เทคนิคการถ่ายภาพทิวทัศน์

พื้นฐานการถ่ายภาพน้ำตก

การถ่ายภาพน้ำตกจะมีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ นอกเหนือไปจากเรื่องของทิศทางของแสง และการจัดองค์ประกอบ คือ

1. การเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ หลักการพื้นฐานคือ ความเร็วชัตเตอร์สูงจะหยุดสายน้ำให้นิ่ง ส่วนความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะทำให้สายน้ำดูพลิ้วไหวและนุมนวนเป็นหลัก จะเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ระดับใดขึ้นกับว่าช่างภาพต้องการให้สายน้ำออกมา เป็นอย่างไรเป็นสำคัญ สายน้ำนุ่มๆ จะทำให้น้ำตกดูเล็ก ไม่แข็งกร้าว เหมาะกับน้ำตกที่มีน้ำไม่มากเกินไปนัก ส่วนความเร็วชัตเตอร์สูงทำให้น้ำตกดูรุนแรง เหมาะกับน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีพลังมากๆ

ระดับความเร็วชัตเตอร์ที่ทำให้สายน้ำหยุดนิ่งหรือพลิ้วไหวไม่สามารถระบุออก มาได้ว่าเป็นเท่าไร เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณน้ำ ความเร็วของสายน้ำ เลนส์ที่ใช้ เป็นต้น ถ้าสายน้ำไหลเร็ว รุนแรง น้ำมีปริมาณมาก หรือใช้เลนส์เทเลโฟโต้ การจะจับภาพให้หยุดนิ่งจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงมาก เช่น 1/1,000 วินาที เป็นต้น ในขณะที่สายน้ำซึ่งไหลเอื่อยอาจจะใช้ความเร็วชัตเตอร์เพียง 1/125 วินาทีก็สามารถหยุดภาพได้ สำหรับมือใหม่ควรจะเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ไว้หลาย ๆ ระดับจะได้มีรูปให้เลือกหลาย ๆ แบบ


2. การเลือกใช้ขนาดช่องรับแสง ช่องรับแสงแคบจะให้ช่วงความชัดหรือ Depth of Field มากกว่าช่องรับแสงกว้าง โดยปกติการถ่ายภาพน้ำตกจะต้องการภาพที่ชัดตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง เพื่อให้ได้ภาพใกล้เคียงตาเห็นมากที่สุด ควรเลือกใช้ช่องรับแสงปานกลางถึงแคบเป็นหลัก เช่น f/8 , f/11 , f/16 ทั้งนี้ขึ้นเลนส์และระยะชัดด้วย


3. การวัดแสง การ ถ่ายภาพน้ำตกมักจะเจอปัญหาเรื่องการวัดแสงค่อนข้างมาก หากภาพมีส่วนที่เป็นสายน้ำสีขาวมาก ภาพมักจะมืดกว่าปกติ ทำให้สายน้ำไม่ขาว ส่วนภาพที่มีส่วนต้นไม้ในเงา หรือมีหินสีเข้ม ๆ มาก ภาพมักจะสว่างมากกว่าปกติ รวมทั้งมักจะมีแดดส่องเป็นส่วนๆ แสงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ภาพมืดสว่างเป็นส่วนๆ อีกด้วย

กล้องดิจิตอลจะมีระบบวัดแสงให้เลือกใช้อยู่ 3 ระบบใหญ่ ๆ คือ ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่(Multi-segment light metering) ระบบวัดแสงเฉพาะจุด(Spot light metering) และระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง(Center-weight average light metering) หากเป็นมือใหม่แนะนำให้ใช้ระบบวัดแสงแบบแบ่งพื้นที่ จะสามารถแก้ปัญหาภาพมือหรือสว่างเกินไปได้ดีโดยที่ไม่ต้องไปปรับแก้ค่าการ เปิดรับแสงมากนัก แต่ต้องดูค่า Histogram อย่าให้ส่วนสว่างโดยเฉพาะบริเวณสายน้ำตกสว่างเกินไป ส่วนมืดไม่ต้องกังวลมากเพราะสามารถดึงรายละเอียดขึ้นได้ไม่ยากเท่าไรนัก

สำหรับระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง หากมีสายน้ำสีขาวมาก ๆ ในภาพต้องเปิดรับแสงเพิ่มกว่าที่วัดได้ประมาณ 0.5-1.5 stop และถ้ามีส่วนต้นไม้มืด ๆ หรือหินสีเข้ม ๆ มาก ๆ ควรลดค่าการเปิดรับแสงลงจากที่วัดได้ 0.5-2stop และควรดูค่า Histogram เช่นเดียวกัน


