Pepsi*

""""" สรุปความ """""

ค.ศ. 1956
นอกเหนือจากในอเมริกาแล้ว เป๊ปซี่มีโรงงานบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่าเปิดดำเนินการ 149 โรง ใน 61 ประเทศ

ค.ศ. 1958
ในบางครั้ง เป๊ปซี่ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น the kitchen cola อันเนื่องมาจากการที่ครองตำแหน่งยี่ห้อที่ราคาไม่แพงมาเป็นเวลานาน ในขณะนี้ เป๊ปซี่กำหนดกลุ่มลูกค้าไว้ที่บรรดาผู้บริโภคหนุ่มสาวที่ทันสมัย ด้วยแนวคิด "อยากเข้ากันได้กับกลุ่ม ดื่มเป๊ปซี่สิ" ("Be sociable, have a Pepsi") ความโดดเด่นของขวดเกลียว เข้ามาแทนที่ขวดแบบเรียบแบบเก่าของเป๊ปซี่

ค.ศ. 1959
               นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) นายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียต และริชาร์ด นิกสัน (Richard Milhous Nixon) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา พบปะกันใน "kitchen debate" ที่งานแสดงสินค้านานาชาติแห่งหนึ่ง การประชุมครั้งนี้ก่อให้เกิดพาดหัวข่าวในอเมริกาว่า "Khrushchev Gets Sociable."

ค.ศ. 1961
เป๊ปซี่ยังคงกลั่นกรองกลุ่มลูกค้า โดยคำนึงถึงความสำคัญของกลุ่มวัยรุ่นหลังยุคสงคราม เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ สโลแกน "เป๊ปซี่ สำหรับผู้ที่คิดแบบหนุ่มสาว" บ่งบอกว่าวัยหนุ่มสาวนั้นเป็นสภาพความคิดและจิตใจมากเท่าๆ กับวัยตามอายุจริง โดยที่ยังสามารถใช้ยี่ห้อดึงดูดตลาดทุกส่วนไว้ได้
ฮาร์วี่ ซี. รัซเซล (Harvey C. Russell) นับเป็นคนเชื้อสาย อัฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่เป็นรองประธาน ในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของอเมริกา

ค.ศ. 1962
เป๊ปซี่มีโลโก้ใหม่ นับเป็นอันดับที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของเป๊ปซี่ เริ่มใช้โลโก้ใหม่เป็นครั้งแรกบนฝาจีบ ตามติดมาด้วยการออกแคมเปญโฆษณาตัวใหม่ "Pepsi Generation"

ค.ศ. 1963
               หนึ่งในช่วงการศึกษาสถิติประชากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุด ยุคเบบี้ บูมเมอร์ในช่วงหลังสงครามเป็นปรากฎการณ์ทางด้านสังคมและด้านการตลาดอันหนึ่ง เป๊ปซี่มองเห็นถึงช่องทางของความเปลี่ยนแปลงนั้น จึงกำหนดตำแหน่งของตัวเองว่าเป็น เครื่องดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่ - เป๊ปซี่ เจเนอเรชั่น โฆษณา "Come alive! You're in the pepsi Generation" สร้างประวัติศาสตร์แก่วงการโฆษณา เป็นครั้งแรกที่การกำหนดตัวผลิตภัณฑ์ไม่ได้อยู่ที่คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่อยู่ที่ลักษณะวิถีชีวิตของผู้บริโภค

ค.ศ. 1964
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Diet Pepsi

ค.ศ. 1965
เริ่มมีการรุกตลาดอื่นนอกเหนือไปจากตลาดเครื่องดื่ม ฟริโต-เลย์ ของ ดัลลัส, เท็กซัส และ เป๊ปซี่-โคล่า มารวมกัน กลายเป็น บริษัท เป๊ปซี่ (Pepsi Co, Inc.)
ประสบความสำเร็จกับการออกกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ การกระจายสินค้าอย่าเต็มรูปแบบเริ่มขึ้น เมาเท่น ดิว เริ่มออกสู่ตลาดด้วยแคมเปญ "Ya-Hoo Mountain Dew… It's tickle your innards."
"Girlwatchers" แคมเปญอิสระชิ้นแรกของไดเอทเป๊ปซี่ มุ่งเน้นแนวคิดไปที่ประโยชน์ทางด้านความสวยงามที่ได้จากการดื่มโคล่าแคลอรี่ต่ำ เพลงโฆษณา "Girlwatchers" ได้รับความนิยมติดอันดับหนึ่งใน 40 จากนั้นโฆษณาของ เมาเท่น ดิว ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกชนิดหนึ่งที่ออกมาในปี 1964 ก็ตามมา โดยออกอากาศเป็นครั้งแรก กับสโลแกนที่ติดหูในทันทีที่ว่า "Ya-hoo, Mountain Dew"

