต่างคนต่างอยู่ แต่จากกิจกรรมขององค์กรเยาวชน ที่มีศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เยาวชนกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งหนึ่ง

          ฉากที่ ๕ สุดท้าย
          บนเวทีจะมาร้องเพลงที่มีเนื้อหาว่า เรามาร่วมกันสร้างสันติสุข โดยมีนักร้องนำชายและนักร้องนำหญิง โดยในเพลงนั้นจะมีทั้งภาษาไทยใต้ ไทยกลาง ไทยจีน และไทยยาวี โดยมีการเชิญชวนผู้ชมร่วมร้องเพลงร่วมกันทั้งหอประชุม

 

 

          การแสดงมหกรรมเยาวชนนี้ นอกจากมุ่งที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจกับพี่น้องผู้ชมที่อยู่กรุงเทพมหานครแล้ว การทำกิจกรรมด้วยกันจะทำให้เยาวชนรู้จัก สนิทสนมเป็นเพื่อนกัน ซึ่งจะพัฒนาเป็นเครือข่ายการเสริมสร้างสันติสุขของ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป 
          การแสดงศิลปะพื้นบ้านทั้งหมดนี้ ช่วงหนึ่งได้หายไปจากพื้นที่ การที่เยาวชนได้รื้อฟื้นและสืบทอดมรดกจนกลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
          การแสดงในครั้งนี้เริ่มจากเยาวชนเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้าน จัดการแสดงในชุมชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับอำเภอ จัดงานมหกรรมองค์กรเยาวชน ๓ จังหวัดชายแดนใต้
          การแสดงร่วมกันหลายๆอบต. นี้ เป็นมิติใหม่ เพื่อที่จะสร้างความสามัคคีมากกว่าการแข่งขันกันในอดีต เพราะการแข่งขันกัน บ่อยครั้งที่นำไปสู่ความรุนแรงจนกระทั่งถึงเสียชีวิตก็มี กิจกรรมของมูลนิธิฯ จึงไม่เน้นในเรื่องการแข่งขัน แต่จะเน้นเรื่องความสามัคคี
การแสดงทั้งหมดนี้ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้เรียนรู้ เข้าใจคนปักษ์ใต้ เพื่อที่จะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ในฐานะที่เราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง

 

.................................................................................................................................

ขอขอบคุณจากใจจริง

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์