อารยธรรมอินเดียโบราณ:สมัยจักรวรรดิ

รูปภาพของ sss27531

 
ขอขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก  http://images.north40commerce.com/TheAncientWeb/pop/9788854401679.jpg 

    

   

 

พระเจ้าจันทรคุปต์ (Chandra Gupta)     

          383ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ. 160) จันทรคุปต์ก็ยึดอำนาจสำเร็จปกครองปาฏลีบุตรต่อมาพระองค์เป็นนักรบที่กล้าหาญ เคยช่วยเหลือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในการตีอินเดีย ในคัมภีร์ปุราณะกล่าวว่า จันทรคุปต์เป็นบุตรของนางมุรา พระชายาองค์หนึ่งของพระเจ้านันทะที่เมืองปาฏลีบุตรราว 322ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ. 221) เพราะเหตุที่เป็นโอรสของนางมุรา จึงได้ตั้งราชวงศ์ใหม่ ว่า เมารยะ หรือโมริยะ แต่ตำราบางเล่มกล่าวว่าจันทรคุปต์มีเชื้อสายศากยะ แห่งกรุงปิลพัสดุ์ หลังถูกพระเจ้าวิฑูฑภะทำลายราชวงศ์ศากยะแล้ว เผ่าพันธ์ส่วนหนึ่งของศากยะได้อพยพหลบหนี จากเงื้อมดาบไปตั้งอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งใหม่ขึ้นแถบหุบเขาหิมาลัย และบริเวณนั้นเป็นที่อาศัยของ นกยูง จึงเรียกว่า เมารยะ หรือโมรยะ (Maurya dynasty) หนังสือมหาโพธิวงศ์กล่าวว่า บิดาของจันทรคุปตะถูกฆ่าตายที่ในสนามรบเมืองโมรยะนคร มารดาที่ตั้งครรภ์จึงแอบหลบหนีไปเมืองปาฏลีบุตร แคว้นมคธ เมื่อโตขึ้นจึงได้พราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่า วาณักยะ เป็นผู้อบรมเลี้ยงดูและสอนศิลปวิทยา

ช้างศึกของพระเจ้าจันทรคุปต์

 

ภาพจาก http://image.dek-d.com/18/622006/15007924 


          ในช่วงต้นได้ช่วยเหลือกองทัพกรีกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ต่อมาจึงแข็งข้อกบฏต่อพระเจ้าธนนนันทะ ราชวงศ์นันทะ เมืองปาฏลีบุตร ในการรบครั้งแรกจันทรคุปต์พ่ายแพ้อย่างยับเยินต้องหลบหนีเอาตัวรอด และเมื่อเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้ฟังเสียงย่าด่าหลานที่กินขนมที่ร้อน ๆ ตรงกลาง จึงดุด่าว่าโง่เหมือนจันทรคุปต์ กินของร้อนต้องกินตั้งแต่ขอบ เพราะขอบบางจะเย็นกว่าด้านใน ซึ่งร้อนกว่า ได้ฟังดังนั้น พระองค์จึงได้สติแล้วเริ่มซ่องสุมผู้คนใหม่ แล้วตีรอบนอกเข้ามา หาชาวบ้านเป็นมวลชนอาจกล่าวได้ว่า พระองค์เป็นคนแรกที่คิดยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมืองขึ้นเป็นคนแรก ซึ่งฝ่ายที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ใช้ต่อมา ในที่สุดก็ยึดปาฏลีบุตรได้เด็ดขาด โดยสังหารพระเจ้าธนนันทะในสนามรบ แล้วปราบดาภิกเษกเป็นกษัตรย์ สถาปนาราชวงศ์ เมารยะขึ้นในปาฏลีบุตร เมื่อ 321ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ.222) พระองค์ได้ธิดาพระเจ้าธนนันทะ มาเป็นมเหสี แล้วทำสงครามต่อสู้กับเจ้าเมืองกรีกหลายคนเช่น ซีลิวกุส หรือซิลากุส(Seleukos) ในอัฟกานิสถานและบางส่วนของปากีสถานในที่สุดก็ทำให้จักวรรดิ์ เมารยะแผ่ไพศาลตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำคงคาจนถึงอัฟกานิสถาน นอกจากนั้น พระองค์ยังได้ธิดาเจ้าเมืองกรีกมาเป็นมเหสีอีกพระองค์ด้วย ในสมัยของพระองค์ยังได้ธิดาจากเมืองกรีกมาเป็นมเหสีอีกพระองค์ด้วย ในสมัยของพระองค์กรีกได้ส่งเอกราชทูตมาประจำที่สำนักเมืองปาฏลีบุตรนามว่า เมกัสเทเนส(Makustenes) โดยเขาได้เขียนรายงานไว้อย่างละเอียดเกี่ยวกับสภาพเมืองปาฏลีบุตรในยุคนั้น
         พระเจ้าจันทรคุปต์มีพระโอรสอยู่หลายพระองค์แต่ที่ปรากฏชื่อ คือ เจ้าชายสิงหเสน (Singhasena) , เจ้าชายพินทุสาร (Bindusara) ในช่วงต้นพระองค์ปรารถนา ให้เจ้าชายสิงหเสน (Singhasena) ขึ้นครองราชย์แทนแต่ก็ถูกเจ้าชายพินทุสารยึดอำนาจ แล้วปกครองแทน ในช่วงปลายรัชกาลพระองค์เลื่อมใสในลัทธิเชน หรือชีเปลือย โดยนิมนต์ชีเปลือยและอาชีวกมาฉันที่พระราชวังทุกวัน และได้เสด็จออกบวชในศาสนาเชน ราชบัลลังก์จึงตกอยู่ในมือของเจ้าชายพินทุสาร ราชโอรสองค์เล็ก พระเจ้าจันทรคุปต์ทรงครองราชย์ประมาณ 24 ปี

