อารยธรรมอินเดียโบราณ:สมัยจักรวรรดิ

รูปภาพของ sss27531

 
ขอขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก  http://images.north40commerce.com/TheAncientWeb/pop/9788854401679.jpg 

    

   

  

การรุกรานของเปอร์เซียและกรีก 

          ในระยะศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล อาณาจักรคันธาระ ซึ่งตั้งอยู่ตอนบนของลุ่มแม่น้ำสินธุ มีเมืองสำคัญคือ เปชวาร์(Peshawar) และ ราวัลปินดี(Rawalpindi) ได้ส่งคณะทูตเชิญสาส์นมายังพระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธ จุดมุ่งหมายของคณะทูตครั้งนี้และสาระสำคัญของสาร์สนั้นไม่ปรากฎ แต่สิ่งที่ทราบบแน่ชัดก็คือแคว้นคันธาระได้ถูกกองทัพจากเปอร์เซียของพระเจ้าไซรัส (ประมาณปี 558-530 ปีก่อนคริสต์กาล) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ อาคีเมเนียน(Achaemanian) แห่งอาณาเปอร์เซีย เข้ามารุกรานในตอนกลางศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล อาณาจักรบริเวณตะวันตกของแม่น้ำสิธุได้ตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรเปอร์เซียและชื่อแคว้นคันธาระก็ได้ปรากฎอยู่ในจารึกของกษัตริย์เดอไรอัส(Darius:ปี 522-486 ก่อนคริสต์กาล) ผู้สืบต่อจากไซรัสตั้งแต่บัดนั้น พระเจ้าเดอไรอัสได้ส่งกองเรือใต้บังคับบัญชาของ ไซแลกซ์ (Skylax) มายังลุ่มแม่น้ำสินธุ และต่อมาก็ได้ผนวกดินแดนทั้งหมดในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุลงมาถึงทะเลทรายราชปุตาน ดินแดนดังกล่าวนับเป็นมณฑล(Satrapy) ที่ 20 ของจักรวรรดิเปอร์เซีย เป็นแคว้นที่มีพลเมืองมากที่สุดและส่งบรรณาการมากที่สุดในบรรดาประเทศราชทั้งหลาย

          ในสมัยของเซอร์ซิส(Xerxes) อิทธิพลของเปอร์เซียเริ่มเสื่อมลง ดินแดนที่อยู่ใต้ปกครองแตกออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อย อยู่ใต้การปกครองที่เป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน

          ทางยุโรปขณะนั้น รับที่มีกำลังเรืองอำนาจคือ รัฐมาซิโดเนีย(Macedonia) ภายใต้การปกครองของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เมื่อพระองค์  มีพระชนมายุ ๒๖ พรรษา ก็ทรงเป็นนักรบที่เก่งกาจ สามารถเอาชนะทั้งซีเรีย ปาเลสไตน์ อียิปต์ เปอร์เซีย (อิหร่าน)ภายในเวลาแค่ ๔ ปี จากนั้นข้ามภูเขาฮินดูกูฏเข้ามาสู่ปัญจาปทางอินเดีย ภาคเหนือเมื่อ พ.ศ. ๒๑๖ ที่นี่พระองค์ได้ทะลุถึงเมืองตักกศิลา (Taxila) เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาทั้งพุทธศาสนา และพราหมณ์ ณ ที่นี่พระเจ้าอัมพิราชา (Ambhiraja) ไม่ได้ทรงต่อต้านเพราะเห็นว่า ตัวเองมีกำลังอำนาจไม่เข้มแข็ง พอที่จะต้านศัตรูต่างแดนได้ จึงได้เปิดเมืองต้อนรับอเล็กซานเดอร์ ซึ่งพระองค์ก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่ให้ตักกศิลาเป็นเมืองขึ้นต่อมาซิโดเนียเท่านั้นแล้วให้ปกครองตามเดิม แล้วทรงขอให้ตักกศิลาส่งทหารมาช่วยรบปัญจาป ๕,๐๐๐ คน ซึ่งพระเจ้าอัมพิราชาก็ยินยอม
          ดังนั้น พระเจ้าอเล็กซานเดอร์จึงรุดเข้าสู่ปัญจาป ได้พบกับกองทัพของพระเจ้าเปารวะ หรือ เปารุส พระราชาแห่งปัญจาป และเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เดินทางมาถึงแม่น้ำวิตัสตะ พระองค์ก็ได้มองเห็นทัพพระเจ้าเปารุสตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เมื่อถึงตอนกลางคืน ทัพกรีกพร้อมทหารตักกศิลาเป็นพันธมิตร ก็เริ่มโจมตีอย่างฉับพลัน เมื่อเจอลูกศรช้างทรงของพระเจ้าเปารวะได้รับบาดเจ็บ จึงอาละวาดเหยียบทั้งทหารตนเองและทหารกรีก เกิดความสับสนอลหม่าน และในไม่ช้าทัพอินเดียของพระเจ้าเปารวะก็แพ้อย่างยับเยิน ตัวพระเจ้าเปารวะเองบาดเจ็บสาหัสจึงถูกนำตัวมาเฝ้าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์
          เมื่อกษัตริย์ กรีกถามว่าจะให้ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไร เปารวะกล่าวเยี่ยงอย่างพระราชา ทำให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์พอพระทัย สุดท้ายก็ทรงแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ปกครองปัญจาปเช่นเดิม เมื่อเสร็จศึกที่ปัญจาปแล้วพระเจ้าอเล็กซานเดอร์หวังจะยกทัพต่อเพื่อยึดมคธและส่วนอื่น ๆ ของอินเดีย แต่แม่ทัพนายกองทหารอ่อนล้าเต็มที่จึงวิงวอนไม่ให้เดินทัพต่อ
          กษัตริย์แห่งมาซิโดเนีย จึงจำเป็นต้องถอนทัพกลับหลังยึดอินเดียเหนือได้ 1 ปีกับ 8 เดือน ทัพกรีกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกกลับทางเรือ อีกฝ่ายกลับทางบก ยุคนี้อินเดียส่วนเหนือ เปอร์เซีย (อีหร่าน) บาบิโลน (อีรัก) อีหยิปต์ ปาเลสไตน์ ซีเรียและยุโรปต่างตกอยู่ภายใต้การยึดครองของจักรวรรดิกรีก ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์อย่างสิ้นเชิง 
          หลังกลับไม่ได้นานพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ก็ได้สิ้นพระชนม์ที่บาบิโลน (อิรัก) รวม พระชนมมายุ ๓๓ พรรษาเท่านั้น นักประวัติศาสตร์ต่างยอมรับว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์นับเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์โลกเทียบเท่าเจ็งกิสข่านของมองโกลผู้พิชิตยุโรป

การรบของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์กับพระเจ้าเปารวะ

                   

                                 (1)                                                (2)                                         (3)

  ภาพจาก (1)http://4.bp.blogspot.com/_tugjD0mUn6M/S-mf7uvu8JI/AAAAAAAAAWI/DxLXRh3OuHI/s1600/h.gif

              (2)http://3.bp.blogspot.com/_tugjD0mUn6M/S-mf2ew-eCI/AAAAAAAAAWA/lG8BbcHTc7g/s1600/p.jpg

              (3)http://www.columbia.edu/itc/mealac/pritchett/00routesdata/bce_399_300/alexander/alexander1.jpg

แหล่งอ้างอิง ธิติมา พิทักษ์ไพรวัน.ประวัติศาสตร์ยุคโบราณ.พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จำกัด,2518.

                 http://www.dhammathai.org/buddhism/chapter01_6.php

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์