เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร

รูปภาพของ pkrucomed512_219

 

เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร     
                    

                                                         ภาพ  3.17  การเกิดเสียง           
  เสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุ  พลังงานที่ทำให้วัตถุสั่นจะทำให้โมเลกุลของอากาศที่อยู่รอบวัตถุสั่นตาม  ซึ่งจะถ่ายโอนพลังงานให้กับโมเลกุลของอากาศที่อยู่ถัดไปต่อไป  ส่งผลให้คลื่นเสียงเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงมายังหูเรา  การได้ยินเสียงเป็นการทำงานของระบบประสาท  ทำให้รับรู้และแยกแยะวิเคราะห์เป็นเรื่องราวต่างๆได้  หลังจากถ่ายโอนพลังงานไปแล้ว  โมเลกุลของอากาศจะสั่นกลับสู่ตำแหน่งเดิม  ในแนวเดียวกับแนวการเคลื่อนที่ของคลื่นเสียง
            -  คลื่นเสียงเป็นคลื่นชนิดใด 
ความดันอากาศในบริเวณที่เสียงเคลื่อนที่ผ่านเรียกว่า  ความดันเสียง    เวลาหนึ่ง  โมเลกุลของอากาศในบางบริเวณจะอยู่ใกล้ชิดกันมาก  ทำให้มีความหนาแน่นและความดันสูงกว่าปกติ  บริเวณนี้เรียกว่า  ส่วนอัด  แต่ในบางบริเวณ  โมเลกุลของอากาศอยู่ห่างกันมากจึงมีความหนาแน่นและความดันต่ำกว่าปกติ  บริเวณนี้เรียกว่าส่วนขยาย    การเปลี่ยนแปลงของความดันเสียงกับระยะทางมีลักษณะเป็นรูปคลื่นไซน์  (sine  wave)  ดังภาพ  3.18                           

 
                                                ภาพ  3.18  ความดันของอากาศ  ขณะคลื่นเสียงเคลื่อนที่ผ่าน

            ถ้าการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เกิดขึ้นระหว่าง  20  ถึง  20,000  ครั้งต่อวินาที  หูคนปกติจะสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้  นั่นคือจะได้ยินเสียงที่มีความถี่ในช่วง  20  ถึง  20,000  เฮิรตซ์


ส่วนประกอบของหู

                        

            หูของคนประกอบด้วย  3  ส่วน  คือหูส่วนนอก  หูส่วนกลาง  และหูส่วนในหูส่วนนอกรับคลื่นเสียง  ส่งต่อไปยังหูส่วนกลางซึ่งมีกระดูชิ้นเล็กๆ  ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียง  การรับรู้เสียงเกิดขึ้นที่หูส่วนใน  ซึ่งมีท่อกลวงขดเป็นก้นหอยที่เรียกว่า  คอเคลีย  ภายในท่อนี้มีเซลล์ขนจำนวนมากคอยจับการสั่นของคลื่นเสียงพร้อมกับส่งสัญญาณการรับรู้ไปยังสมอง  สมองจะทำหน้าที่แปลสัญญาณที่ได้รับ  ทำให้เรารับทราบเกี่ยวกับเสียงที่ได้ยิน

            เสียงที่ดังมากและฟังติดต่อกันเป็นช่วงเวลานาน  จะมีผลให้เป้นอันตรายต่อระบบการทำงานของหูได้จึงควรหลีกเลี่ยงเสียงดังเกินไปหรือใส่ที่ครอบหู  เพื่อลดความดังของเสียง

3.4.2  ธรรมชาติของเสียง   
            เสียงที่เราได้ยิน  มีทั้งเสียงสุง  เสียงต่ำ  เสียงดัง  เสียงค่อย  แตกต่างกันไป  และบางเสียงที่เราได้ยิน  ก็ยังสามารถบอกได้ว่าเป็นเสียงของอะไร  หรือเสียงของใครโดยที่ไม่เห็นแหล่งกำเนิดเสียง  ลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็น  ธรรมชาติของเสียงซึ่งจะได้ศึกษาต่อไป
ระดับเสียง
            เสียงต่างๆที่ได้ยินจากคนพูด  จากเครื่องดนตรี  หรือเสียงสัตว์ต่างๆ  เราบอกได้ว่ามีระดับเสียงสูงหรือต่ำ  ระดับเสียงขึ้นอยู่กับความถี่ของเสียง  เสียงสูงเป็นเสียงที่มีความถี่มากเรียกว่า  เสียงแหลม  ส่วนเสียงต่ำเป็นเสียงที่มีความถี่น้อยเรียกว่า เสียงทุ้ม 

            มนุษย์ได้รับความรื่นรมย์จากการเปลี่ยนแปลงระดับเสียงในรูปแบบของเสียงดนตรี  ต่อมาเมื่อมีความรู้เกี่ยวกับระดับเสียงจึงมีการจัดแบ่งโน๊ตดนตรีเป็นสเกลตามความถี่

                  
               ภาพ  3.19  ดนตรีไทย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 10 คน กำลังออนไลน์