ศิลปะโรมาเนสก์

 

 

   ศิลปะโรมาเนสก์มีแหล่งกำเนิดสำคัญ คือ  ศิลปะโรมัน  ศิลปะเซลโต-เยอรมนิก  ศิลปะคริสเตียนยุคแรก และศิลปะไบซันไทน์ในสมัยคาโรลิงเจียน ศิลปะโรมาเนสก์นิยมประติมากรรมขนาดเล็กเช่นเดียวกับสมัยไบซันไทน์  การฟื้นฟูประติมากรรมขนาดใหญ่เริ่มมีขึ้นในสมัยโรมาเนสก์  แต่การจัดองค์ประกอบประติมากรรมขนาดใหญ่  โดยมากยังมีมูลฐานมาจากงานแกะสลักงาช้างหรือแม้แต่จากภาพเขียนสีในหน้าหนังสือฉบับเขียนด้วย

ประติมากรรม

   ประติมากรรมสมัยโรมาเนสก์  มักพบเห็นได้ในบริเวณที่ต่อไปนี้

  1.  บริเวณประตูทางเข้าโบสถ์ คือ อยู่บริเวณที่เสากรอบประตูเรียงชิดเหลื่อมกันผายออกไป หรือที่เรียกว่า “แจมป์”   นอกจากนี้ ยังมีอยู่ที่หน้าจั่วซุ้มประตู ที่เรียกว่า “ไทพานุม”  และที่อยู่กลางประตูเสาของประตูฝาแฝด ที่เรียกว่า “ตรูมียู”
  2.  บริเวณตามเสาอาคาร  เสาประดับอาคาร  เสานูนบนผนังอาคาร และที่บัวหัวเสา
  3.  บริเวณตามแท่นบูชาและอ่างน้ำมนต์ในพิธีรดน้ำมนต์
  4.  บริเวณสุสานที่ฝังศพ

   เรื่องราวประติมากรรมสมัยโรมาเนสก์  เอามาจากพระคัมภีร์เก่และพระคัมภีร์ใหม่  เป็นเรื่องราวของศาสดาพยากรณ์  ชีวประวัตินักบุญ  การทำงานตามฤดูกาล  รูปเปรียบเทียบเรื่องความดีกับความชั่ว หรือเรื่องศิลปะวิทยาการต่างๆ รวมทั้งรูสัญลักษณ์จักราศี  นอกจากนี้ ยังมีรูปสัตว์ลักษณะฝันเฟื่อง  ซึ่งอาจเป็นรูปแทนความชั่วร้าย และยังมีลวดลายรูปเลขาคณิต หรือรูปดอกไม้รวมอยู่ด้วย หรือไม่ก็ทำเป็นรูปนูนต่าง

สถาปัตยกรรม

   สถาปัตยกรรมสมัยโรมาเนสก์เป็น “แบบลอมบาร์ด” ได้รับอิทธิพบมาจากโรมัน คือ การใช้ประตูและหลังคาโค้ง  ก่อสร้างด้วยวิธีก่ออิฐก่อหิน และเพดานทรงโค้งกากบาทของสมัยโรมาเนสก์  มีโครงเพดานให้เห็น

   การสร้างเพดานทรงโค้งแบบกากบาท ที่แสดงโครงเพดานคลุมเหนือห้องโถงช่วงกลางอาคารที่นับว่าเป็นผลงานชั้นนำปรากฏในตอนกลางสมัยพุทธศตวรรษที่ 17  ที่โบสถ์ดูร์ฮัมคาเทรัล (ประเทศอังกฤษ)  โบสถ์แซงต์เอเตียน (ประเทศฝรั่งเศส)  และโบสถ์ซานโตอัมโบรโจ (ประเทศอิตาลี)

 สถาปัตยกรรมสมัยโรมาเนสก์  มีอยู่หลากหลายลักษณะแต่ส่วนมากมีลักษณะดังนี้

   1.  มีความหนาเทอะทะ คล้ายป้อมปราการเมือง
   2.  ใช้โครงสร้างวงโค้งแบบโรมัน
   3.  มีหอสูง  2  หอ หรือมากกว่านี้
   4.  มีช่องประตูและหน้าต่างผายออก คือ ทำช่องประตูหรือหน้าต่างเป็นโครงสร้างวงโค้งซ้อนเหลื่อมกันจากขนาดเล็กไปหาใหญ่
   5.  มีระเบียงทางเดินประชิดผนัง คือ เป็นระเบียงทางเดินที่ติดฝาผนัง  ใช้เพื่อการตกแต่งหรือค้ำยัน
   6.  มีลวดลายบัง หรือลายแนวราบที่เรียกว่า “สตริงคอร์ส”  นูนยื่นจากผนัง
   7.  มีหน้าต่างรูปวงล้อ คือ หน้าต่างรูปวงกลมที่ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ด้วยเส้นรัศมีหินที่ศูนย์กลางจากวงกลม

       

สร้างโดย: 
นางสาว กรรภิรมย์ เนียมสุวรรณ / อาจารย์ สุทัศน์ ตั้งฮั่น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์