พระเจ้าพินทุสาร (Bindusara)
          359ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ.184) เจ้าชายพินทุสารแย่งราชสมบัติกับพระเชษฐาคือสิงหเสนแต่โดยการสนับสนุนของพราหมณ์ อำมาตย์ราชมนตรี จึงได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระบิดาราว 297 ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ.246) กล่าวกันว่าพระองค์นับถือศาสนาพราหมณ์ ในหนังสือมหาวังสะกล่าวว่า พระองค์เชิญพราหมณ์มาเลี้ยงที่ราชวังถึงวันละ 60,000 คนทุกวัน ซึ่งมีจำนวนที่มากกว่าความเป็นจริงบ้าง แต่ก็เชื่อได้ว่าพระองค์ศรัทธาในศาสนาพราหมณ์อย่างจริงจัง แต่กษัตริย์พระองค์นี้ก็ไม่ได้ทำลายพุทธศาสนา ยังได้สนับสนุนอยู่บางส่วน ตอนนี้พุทธศาสนาได้แผ่ขยายออกไปหลายส่วนของอินเดีย เช่นนิกายเถรวาทไปตั้งหลักแหล่งเพิ่มเติมที่แคว้นอวันตี นิกายมหาสังฆิกะ ไปรุ่งเรืองที่คันธาระและกัศมีร์ นิกายสรวาสติวาทไปเจริญรุ่งเรืองที่แคว้นมถุรา นิกายมหิสาสกะไปเจริญรุ่งเรืองที่มหิสสากะมณฑล พระเจ้าพินทุสารมีพระมเหสี 16 พระองค์และมีพระโอรสมากมาย บางเล่มกล่าวว่ามีถึง 101 พระองค์แต่ที่สำคัญ คือเจ้าชายอโศก เจ้าชายวีตโศก เจ้าชายสุสิมะ ในช่วงแรกทรงหวังให้เจ้าชายสุสิมะขึ้นครองราชสมบัติแทนจึงวางแผนให้เจ้าชายอโศก ไปรักษาการอุปราชที่เมืองอุชเชนี และเมื่อตักกศิลาเป็นกบฏทรงส่งเจ้าชายสุสิมะพร้อมกองทหารไปปราบแต่ไม่สำเร็จ จึงส่งเจ้าชายอโศกไปแทนจึงปราบปรามสำเร็จ ตั้งแต่นั้นชื่อเสียงของเจ้าชายอโศกจึงโด่งดัง มีรัศมีเหนือกว่าพระโอรสทั้งหมด เมื่อพระเจ้าพินทุสารจะสวรรคตเจ้าชายอโศกจึงเข้าเฝ้า ในที่สุดก็ยึดอำนาจแล้วประหารที่น้องไปถึง 101 พระองค์ เหลือแต่เจ้าชายวีตโศกหรือ ติสสะกุมารซึ่งเกิดจากพระมารดาเดียวกันเท่านั้นที่ได้ชีวิต แล้วปราบดาภิเษกขึ้นปกครองเมืองปาฏลีบุตร พระเจ้าพินทุสารครองราชย์ 28 ปี จนถึง 331 ปีก่อนคริสต์กาล(พ.ศ. 212)

แหล่งอ้างอิง http://www.dhammathai.org/buddhism/chapter01_6.php

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 33 คน กำลังออนไลน์