ค.ศ. 1967
เมื่อผลการวิจัยระบุได้ว่า ผู้บริโภคชื่นชอบรสชาติของเป๊ปซี่แช่เย็น "Taste that beats the others cold. Pepsi pours it on" จึงเน้นย้ำว่าเป๊ปซี่คือผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า ในขณะที่มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ แคมเปญนี้ยังได้ยึดมั่นภาพที่แสดงออกถึงความกระปรี้กระเปร่า และวิถีชีวิตของคนรุ่นหนุ่มสาว อันเกิดขึ้นในช่วงแคมเปญ Pepsi Generation ยุคแรกๆ ของเป๊ปซี่

ค.ศ. 1969
"You've got a lot to live. Pepsi's got a lot to give" บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการโฆษณาของเป๊ปซี่ เจเนอเรชั่น
คนหนุ่มสาวและวิถีชีวิตยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของแคมเปญ แต่ด้วยกลยุทธ์ "Live/Give" ซึ่งเป็นการรับรู้และการสะท้อนภาพของเหตุการณ์และอารมณ์ร่วมสมัย ก็เริ่มเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างสมบูรณ์ในองค์ประกอบงานโฆษณา

ค.ศ. 1972
               มีการเซ็นสัญญาการตกลงทางการค้าในเบื้องต้นระหว่าง สหภาพโซเวียต และ เป๊ปซี่

ค.ศ. 1973
               "Join the Pepsi people, feelin' free" จับเอาอารมณ์แห่งความเป็นชาติรวมเข้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทางสังคมและการเมือง ซึ่งทำให้เรามองเห็นภาพสิ่งที่พวกเราเป็น นั่นก็คือ - หนึ่งบุคคล แต่หลากหลายบุคลิกภาพ
เป๊ปซี่มีโลโก้แบบใหม่ แบบที่เจ็ด ซึ่งได้พัฒนาเป็นทรงกล่องที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวพิมพ์เล็กน้อย และใช้ต่อจากนั้นมาตลอดทศวรรษ
สโลแกนใหม่ชิ้นที่สามของเมาเท่น ดิว "Put A Little Ya-Hoo in Your Life," เริ่มออกใช้เป็นครั้งแรก

ค.ศ. 1974
               เปิดโรงงานเป๊ปซี่แห่งแรกในสหภาพโซเวียต
ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณาของเมาเท่น ดิว ทางโทรทัศน์ ภายใต้สโลแกน "Hello, Sunshine, Hello, Mountain Dew."

ค.ศ. 1975
               ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ แลนด์มาร์ค ชักชวนให้ผู้บริโภคนับล้านคนเชื่อได้ว่า รสชาติของเป๊ปซี่ เหนือกว่าใคร
"เป๊ปซี่ ไลท์" เครื่องดื่มรสมะนาวรสชาติโดดเด่น ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาด เพื่อเป็นการเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่เครื่องดื่มประเภท ไดเอท โคล่า แบบดั้งเดิม
เป๊ปซี่ในขวดพลาสติกขนาดบรรจุ 2 ลิตร เริ่มออกสู่ตลาด

ค.ศ. 1976
               "Have a Pepsi day" เป็นแคมเปญที่สะท้อนภาพความเจริญรุ่งเรืองของการพัฒนาอารมณ์แห่งชาติ "Puppies" ซึ่งเป็นโฆษณาความยาว 30 วินาที ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เด็กชายตัวเล็กๆ และลูกสุนัขตัวน้อยๆ จำนวนหนึ่ง ได้กลายเป็นโฆษณาชุดคลาสสิคของเป๊ปซี่ในทันที

ค.ศ. 1979
               เมื่อยุคปี 70 สิ้นสุดลง ความเสื่อมทรามของบ้านเมืองก็สิ้นสุดลงด้วย สำนึกรักชาติของชาวอเมริกันถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่อันน่าตื่นตาตื่นใจ เนื่องในวาระครบรอบ 200 ปีของประเทศอเมริกา และชาวอเมริกันเริ่มใส่ใจกับอนาคตโดยการมองโลกในแง่ดีแบบที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ในช่วงนี้เองที่เป๊ปซี่ได้ออกแคมเปญ "Catch that Pepsi spirit!" ที่โดนใจชาวอเมริกัน และเป๊ปซี่ เจเนอเรชั่นก็ถูกใช้มาจนถึงยุคปี 80

ค.ศ. 1982
ด้วยข้อพิสูจน์ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่ารสชาติของเป๊ปซี่นั้นเหนือกว่าใคร คำถามเดียวที่ยังคงมีอยู่ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถบอกเล่าความสำเร็จนั้นในโฆษณา Pepsi Generation ได้ คำตอบก็คือ "Pepsi's got your taste for life!" อันเป็นการฉลองชัยชนะในเวลาที่แสนยิ่งใหญ่ และรสชาติที่เป็นเลิศ

ค.ศ. 1983
ตลาดเครื่องดื่มซอฟท์ ดริงค์ มีการแข่งขันที่มากขึ้น แต่สำหรับผู้บริโภคเป๊ปซี่แล้ว พวกเขาคือผู้ชนะในสงครามการแข่งขันนี้ จนต้องบอกว่า "Pepsi Now!"

สร้างโดย: 
ออมสิรินทร์ คชสุนทร อ.วีระศักดิ์ เตชมหนนท์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 82 คน กำลังออนไลน์