ระบบวัดแสงเฉพาะจุดใช้กับการถ่ายภาพน้ำตกได้ดีมาก โดยเบื้อต้นแนะนำให้วัดแสงที่ตัวสายน้ำ โดยให้พื้นที่วัดแสงเข้าไปอยู่ภายในสายน้ำ หากเป็นการถ่ายภาพตามแสงหรือแสงมาจากด้านข้าง มีแดดส่องลงที่สายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เลือกวัดแสงส่วนสายน้ำโดนแสง แล้วเปิดรับแสงเพิ่มขึ้น 2 stop แต่ถ้าเป็นสภาพอากาศครึ้ม ๆ แดดไม่ออก แนะนำให้วัดแสงส่วนสายน้ำที่ขาวที่สุดในภาพ แล้วเปิดรับแสงเพิ่มขึ้น 1-1.5 stop คำแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุดใหม่ ๆ คือ ควรถ่ายภาพคร่อมค่าการเปิดรับแสงเอาไว้ด้วย รวมทั้งดูค่า Histogram ด้วยเช่นกัน

การวัดแสงสำหรับกล้องดิจิตอลมีข้อแนะนำเบื้องต้นดังนี้

1. ควรวัดแสงเฉพาะจุดบริเวณสายน้ำ แล้วชดเชยแสงโอเวอร์ 1.5 stop สำหรับสายน้ำที่โดนแสงปกติ และ 2 stop สำหรับสายน้ำที่โดนแสงแรงๆ
2. ควรถ่ายคร่อมค่าการเปิดรับแสงเอาไว้ (ใช้ขาตั้งกล้อง) เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ภาพที่ดีที่สุดเสมอ และหากภาพมีความแตกต่างของแสงสูงมากๆ ยังสามารถนำภาพที่ถ่ายคร่อมเอาไว้มาทำภาพ HDR ได้อีกด้วย
3. ควรถ่ายภาพเป็น RAW File เพื่อจะสามารถปรับแก้สี แสง ดังรายละเอียดส่วนเงาได้ในภาพหลัง
4. ควรดู Histogram เพื่อตรวจสอบค่าแสงเสมอ

 

การตั้งสมดุลสีของแสง

น้ำตก มักจะอยู่กลางป่าเขา จะมีการสะท้อนแสงสีเขียวค่อนข้างมาก และหากแดดไม่ออกหรือน้ำตกอยู่ในร่ม ภาพจะติดสีน้ำเงินมากเป็นพิเศษ หากมีแดดออกแนะนำให้ตั้งระบบสมดุลสีไว้ที่ Daylight หรือ Auto ก็ได้ หากไม่มีแดดให้ตั้งไว้ที่ Shade หรือ Auto หากอยู่ในป่ากลางหุบและมีแสงสีเขียวสะท้อนมาก แนะนำให้ใช้ Custom White Balance โดยการตั้งสมดุสีของแสงกับสายน้ำสีขาว(ต้องแน่ใจว่าน้ำเป็นสีขาวจริงๆ) หรือนำกระดาษขาวไปตั้งสีก็ได้ ไม่ยุ่งยาก และได้สีของภาพทีดี ส่วนภาพแบบ RAW สามารถแก้สีได้ละเอียดในภายหลัง จึงควรถ่ายภาพ RAW File เอาไว้เสมอ
การตั้งสมดุลสีที่ถูกต้องจะทำให้ได้ภาพน้ำตกและป่าสีสันสดใส เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสีเขียวของใบไม้ และความขาวสดใสของสายน้ำ

 

การจัดองค์ประกอบภาพเบื้องต้น

โดยปกติจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ ถ่ายภาพให้เห็นน้ำตกเต็ม ๆ ภาพ ถ่ายภาพน้ำตกโดยมีฉากหน้าประกอบ และถ่ายเจาะเฉพาะส่วนของน้ำตกที่น่าสนใจ

 

 

 

           กลับสู่หน้าแรก                                                                                                                  กลับสู่เมนูหลัก

สร้างโดย: 
คุณครูสมชาย น่วมกลิ่น และ นางสาว ชนนิกานต์ แซ่อึ้ง

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 16 คน กำลังออนไลน์