Pepsi*

""""" สุรปความ """""

ค.ศ. 1923
บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า ถึงคราวต้องประกาศล้มละลาย และต้องขายสินทรัพย์ให้แก่บริษัท คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น ในนอร์ธ คาโรไลน่า เป็นจำนวนเงิน 30,000 เหรียญสหรัฐ รอย ซี. เม็กการ์เกล (Roy C. Megargel) นายหน้าค้าหุ้นจากตลาดหุ้น วอลล์ สตรีท ได้ซื้อเครื่องหมายการค้า, ธุรกิจ รวมถึงความนิยมที่ได้สร้างสมมา จาก คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น เป็นจำนวนเงิน 35,000 เหรียญสหรัฐ และก่อตั้งเป็นบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า คอร์เปอเรชั่น

ค.ศ. 1932
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศ อาร์เจนติน่า ปีถัดมา ภาพยนต์โฆษณาชุด "New Generation" ยังมีศิลปิน และคนที่มีชื่อเสียง อีกหลายคนมาร่วมแสดง ตั้งแต่ "ไลโอเนล ริชี่" "ทีน่า เทอร์เนอร์" "กลอเรีย เอสเตฟาน" ไปจนนึงนักกีฬาชื่อดังอย่าง "โจ มอนตาน่า" และ "แดน มาริโน่" แต่โฆษณาชิ้นที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ "Apartment 10G." ที่นำแสดงโดย ไมเคิล เจ ฟ็อกส์

ค.ศ. 1934
เป๊ปซี่ เริ่มออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนาดบรรจุขวด 12 ออนซ์ ในราคา 5 เซนต์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับเครื่องดื่มของคู่แข่งในขนาด 6 ออนซ์

ค.ศ. 1941
เพื่อเป็นการสนับสนุนกองทัพอเมริกา เป๊ปซี่เปลี่ยนสีของฝาขวดเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงิน ร้านค้าเป๊ปซี่ใน ไทม์ สแควร์ นิวยอร์ค ได้เปิดกิจการตลอดช่วงระยะเวลาที่เกิดสงคราม ทำให้ครอบครัวมากกว่า 1 ล้านครอบครัวสามารถบันทึกข้อความสำหรับฝ่ายบริการของกองทัพที่อยู่โพ้นทะเลได้

ค.ศ. 1943
กลยุทธ์การโฆษณาชุด "Twice as much" เริ่มรวมเอาแนวความคิด "Bigger drink, better taste" เข้าไปด้วย

ค.ศ. 1946
เมื่อถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤติน้ำตาลขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตินี้ แม็ค ซื้อกิจการปลูกอ้อยน้ำตาลในคิวบา ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากทีเดียว ใช้ "Bigger Drink, Better Taste" เป็นแนวคิดหลัก และเป๊ปซี่-โคล่า ก็เริ่มแพร่ไปสู่ ละติน อเมริกา

ค.ศ. 1947
ผลกำไรนานาชาติสูงถึง 6,769,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้น เป๊ปซี่เริ่มขยายตัวไปสู่ ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง

ค.ศ. 1948
               สำนักงานใหญ่ย้ายจาก เมืองลองไอแลนด์ นิวยอร์ค ไปยังใจกลางเมืองแมนฮัตตัน

ค.ศ. 1949
มีการเพิ่มประโยค "Why take less when Pepsi's best?" เข้าไปในโฆษณา "Twice as much" ซึ่งเป็นประโยคเด็ดที่โดนใจผู้ที่นิยมชมชอบเป๊ปซี่
รอน บราวน์ (Ron Brown) เลขาธิการกระทรวงพาณิชย์คนก่อน เป็นชาวอาฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่ปรากฏในแคมเปญโฆษณาที่เป๊ปซี่มุ่งเน้นเจาะตลาด อาฟริกัน-อเมริกัน

ค.ศ. 1950
นายอัลเฟรด เอ็น สตีล ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการและ CEO ของเป๊ปซี่-โคล่า
ดาราฮอลลีวูด โจน ครอวฟอร์ด (Joan Crawford) ภรรยาของมิสเตอร์ สตีล เป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมทสินค้าของบริษัท
โฆษณาของเป๊ปซี่-โคล่า ก้าวทันรสนิยมของผู้บริโภค ดังเช่นที่สตีลได้บุกเบิกการส่งเสริมการขายเป๊ปซี่-โคล่าว่าเป็นประสบการณ์มากกว่าการต่อรองราคา
สโลแกน "สองเท่าในราคา 5 เซ็นต์" (Twice as much for a nickel") ก็เหมือนกับ "ได้มากกว่า 1 ออนซ์" ("More Bounce to the Ounce") ส่งให้เป๊ปซี่มีทศวรรษที่เต็มไปด้วยพละกำลัง

ค.ศ. 1953
เมื่อชาวอเมริกันเริ่มตระหนักถึงเรื่องน้ำหนักตัว เป๊ปซี่เริ่มใช้กลยุทธ์ใหม่เกี่ยวกับเรื่องแคลอรี่ต่ำในแคมเปญ "ความสดชื่นแบบเบาๆ" ("The Light Refreshment")

ค.ศ. 1954
"ความสดชื่นแบบเบาๆ " ค่อยๆ รวมเข้ากับ "สดชื่นได้โดยไม่ต้องเติม" ("Refreshing Without Filling")


สร้างโดย: 
ออมสิรินทร์ คชสุนทร อ.วีระศักดิ์ เตชมหนนท์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์